กำลังใจ หาให้ได้
‘ป๊อค ป๊อค ไปไส’
‘ป๊อค ถ่าแน่ ถ่าแน่’
เสียงเด็กน้อยแหกปากตะโกน และวิ่งตามพี่ชายออกไป เพื่อให้พี่ชายกลับมาสนใจตนแต่ป๊อคก็รีบปั่นจักรยานคู่ใจทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
พอเห็นพี่ชายไม่สนใจเด็กน้อยก็นอนร้องไห้เกลือกกลิ้งอยู่พื้นถนนหน้าบ้าน ยายเหนียวเพื่อนบ้านตำหูกอยู่ใต้ถุนบ้านได้ยินเสียงเด็กน้อย ก็วางกะสวย ส่งเสียงโอ๋เด็กน้อย แต่ยังไม่ออกมาดู
‘น้องแมค แมค เป็นหยังลูกหล่า มาอยู่นำยายนี่ แม่ใหย่มึงไปไสน้อ บักป๊อคกะถิ่มน้อง”
ยิ่งได้ยินเสียงคนสนใจเด็กน้อยยิ่งแผดเสียงดังขึ้น ....ยายเหนียวไม่ได้สนใจมากนักก็คงต่ำหูกต่อไป
” มืดค่ำแล้วแม่ใหย่มึงไปไสน้อ ลูกบ่มีพ่อมีแม่ฝากแต่กูกูกะเอาบ่ไหว เมื่อยหลาย อุ้มกะบ่ได้ปวดแอว มาบักหล่า มาอยู่นำยาย ’ เสียงยายเหนียวบ่นพึมพำ
“มาบักหล่าฝนมาแหล่ว มันสิบ่ซำบาย ยายสูไปไสฮือ ’
เสียงยายเหนียวคงพูดต่อไปเพื่อให้เด็กน้อยลุกเดินมาหาตน
‘ซะมาฮูบาบแท้แม่กะตาย ถ้าแม่มึงบ่ตายกะสิบ่ถึกถิ่มจั่งซี้น้อ แม่ใหย่มึงไปเอายาติลูกหล่า มา มา มาให้แม่ใหย่เบิ่งแน่’
ยายเหนียวเดินมาหาเด็กน้อยพลางดึงลุกพาไปตุ่มน้ำเพื่อล้างตัว เด็กน้อยเดินตามโดยดี ทั้งเหนื่อยจากร้องไห้ ทั้งคันเพราะนอนเกลือกลิ้งกับพื้นดิน ไอ้ด่างหมาน้อยเดินตามต้อยๆไปที่ตุ่มน้ำ หลังจากยายเหนียวล้างตัวให้เด็กน้อย เอาผ้าขาวม้าเช็ดตัวให้ ไอ้ด่างก็เลียขาเด็กน้อยเหมือนปลอบใจ
สมใจลูกสาวคนเดียวของยายสา เป็นความหวัง เป็นชีวิตของยาย เมื่อเรียนจบชั้น ปวส.สาวน้อยไปทำงานที่กรุงเทพฯส่งเงินมาให้แม่เพื่อเป็นค่าปุ๋ย ไว้ทำบุญกับคนอื่นเขา
ด้วยความที่ยายสา เป็นคนมีน้ำใจ แม้จะปากร้ายแต่ก็ใจดีกับชาวบ้าน รอบบ้านยายสา โพน ที่ที่นาก็ปลูกกล้วย มะนาว ต้นไผ่ ผักชะโอม ฯลฯ เวลาชาวบ้านมีงานบุญ งานแต่ง งานบวชก็จะอาศัย ใบตอง มะนาว ที่บ้านยาย ปลาร้า ปลาจ่อมยายทำไว้ ก็จะเอาไปโอมกัน ที่บ้านงาน หน้างานบุญ ยายสา ก็ต้องอยู่ช่วยงานตั้งแต่วันเตรียมงานจนถึงวันล้างเก็บกวาดให้เรียบร้อย แม้อายุเลยเลขหกก็ตาม ยายก็ไม่ปริปากบ่น ใครให้ทำให้ฟังประชุมอะไรยายไปเกือบทุกงาน
’ลูกเอ้ย เฮ็ดบุญ เฮ็ดไปโลด เฮาเฮ็ดบุญ คือเฮาถิ่มเนื้อให้หมาป่า มันไล่ล่าเฮา เฮาก็ถิ่มเศษเนื้อ ให้มันๆกะไล่งับบ่ทัน บ่แม่นมันบวกลบกันแล้วเหมด ดอก กะคือบุญ นี่หล่ะเฮ็ดสะสมไว้’
