
เจอคำถามย้อนยุคเข้าให้ว่า.....สมัยเป็นเด็กๆเคยเล่นอะไรบ้าง......เอาล่ะซิเป็นประเด็นขึ้นมาทันที เลยนั่งย้อนกลับไปคิดดูสมัยวัยละอ่อน คิดถึงความสนุกสนานที่ได้รับแบบธรรมชาติช่วยสร้างโดยไม่ต้องซื้อต้องหาไม่ต้องพึ่งพิงเทคโนโลยีใดๆทั้งสิ้น
เริ่มตั้งแต่สมาคมเข้าพวกกับผู้คนรอบข้างได้ รู้สึกเหมือนจะเป็น ไล่จับหรือตี่จับแล้วก็ลามไปจนถึงซ่อนแอบ ( ที่บ่อยครั้งโดนขู่ว่าจะโดนผีจับหรือผีบัง ) หากอยากประลองลมปราณกันก็ต้องเป่ากบที่เป่ากันจนหน้าดำหน้าแดงเพื่อให้ได้หนังยางมาเป็นของตัวเองให้มากที่สุด ( ทั้งๆที่เก็บหรือขอเอาก็ได้เนาะ ) พวกเด็กผู้หญิงก็จะเล่นขายของแคะขนมครก ( ดิน ) เล่นหมากเก็บที่ไม่ใช่หมากจริง เล่นหมากตะเกียบ เล่นตบแผละ เล่นอีตักจากเม็ดมะขาม ( เล่นเสร็จก็โยนเข้าเตาเอามาอมเคี้ยวเล่นเพลินๆได้ ) เล่นเขย่งเก็งกอย เล่นตั้งเต พวกเด็กผู้ชายก็เล่นลูกข่าง เล่นดีดลูกแก้ว เล่นว่าว เล่นตีลูกล้อ หรือขี่ม้าส่งเมืองกันกลางสนามเสียเป็นส่วนใหญ่


พอโตขึ้นมาอีกหน่อยก็เล่นกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนโตๆและใช้ไหวพริบ อย่างมอญซ่อนผ้า รีๆข้าวสาร เล่นเตย เล่นชักคะเย่อ หรืองูกินหาง ( ที่บางครั้งก็มีการส่งซิกเล่นพรรคเล่นพวกพอหอมปากหอมคอ ) จำได้ว่าเล่นกระโดดเชือกนี่สนุกสนานมากมีหลายท่าหลายทางที่พลิกแพลงกันไปเพื่อแสดงว่าตรูนี่แน่ตรูนี่เก่งกว่าใครเพื่อน.....แต่ที่โดนห้ามและโดนยึดบ่อยมากคือ การเล่นกระโดดหนังยางเพราะคุณครูเห็นว่าไม่ปลอดภัยและโป๊ ( ทุกคนสวมกางเกงขาสั้นไว้ข้างในเรียบร้อยแล้วจะโป๊ได้อย่างไรหนอคุณครู ) คิดว่าถ้าคุณครูส่งเสริมอีกสักนิดคงได้นักกีฬายิมนาสติกหรือนักกายกรรม ( แบบกายกรรมเปียงยางอะำไรทำนองนั้น อิอิ ) เพิ่มขึ้นมาอีกหลายคนแน่นอน.....


สำหรับการละเล่นที่ลงลึกไปกว่านี้ ( หมายถึงชนบทมากกว่านี้ ) ยังคงมีอีกมากมายและแตกต่างกันไปตามสภาพและสิ่งแวดล้อม แต่ krugui ก็เอามาเท่าที่จะจำได้และเท่าที่เคยเล่น รู้แต่ว่ามันสนุกและเกิดความรักความสามัคคีกัน รู้จักแพ้รู้จักชนะ ซึ่งเป็นกุศโลบายของคนสมัยก่อนที่น่านับถือจริงๆ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยคงไม่สามารถจะบรรยายได้หมดเพราะของเล่นพวกนี้มันเล่นได้ทุกเวลาทุกที่และทุกโอกาสที่อำนวย แตกต่างจากเด็กสมัยใหม่ ( ถึงจะชนบทอย่างไรก็มักไม่ค่อยมีใครเขาเล่นกันเพราะไม่เคยเห็นและไม่มีใครชวนเล่น ) ที่มักจะอยู่กับโลกส่วนตัวหน้าจอคอมต่อสู้กับตัวเองต่อสู้กับสิ่งที่ไม่มีตัวตน เสียเงินเสียเวลาเสียสุขภาพและสำคัญที่สุดคือเสียปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
นอกจากนี้การละเล่นของเด็กปัจจุบันมักขึ้นอยู่กับฐานะและเศรษฐกิจของครอบครัว ถ้าครอบครัวพร้อมก็โอเคแต่หากครอบครัวไม่พร้อมก็กลายเป็นปัญหาทางสังคมต่อไป คิดแล้วเศร้าเนอะ......


