วันเสาร์ที่ ๑๔ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕

กราบสวัสดีค่ะครู     

 วันนี้เป็นวันที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ภายในหนูกระเพื่อมไปมา บางทีก็ทำได้เพียงประคองแล้วอดทน กับความคิดไม่ดีที่เกิดขึ้น อย่างที่ครูัคยสอนไว้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นดีเสมอเพียงแค่อดทนเรียนรู้ ตีสามตื่นขึ้นมาทำวัตร้ช้ารับรูว่าน้องตื่นแต่ก็ไม่เรียกกันค่ะครู จิตหนูยังเมตตาน้องไม่เป็นพอไม่เรียกรู้เลยว่าภายในแน่นทำวัตรเสร็จนั่งภาวนาต่อแต่ก็ยังรู้สึกง่วง สังเกตว่าการสวดมนต์ในใจสำหรับหนูไม่ทำให้ตื่น บางทีก็มีสวดผิด แค่พอออกเสียงบ้างก็พอได้ตื่นกับตนเอง ล้มตัวลงนอนอีกแต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นชวนน้องไปขัดห้องน้ำ เช้านี้ไม่ได้ทำอาหารค่ะ แต่หนูเตรียมนมและขนมขึ้นศาลา พอเสร็จงานเจอว่าที่ศาลามีคนมาพักเป็นท่านที่เคยบวชชี ใจหนูก็ระลึกถึงคำครูที่เอ่ยเหมือนตาเห็นว่า ถ้าเหตุการณ์ปกติแบบนี้สอนในครัว แล้วก็ได้ยิ้มกับตนเองค่ะ พอได้เวลาออกมารับข้าว น้องภัสจะทำหน้างอๆเหมือนจะถามว่า "ให้ไปทำงานกับเพื่อนตอนไหน" ซึ่งหนูทำได้เพียงรอกราบเรียนถามครูก่อน แล้วค่อยว่ากัน ใจก็มีขุ่นบ้างค่ะครูกระทบปุ๊บตัวตนแห่งความโกรธเกิดขึ้น ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อย แต่ก็อดทนๆ บางทีก็มีคำพูดข้างในว่า "เหมือนฉันจริงๆเลย" แต่ใช้คำไม่สุภาพเท่านี้ค่ะครู บางทีก็เหมือนหนูบอกตนเองว่า น้องอายุพึ่งสิบหก ตอนหนูเท่าน้องยังทำไม่ได้ขนาดนี้ น้องมาได้ขนาดนี้ก็ถือว่ามีวาสนามากแล้ว จัดแจงรับข้าวพี่อ้อโทรมาบอกว่ากำลังเดินทางมาแต่จะมาถึงสายๆ วันนี้รับข้าวไว้เผื่อครู ทำเหมือนเป็นหน้าที่ๆยินดีที่ได้ทำเจ้าค่ะ ครูโทรบอกว่าหนูบอกพร่องรับคำว่าจะดำเนินการแก้ไข ลงจากลานธรรมแวะหาครู รับคำสั่งว่าต้องทำอะไรบ้าง ทำธุระเรื่องปัจจัยให้ครู ครูให้เงินมาหนึ่งพันบาทซื้อของมาทำอาหารเช้าวันอาทิตย์ และให้ขับรถไปส่งน้องภัสบ้านบ้านเพื่อนที่ทำงานกลุ่ม ความเมตตาที่ได้รับจากครูและแม่ของครูก็คือว่า มีข้าวกล่องจากแม่ของครู หนูอิ่มข้าวมากค่ะวันนี้ทานมากกว่าปกติแต่ด้วยความเมตตาของแม่ครูและครูเข้ามาข้างในจึงขอโอกาสทานอีกรอบ แล้วค่อยออกไป พอไปส่งน้องเดินเข้าไปในบ้านเพื่อนได้ยินเสียงแซวของเพื่อนน้องว่า "ทำไมใส่ชุดนี้ บ้ารึเปล่า" ทำให้หนูเข้าใจน้องมากขึ้นมาเขาต้องเผชิญกับอะไรบ้างกับวิถีชีวิตที่เธอเลือกเดินอยู่ พอเห็นหนูเพื่อนๆน้องยกมือไหว้สีหน้าผ่อนคลายมากขึ้นจึงแนะนำเรื่องการจัดรูปเล่มรายงานให้รวดเร็วและการวางแผนงานที่ต้องทำ ไปๆมาๆ ตกลงกันว่าจะขอไปซื้อของที่ยโสธรและปริ้นงาน และอยากมีเวลาทำโครงงานเยอะๆ (เอาภาพติด ฟิวเจอร์บอร์ดเจ้าค่ะ) หนูจึงได้รับโอกาสจากสี่ชีวิต แต่พอไปจริงๆพยายามแยกกันไปเพื่อความรวดเร็ว กลายเป็นว่ามีกลุ่มหนึ่งที่ไม่มีโทรศัพท์หากันไม่เจอวนอยู่หลายรอบใจหนูบีบคั้นมาก เพราะอยากรีบกลับมาพาน้องทานข้าวตามที่ครูมอบหมาย จนกระทั่งหนูจอดนั่งหายใจแล้วก็ SMS แจ้งครูทั้งที่รู้สึกทุกข์บีบคั้น แล้วก็มีความคิดเกิดขึ้นว่า "ไม่น่ามายุ่งเลย" เป็นความเห็นแก่ตัวที่สะท้อนมาจากใจหนูค่ะ แล้วก็มีเสียงดังขึ้นมาแทรกว่า "เป็นโอกาส ยังไงก็ทิ้งน้องไม่ได้เขาเป็นมนุษย์ ครูเมตตาท่านเข้าใจ แต่เราทำผิดไหม ผิดนะ ต้องยอมรับไม่ว่าครูจะว่าอย่างไร สักพักน้องหวานชโงกหน้ามาถามว่า "ครูพี่ดุมากเลยเหรอค่ะ" หนูหายใจลึกๆแล้วตอบน้องว่า "ไม่สำคัญหรอกว่าครูจะดุหรือไม่ สำคัญที่ว่า พี่ละเลยต่อหน้าที่ไม่รักษาสัจจะที่ให้กับท่านไว้ หากท่านจะเอ่ยตำหนิก็สมควรแล้ว"สิ่งนี้เองที่ครูเคยชี้ว่าตัวชั่วของหนูมันหลอกแบบล้ำเลิศ ทำให้คนมองว่า คนที่มาสอนหนูดุ จิตมันแสดงได้ขนาดนี้เลยนะคะครู พึ่งจะได้คิดพอเงยหน้าขึ้นเจอน้องอีกสองคนเดินมาพอดี แต่ก็เที่ยงตรงแล้ว ค่ะศีลข้อสี่หนูด่างพร้อยเพราะปฏิบัติในสิ่งที่ครูชี้แนะไว้ไม่ได้ แต่เป็นความรู้สึกข้างในที่น้อมรับเจ้าค่ะ ทำให้ข้างในรีบเร่งจนลืมเช็คยอดเงินทั้งสองบัญชีเข้ามาถึงวัดเที่ยงเกือบๆจะครึ่ง แนะให้น้องไปกราบพระอาจารย์และครูก่อน หนูหิ้วของเข้าครัว ไปดูน้องๆนึกขึ้นได้ยังไม่ได้รายงานครู  เข้ามาข้างในโบโซ่เอายามาให้จัดตกใจ เพราะไม่มียานึกย้อนเห็นความบกพร่องของตนเองไม่ได้ตรวจสอบหลังจึงรีบส่ง SMS แจ้งครู น้องๆค่อยๆเริ่มลงมือทำงาน หนูทำความสะอาดเต้นท์ครูกวาดใบไม้น้องๆค่อยๆทำงานไป "ใจหนูพยายามระลึกถึงคำครูว่า ถ้าที่นี่เยน็น้องๆจะเห็นเป็นที่พึ่ง จึงพยายามอดทนกับตนเอง น้องๆดูรื่นเริงดี แต่ก็คอยเตือนสติกันว่าอย่าเสียงดังและสำรวม ตั้งเป้าที่บ่ายสามให้ทำเสร็จ การกำหนดเวลาทำให้ได้กำหนดกับตนเอง กว่าจะเสร็จก็เกือๆบ่ายสี่โมงเจ้าค่ะ ซึ่งก็ได้เวลาเตรียมอาหารน้องๆก็ไปช่วยกันเตรียมคนละไม้คนละมือ ไม่นานก็เสร็จแรียบร้อย พาน้องๆมากราบลาพระอาจารย์และไปกราบหลวงปู่ และลาครู ซึ่งเจอแม่ของครูด้วย หลวงปู่เมตตา ตอนแรกที่เดินตามหลังครูใจระลึกกับตนเองค่ะ เรื่องน้องหาหนูยังทำสิ่งใดที่ไม่เหมาะสมของให้ครูช่วยชี้แนะหรือหากสิ่งใดเหมาะสมของให้ครูเมตตาบอกด้วย ซึ่งได้คำตอบกับตนเองค่ะครู      จากเทศน์ของหลวงปู่ทำให้หนูได้คิด "ยังหนุ่มยังน้อยมีแรงปฏิบัติให้รีบทำเอา อยากได้อะไรก็ปฏิบัติเอาผู้หญิงก็บรรลุธรรมได้" "การเกิดนั้นเป็นทุกข์ เรามีความชรา ความเจ็บไข้ ความตายติดตามมาตั้งแต่วันเกิด"แล้วท่านก็เมตตาเล่าถึงพระอรหันต์ที่ท่านภาวนาทำความเพียรจนบรรลุธรรมแล้วเอ่ยว่า "สุขหนอ สุขหนอ". และชาติหนึ่งของพระโพธิสัตว์ที่เป็นนกกระจาบ เรื่องผู้หญิงมีความรัก ความหึง หวงมาก. หลวงปู่แนะว่า"อยู่คนเดียวให้ระวังจิต อยู่กับมิตรให้ระวังคำพูด". หลวงปู่ลูกสาวเยอะ การที่แต่ละคนเกิดมาชาตินี้เคยเกิดมาแล้วหลายชาติ หลวงอีกท่านหนึ่งหลวงปู่บอกว่า "ชาติก่อนเคยเป็นทนาย ไปว่าความที่ไหนก็แพ้ ฮา". ส่วนหลวงปู่เป็นช่างวาดภาพ แล้วท่านก็เทศน์สอนเรื่องชาติต่อมาของนกกระจาบ...รู้สึกปีติเบามากเจ้าค่ะครู พอออกมาครูชวนน้องๆมาพักภาวนา พอไปส่งจากเดิมที่ชวนมาหนึ่งคนคุยกันไปๆมาๆ ชวนกันมาทั้งหมดเลยค่ะ ก็ทะยอยไปขออนุญาตตผูปกครองของแต่ละคน น้องๆมีความมุ่งมั่นอยากให้ช่วยติวหนังสือให้เจ้าค่ะ น้องหวานยังเอ่ยอีกว่า "หนูมาทุกอาทิตย์ได้ไหม". เป็นกำลังใจที่ดีมากเลยเจ้าค่ะครู เชื่อว่าการมีเพื่อนเรียนจะทำให้น้องเกื้อกูลกันและกัน กลับจากรับน้องๆเข้ามาหาครู พอครูเตือนสติเรื่องชี้แจงรายการถวายพระอาจารย์หนูตกใจกับตนเอง แล้วครูก็เมตตาน้องๆ และให้โอกาสหนูขนผ้าห่มและหมอนมาให้น้องๆ อาบน้ำเสร็จระหว่างรอกันจึงนั่งคุยสบายๆเรื่องการตั้งเป้าหมายในชีวิตและแลกเปลี่ยนกันน้องๆเรื่องความลำบาก อดทนในชีวิตการเรียนหนังสือของหนู เพราะเป็นคนไม่เก่งแต่ขยันและอึดสู้เอาแบบมีเป้าหมาย ขนาดไม่เก่งอย่างหนูยังพอทำได้เชื่อว่าทุกคนก็ทำได้เช่นกัน ทุกวันนี้หนูก็ยังเรียนโดยมีครูเป็นครูที่ไม่ว่าครูสั่งอะไร แม้บางทีอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่ก็ทำ ทำแบบทำไปก่อนแล้วค่อยมาทำความเข้าใจไปเรื่อยทำผิดก็แก้ไข ทำซ้ำไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีปัญญา นี้คือสิ่งที่ได้แลกเปลี่ยนกับน้องเจ้าค่ะครูลงไปทำวัตรเย็น และได้ว่าข้อมูลการชี้แจงรายนามผู้บริจาคไปกับสังคะลีน้อยเพื่อถวายพระอาจารย์เจ้าค่ะ. กลับขึ้นมาจากทำวัตรเย็น ชวนน้องๆมาดูเทคนิคการอ่านหนังสือและสรุปความสามบท ซึ่งเป็นการบ้านที่น้องๆต้องทำส่งครูอาทิตย์นี้ด้วย จับคู่ช่วยกันอ่านสรุปความคู่ละบท ก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาดูแล้วก็แยกย้ายกัน หนูลงมาพักภาวนาข้างล่าง ณ กุฏิที่พักแล้วอบอุ่นใจ วันนี้มีญาติโยมมาพักภาวนาหลายท่านจะหกทุ่มแล้วแต่ยังมีหลายท่านเดินจงกรมอยู่เลยค่ะครู. แต่ก็เป็นเส้นทางการเรียนรู้วันนี้เรื่องราวเยอะมากแต่ก็รู้สึกว่าผ่านได้บ้างแม้จะยังพลาดอยู่จะอดทนสู้ต่อไปเจ้าค่ะ

กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ

Note เขียนไว้ตั้งแต่ตอนอยู่วัดพึ่งได้โอกาสนำมาลงเจ้าค่ะ