พอสิ้นลูกสาว ลูกเขยที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ แม้พี่น้องจะย่างกรายมาช่วยเลี้ยงหลานน้อย แต่ด้วยความเกรงใจยายก็ไม่อยากรบกวนใคร แม้ทางฝ่ายลูกเขยจะยื่นข้อเสนอให้แบ่งหลานไปเลี้ยง ยายก็ไม่ยอมขอเลี้ยงหลานด้วยตนเอง พอหลานคนโต น้องป๊อคได้เก้าขวบ ยายเริ่มถ่ายลำบากปวดท้องบ่อยๆ อาหารไม่ย่อย ยายต้องไปรับยาประจำ จนปีที่ผ่านมาคุณหมอบอกยายว่าสงสัยมีก้อนในลำไส้ให้ยายตรวจพิเศษ จะได้รักษาได้ถูกต้อง
’คุณยาย ผมสงสัยก้อนในลำไส้ มันน่าจะนอนโรงพยาบาลตรวจพิเศษ อีกทีนะ เอาเป็นเดือนหน้า นะยาย’
เสียงคุณหมอดังในหู ก้อน ยายคิดไปไกล มะเร็ง มะเร็ง ตาย เป็นมะเร็งแล้ว ก็ต้องตาย ยายไม่รู้ว่ายายพูดอะไรกับหมอไปบ้างรู้แต่ว่า ถ้าสิ้นยายหลานน้อยสองคนจะอยู่อย่างไรน้ำตายายไหลออกจากตาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
‘ยายผมยังไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร นะ ยายอย่าร้องไห้ ต้องตรวจดูให้แน่ก่อนครับ แต่ถ้า ถ้านะคุณยาย เป็นก้อนในลำไส้ ในผู้สูงอายุตัดออกแล้ว โอกาสมันดีกว่าในคนอายุน้อยๆครับ ยายครับอย่าร้องครับ’ คุณหมอเอื้อมมือมาลูบแขนยายเบาๆ
‘ยายมากับญาติไหมครับ’
ยายสาส่ายหน้า
‘มาคนเดียวเหรอครับ ถึงบ้านค่ำไหมยาย นี่มันบ่ายสองแล้ว โอ้ ไม่ใช่ใกล้นะถึงบ้านก็เกือบค่ำ เอางี้นะครับผมนัดวันจันทร์สุดท้ายของเดือน ให้คุณยายมานอนโรงพยาบาลเพื่อตรวจพิเศษนะครับ วันนี้ไม่ต้องเอายาเพิ่มครับ ยาที่มีอยู่พอทั้งเดือนนะครับคุณยาย’
คุณหมออธิบายคุณยายฟังแล้วก็หันไปบอกคุณพยาบาลออกใบนัดและอธิบายให้คุณยายทราบอีกที
’คุณยายสิมาได้บ่น้อ พยายามมาเด้อคุณยาย คุณหมอเพิ่นเลือนเข้าให้ยาย เพิ่นเบิ่งคนไข้ดี๊ดี เว้ากะม่วน มีหยังกะบอกเพิ่นได้’ คุณพยาบาลหน้าห้องพยายามบอกคุณยายเพื่อให้คลายกังวล
ออกจากโรงพยาบาลยาย เริ่มหิวข้าว ยายแวะซื้อข้าวโพดมาหนึ่งถุง แกะเม็ดข้าวโพดกินอย่างช้าๆ อนิจจัง โลกไม่ปราณี คนทำดี เลย นี่ทำดีทั้งชาติ แต่กรรมที่ทำมาชาติที่แล้วเราไม่รู้ ทำไมมันโหมกระหน่ำยาย จนตั้งตัวแทบไม่ทัน ยายเดินมานั่งรถสองแถวเที่ยวสุดท้าย คิดสงสารหลานน้อยสองคน ป่านนี้คงเล่นกันมอมแมม แม้ยายจะฝากญาติไปดูให้ขณะที่ยายมาโรงพยาบาล หลานได้กินข้าวหรือเปล่าน้อ............
