มีโรคประจำตัวจนอยากฆ่าตัวตาย แต่ผีมาบอกยาให้

หนุ่มผู้ผจญโรคร้ายตอนที่อายุ 4 ขวบ กลายเป็นคนง่อยเปลี้ยเสียขา ผู้คนล้านนาเรียกกันว่า  คนขี้เปี้ย  คือรูปร่างผอมเกร็ง สามวันดีสี่วันไข้ อาการเป็นอยู่อย่างนี้จนเติบใหญ่อายุย่างเข้า  18 ปี  เขาต้องพึ่งพี่น้อง ญาติๆเลี้ยงดู  แม้บางครั้งมีแรงอยู่บ้างก็รับจ้างล้างถ้วยชามกันไปตามหมู่บ้าน  ตามงานปอยหรืองานวัด

      แม้ร่างกายจะไม่สมประกอบ แต่เขาพอมีโอกาสไปเรียนในโรงเรียนประถมในหมู่บ้าน   ตลอดเวลาเขาครุ่นคิดอยู่ทุกวี่วันว่า  เมื่อใดหนอ? ที่ร่างกายเขาจะสมบูรณ์เหมือนคนหนุ่มอื่นๆ  หากร่างกายเป็นอย่างนี้โอกาสจะแต่งงานคงไม่มีแน่ๆ  และชีวิตจะไม่มีความหมาย ความคิดเหล่านี้ฝังอยู่ในห้วงสำนึกทุกเวลา  สถานที่ที่เขาอยู่

      เขาพยายามไปหมอเพื่อจะแก้ไข  หมอแต่ละคนก็หมดปัญญาเพราะมันเป็นโรคร้ายมานาน   รูปร่างผิดแผกไปจากธรรมชาติจะให้เอาอะไรมาทดแทนสิ่งที่สูญเสียคงยากที่จะให้มีร่างกายสมบูรณ์เหมือนคนอื่นๆ

       เมื่อคิดว่าโลกนี้คงหมดโอกาสที่จะเป็นผู้เป็นคนเหมือนคนอื่นๆ  จึงตัดสินใจเดินขึ้นไปบนเขาที่มีหินแหลมชาวบ้านเรียกกันว่า  ดอยหินหอก  เพราะปลายยอดหินชูช่อแหลมเล็กใหญ่เต็มพรึดในพื้นที่ราวห้าไร่บนเขา  ที่นี่แหละสมควรที่เขาจะกระโดดลงไปก้นเหวเบื้องล่างเพื่อให้ชีวิตหมดไปจากโลกนี้ไม่ต้องมีโรคบ้าๆบอๆมารบกวนต่อไป

      ใต้ร่มไม้ริมปากเหว  เขาวางตัวนอนแหงนหน้ามองกิ่งไม้ปล่อยอารมณ์ให้ว่างเพื่อจะหมดห่วง  เวลาผ่านเลยเขางีบหลับไปโดยไม่รู้สึกตัว

        ระหว่างหลับไหลเขาฝันเห็นชายรูปงามมาบอกว่า  อายุเขายังน้อยยังมีโอกาสทำบุญอยู่นาน เพียงแต่ให้เขาเอาผล  บ่ะนอย(บวบ)ที่อยู่ตามป่า  บีบเอาแต่น้ำ  ไปผสมน้ำผึ้งป่า สัดส่วนเท่าๆกันแล้วดื่มกิน  ไม่นานก็จะมีร่างกายสมบูรณ์เหมือนผู้คนทั่วไป

    เขาตื่นพร้อมกับความทรงจำ   ส่ายตามองหาชายร่างงามไม่เห็นแต่ความทรงจำยังดี   จึงพยายามลุกขึ้นมองหาบ่ะนอยป่า (บวบป่า)  แถวๆนั้น  พบว่ามันมีจริง จึงยกมือไหว้สัจจะอธิษฐานว่า หากความฝันเป็นจริงจะขอทำบุญ สร้างความดีเพื่อสังคม

    ว่าแล้วจึงเด็ดบ่ะนอยป่ามาสามลูก  พยายามเดินกระโผลกกระเผลกมาบ้านบอกให้ญาติๆขอน้ำผึ้งป่ามาทำยาตามในฝัน

   เขาบีบเอาน้ำบ่ะนอยผสมน้ำผึ้งดื่มเกิดอาการป่วนท้องเวียนหัวมึนเมาจนรากพุ่งส่งอาหารออกมาจนหมดไส้พุง  เสลดน้ำลายเหนียวหนึบ และสุดท้ายมีก้อนเหนียวราวปลายนิ้วก้อยคล้ายน้ำลายกบหลุดออกมา   ญาติพากันวิตกว่าเขากินยาผีบอกเป็นพิษแน่ๆ  ญาติจึงพากันนำร่างเขาไปนอนพักที่เติ๋น(ที่รับแขกบนบ้าน)นานนับชั่วโมงเขาฟื้นขึ้นและขอทานข้าว  บรรดาญาติต่างพากันดีใจ นำข้าวปลาอาหารมาให้เขารับประทาน

       จากนั้นมาเขาทานอาหารได้มากขึ้น แข็งขาเริ่มแข็งแรง  เขาบอกตัวเองว่า   ชายร่างงามมาบอกยาถอนพิษในตัวเขาแล้ว  ต่อไปนี้ต้องตั้งใจปฏิบัติตนให้ดี  รักษาร่างกายให้แข็งแรงกว่านี้  ที่สำคัญต้องช่วยเหลืองานสังคมหมู่บ้านให้มาก  และหลีกเว้นการทำบาปทั้งปวง

        จากอายุ  18   ย่างเข้าอายุ  21  เขาได้รับการคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์รับการฝึกอย่างเข้มข้น  ทำให้เขามีระเบียบในการจัดการตนเอง  จนปลดจากทหารเกณฑ์   สิ่งที่เขาได้รับจากการฝึกทั้งร่างกายและจิตใจจากทหารปัจจุบันเขาเป็นผู้นำหมู่บ้าน เป็นที่ยอมรับของผู้คนทั่วไป

         เขาขอบคุณชายรูปงามในฝัน  หรืออาจเป็นเทพารักษ์ในป่าหรืออะไรๆก็แล้วแต่ที่มาช่วยเขาให้พ้นจากความเป็นขี้เปี้ย.....

ขอบคุณผีที่มาบอกยารักษาโรคร้าย