ขอบคุณภาพประกอบจาก Fwmail
จริงๆๆ ด้วย ... วันวารยังสนุกอยู่ ==> ควรจะ...ส่งเสริมให้พลิกฟื้นขึ้นมา....ให้มีพลังใหม่นะคะ
ขอบคุณมาก สำหรับบทความดีดีนี้นะคะ
กิจกรรมในศูนย์ 3 วัย ของ รพ.บ้านลาด เล่น "มอญซ่อนผ้า" ของเด็กๆ
กิจกรรม "ขี้ม้าก้านกล้อว ในศูนย์ 3 วัย"
กิจกรรม "เล่น รีรี ข้าวสาร"
ก่อพระเจดีย์ทราย
ที่เล่ามา ผมได้เล่นหมดทุกอย่างครับ สนุกจริง ๆ ไม่อยากเล่าความเก่า..เดี๋ยวเขาว่า...(สว.) สวัสดีครับ
ร่วมสืบสานการเล่นแบบไทย พาเด็กไทยไจสนุกร่วมรู้รักสามัคคีค่ะ
ขอบคุณทุกพลังใจค่ะ
>>>>>
ขอบคุณหมอเปิ้ล
ที่นำภาพน่ารักๆมาเติมเต็มให้กับบันทึกนี้นะคะ
ช่วยๆกันส่งเสริมการละเล่นแบบไทยเราที่ปลอดมลพิษกันเยอะๆค่ะ
น้องจิตอาสา
เอ.....ทำไมเล่นเหมือนกันเลย อย่าบอกนะว่าอยู่สมัยเดียวกัน hahahaha
การเล่นที่ว่ามามันสนุกดีนะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
เล่นก็ยอมรับว่าเล่นเถอะค่ะเพราะดูเหมือนว่า คนบ้านนี้ส่วนมากแล้วคงเคยเล่น
กันทั้งนั้นแหละค่ะ ความเก่าเอามาเล่าใหม่นี่มันช่วยชะลออายุได้นะคะ
สวัสดีค่ะพี่ใหญ่
มาแต่ละครั้งมีคำพูดดีๆมานำเสนอตลอดเลยนะคะ
ถ้าไม่ร่วมกันอนุรักษ์ไว้ อีกหน่อยคงสูญหายแน่นอนค่ะ
กราบขอบพระคุณและนมัสการพระคุณเจ้าพระมหาแล อาสโย ขำสุข
ที่ให้กำลังใจเจ้าค่ะ
เคยเล่นค่ะ ทุกอย่างเลย ฮิฮิ เดาวัยได้เลยนะคะ krugui
ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะเพราะใครๆก็เคยเล่นทั้งนั้น คริคริ
บางคนยังเคยเล่นมากกว่านี้อีกแต่....ไม่ยอมบอก
ยินดีรับพลังใจจาก
>>>>>
>>>>>
ด้วยความขอบคุณยิ่งค่ะ
สมัยยังเป็นเด็กประถม รร.สตรีล้วน ระหว่างรอกลับบ้าน เพื่อนๆยังฮิต นั่งเล่นหมากเก็บ หรือหนังยาง เดี๋ยวนี้ กลายเป็นกดเกมส์ iphone, ipad กันหมดแล้วค่ะ
นั่นๆๆๆคุณหมอป.ยังทันเล่นอยู่เลยนะ
เด็กสมัยใหม่คงเล่นไม่เป็นหรือไม่สนใจแล้วล่ะ เพราะมีสิ่งที่น่าเร้าใจกว่า
ทันใจกว่าและที่สำคัญเล่นคนเดียวก็ได้ไม่ต้องพึ่งเพื่อน ความสัมพันธ์กับเพื่อน
จึงเป็นนามธรรมมากกว่านะคะ
ขอบคุณกับดอกไม้กำลังใจค่ะ....
เด็กๆน่ารักมากๆๆค่ะ
สวัสดีค่ะ
เด็กทำอะไรก็น่ารักไปหมด ผู้ใหญ่ไปแต้มสีให้เลยเกิดการเปลี่ยนแปลงค่ะ...
ขอบคุณกับกำลังใจนะคะ
ขอบคุณคุณอักขณิช กับกำลังใจที่มอบให้ค่ะ