ผู้โดยสารในรถต่างทักทายถามไถ่เรื่องราวการมาตรวจ ยายเหม่อมองดูท้องทุ่ง บ้านยายไม่ได้แห้งแล้งเหมือนพื้นดินอิสานส่วนใหญ่เพราะอยู่ใกล้แหล่งน้ำ มีแหล่งอาหารสมบูรณ์ ด้วยความขยันขันแข็ง ชีวิตลูกอิสานโดยกำเนิด ยายไม่เคยบ่นเคยท้อเรื่องทำกิน มีแต่จะเผื่อแผ่เพื่อนบ้าน
ถ้ายายตายใครจะเลี้ยงดูหลานน้อย ก้อนสะอึกมาจุกที่คอกำพร้า พ่อ แม่ แล้วยังมากำพร้า .....น้ำตารื้นขึ้นมา รีบเบือนหน้าหนี ...........
’เอ้า คือบ่ซื้ออิหยังมาให้บักหล่าน้อ”
ยายพึมพำกับตัวเอง
‘มาแล้วติ๊ สา เป็นจั่งได ’
เสียงยายเหนียวร้องทักทาย .
’บักแมคอยู่พี้เด้อ มันไห่นำอ้ายหลาย นอนกลิ้งอยู่ข้อยเลยอาบน้ำไห่’
‘เอ้อ’ ยายสาตอบรับพลางเดินไปรับหลานน้อย
“หมอเพิ่นว่าจั๋งไดแน่ ”
ยายสาเล่าเรื่องราวที่ไปโรงพยาบาลให้ยายเหนียวฟังใจกังวลว่าถ้าไม่มีใครดูหลานจะอยู่ยังไง ภาวนาขอให้มีอายุยืนให้หลานโตกว่านี้หน่อย พอพูดรู้เรื่อง หาทางแก้ไขไป ถ้าเอาไปให้ญาติเลี้ยง ก็ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขเขา ปู่ย่า หลานน้อยก็ตายไปหมดแล้ว คนที่มีลูกน้อยก็น้อยจริงๆทั้งฝ่ายตัวแกเอง กับฝ่ายลูกเขยก็มีลูกแค่คนเดียว
‘ใหย่ ๆๆ ป๊อคได้ปลาใหย่ ป๊อคได้ปลาโตนึงปลา ค่อ ‘
น้องป๊อคแหกปากตะโกนมาแต่ทางเข้าประตูรั้วบ้าน
“ใหย่อยู่บ้านยายเหนียวบักหล่า มาพี้’
ยายสาตะโกนบอกหลานชาย
’ป้าดบักหล่าไปเฮ็ดจั๋งได๋มะได้ปลาค่อใหญ่แท้ ไปหาปลากับไผ๋หล่า บักหล่าสิปิ้ง หรืออยากกินหยัง’
“ปิ้งกะได้ให้ใหย่เหนียวกินนำ ผมฮัวกะหาได้โตใหญ่ ยายเหนียวสิได้กินแซ่บ บักหล่ากะกินนำ ไห้เฮ้ดหยัง อ้ายไปหาปลามาป้อน’
น้องป๊อคพูดพลางกอดน้อง
”บักหล่าไปนำอ้ายย่านตกน้ำ มีก้ามปูใหญ่อ้ายสิปิ้งให้เด้อ”
น้องชายได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก
ยายมองดูถุงที่สานเป็นตาๆคล้ายสวิงให้หลานติดตัวเวลาไปหาปลากับเพื่อนๆ แม้จะอายุเพียงเก้าขวบแต่หลานต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ยายสอนวิธีจับปลาให้ ใส่ไซ ตกเบ็ดให้ แม้จะเข้าวัดเข้าวาทำบุญเป็นอาจิณ ผิดศีลข้อหนึ่ง ห้ามไม่ให้ฆ่าสัตว์ ยายเคยบอกป๊อคว่า ทำเพื่อเอามาเป็นอาหาร ขายเพื่อมีรายได้ไม่ได้ทำเพราะสนุกสนาน
ลุงน้อยบ้านตรงข้ามเอาหมกหน่อไม้มาให้ยาย ยายบอกลุงน้อยเก็บเอาผัก มะละกอไปตำกิน ลุงน้อยปฏิเสธบอกว่ามะละกอที่โพน เถียงนาก็ดกน่าดูเมื่อวานเอามาฝากชาวบ้านใครผ่านไปมาให้หยิบเอาไป พริกที่ปลูกไว้ก็ดกน่าดูปีนี้คงต้องตากแห้งไว้เยอะแน่ๆเลย ลุงน้อยอาสาทำนาให้ยายปีนี้เพราะเห็นยายยังไม่ได้ลงมือทำอะไร และพอรู้เลาว่ายายไม่สบาย
‘เอาโลดหล่า เฮ็ดได้ มีแฮงกะเฮ็ดเอา ถ่าเอื้อยบ่อยู่กะสูหล่ะสิเบิ่งลูกเบิ่งหลาน สองโตกะทั่นได้ใหญ่ ’
ลุงน้อยมองดูหลานสองคน รับปากยายจะดูแลเด็กน้อยถ้ายายไม่มีลมหายใจ
“กะสิเฮ็ด สิดันมันได้ดิบได้ดี หล่ะเอื้อย หลูโตนแม่มัน ฮ้จักความหลาย อินางซะแม่นบุญหน่อย เจ้ากะเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานดีฮ้าย เอื้อยเอ้ย เจ้าเป็นฮ่มโพธิ์ ฮ่มไทรให้น้องให้นุ่งหล่ะ บุญหลายๆเด้อเอื้อยเด้อ อยู่เบิ่งน้องเบิ่งนุ่งโดนๆ ข้อยไปวัดมื้อเซ้า หลวงตาน้อย ถามหาเอื้อยอยู่ เพิ่นย้องว่ายายสาเป็นผู้เฒ่าค้ำบ้านค้ำส่อง’
ยายเหนียวเดินถือเสียมบอกเพื่อนว่าจะไปสับข่าอ่อนมาต้มกินยายสาจะได้ไม่อืดท้อง
แม่น้องมายบ้านริมรั้วเดินถือเอาห่อมะขามนึ่งมาฝากยาย ที่บ้านมีหน่อไม้ที่ดองไว้กินถ้ายายอยกกินจะตักไปให้
’ใหย่อย่าลืมเปิดเบิ่งนายหลวงเด้อ เพิ่นเสด็จอยุธยาข่าวทุ่มครึ่งนี่หล่ะ’ แม่น้องมาย
“ป๊อคเปิดเบิ่งนายหลวงลูก เพิ่นมาไป่ช่อง3 หรือช่อง7 กะได้ลูกเปิดดู๊”
ยายเหนียวตะโกนบอกน้องป๊อคที่สาละวนอยู่กับหีบปลาที่ปิ้งไว้บนเตาถ่าน
เวลาข่าวภาคค่ำยายทั้งสอง ลุงน้อยกับหลานสองคนร่วมวงกินข้าว หน้าจอทีวี ที่นำเสนอข่าวพระองค์ท่านเสด็จ ยายฟังอย่างตั้งใจ พบจบข่าวยายบอกกับหลานว่า
“เทวดามีอยู่อีหลีเด๊ะลูก ในหลวงเพิ่นเป็นเทวดาของหมู่เฮา ยามแล้งกะเฮ็ดฝน เพิ่นเฮ็ดฝาย เฮ็ดเขื่อน ”
“สาธุเด้อให้พระองค์อายุยืนๆเด้อ สาธุเด้อ ยายเหนียวยกมือท่วมหัว”
’เป็นบุญแท้เห็นเพิ่นแม่ะเอื้อย เห็นในทีวีคักห้าย ขนลุก แม่ะ’
ลุงน้อยบอกพร้อมขยับแขนสองข้างเห็นขนลุกทั้งสองแขน
“นี่หล่ะเอื้อยมีกำลังใจสู้ ย้อนเห็นเพิ่นนี่หล่ะ เฮาเฮ็ดหน่อยกว่าเพิ่นหลาย ทนหน่อยกว่าเพิ่นหลาย ”ต่างไม่ได้นัดหมายลุงน้อยกับยายทั้งสองยกมือท่วมหัว สาธุ ยืนๆๆเด้อ
บันทึกจากบ้านเกิด
เรื่องเล่าภาษาถิ่นน่ารักเชียวค่ะ ชนบท.. เรื่องเล่าอันบริสุทธิ์ ..จิตใจสูงส่งจริงๆ ค่ะ
กำลังใจ + ความหวัง ==> ขอบคุณนะคะ สำหรับบทความดีดีนี้นะคะ
ขอบคุณ คุณSomsri
ที่แวะมาให้กำลังใจค่ะ