วิปัสสนากรรมฐาน


ทุกข์ที่มันเกิดขึ้นเกิด ขึ้นตั้งอยู่และดับไป

สิ่งที่เรียน

การฝึกวิปัสสนากรรมฐาน

วิธีเรียน

1. ตั้งใจมั่น

2. จัดหาสถานที่เหมาะกับการฝึกกรรมฐานเช่น ศูนย์ปฎิบัติธรรมหรือสถานที่สงบร่มเย็น อากาศ ถ่ายเทสะดวก ข้าพเจ้าฝึกที่ศูนย์ปฎิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จังหวัดขอนแก่น และที่บ้าน

3. เริ่มต้นจากการระลึกถึงพระรัตนตรัย หรือสวดมนต์ทำจิตใจให้สงบ วิปัสนากรรมฐาน ที่ข้าพเจ้าฝึก คือ เดินจงกรม นั่งกำหนดสติหรือนั่งสมาธิ และนอนสมาธิ

4. ทุกอิริยาบทให้เรากำหนดสติไว้ที่ลมหายใจเข้าออก และภาวนากำกับ เช่น นั่งสมาธิ หายใจเข้ากำหนดว่า พองหนอ หายใจออกกำหนดว่า ยุบหนอ (บางคนอาจใช้ พุท - โท) เดินจงกรม ให้กำหนดว่า ขวา - ย่าง หนอ, ซ้าย - ย่างหนอ, กลับ - หนอ , ยืน - หนอ การนอนสมาธินั่นกำหนดเช่นเดียวกับการนั่งสมาธิ เพียวแต่อยู่ในท่านอนที่สำรวมและมี สติไม่ใช่การนอนหลับ หากรู้สึกอย่างไรให้กำหนดลมหายใจกำหนดสติไปที่ตรงนั้น  เช่น ปวดหนอ คันหนอ ได้กลิ่นหนอ ร้อนหนอ ง่วงหนอ ดีใจหนอ เสียใจหนอ โกรธหนอ

เมื่อเปลี่ยนอิริยาบทจากเดินเป็นนั่ง หรือนอนก็ให้กำหนดตามที่เคลื่อนไหว ระยะเวลาในการฝึกเริ่มจาก ระยะสั้นๆเท่าที่ทำได้ สลับกันระหว่างนั่งสมาธิ เดินจงกรม นอนสมาธิหรือเลือกปฏิบัติที่ชอบ แล้วเพิ่มระยะเวลานานขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องไม่เป็นการทรมาน ตนเอง รับประทานทานอาหารให้พอดี ใส่เสื้อผ้าที่สบาย สุภาพเรียบร้อย

ผลการเรียน

ข้าพเจ้ามีสติ รู้ในตน รู้ในทุกข์ รู้ความเป็นจริงของโลก รู้เท่าทันกิเลส รู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง และความโลภ โกรธ หลง ทำให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ เรา สามารถปัญหาอย่างหนักแน่นและอดทน เพราะได้ฝึกมาแล้วว่าทุกข์ที่มันเกิดขึ้นเกิด ขึ้นตั้งอยู่และดับไป ไม่มีอะไรและดับนอกจากทุกข์เท่านั้น  

ความทุกข์นั้นเป็นสิ่งที่ชีวิตไม่ต้องการ ในอดีตมีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย อย่างไร แม้ปัจจุบันมีเทคโนโลยีก้าวไกลที่มนุษย์คิดค้นขี้นก็ยังไม่อาจแก่ปัญหาชีวิตที่ต้องเกิด แก่ เจ็บ ตายได้ ดังนั้นการเกิดดับเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เรียกว่าเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้ เมื่อเราได้เกิดมาแล้วก็ทำแต่สิ่งดีงาม อย่าหลงกับความสุขที่ไม่ยั่งยืนจนเกินไป เพราะชีวิตสังขารไม่ได้ยาวนานนัก สักวันก็ดับลงตามธรรมชาติ จะหลงเหลือแต่เพียงความดีที่ได้ทำไว้เท่านั้น

ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์

การฝึกวิปัสสนากรรมฐานไม่ได้เน้นความสำคัญของสมาธิที่กล้าและลึก แต่เน้นการมี สติรับรู้ความเป็นไปของตนเอง ว่า ตอนนี้ทำเราอะไรอยู่ ทำตนให้อยู่กับปัจจุบัน ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด อดีตคือสิ่งผ่านมาแล้ว อนาคตยังมาไม่ถึง อดีตจะน่าจดจำเพราะเราทำปัจจุบันให้ดีที่สุด อนาคตจะดีถ้าเราทำปัจจุบันให้ดีเช่นกัน การฝึกวิปัสสนากรรมฐานนั้นนี้ไม่มีหนังสือ หรือตำราเล่มไหนถ่ายทอดออกมาได้ชัดเจน ต้องปฏิบัติ ต้องทำด้วยตัวเอง เรียนรู้ด้วยตัวเองขึ้นอยู่กับความตั้งใจ ความศรัทธาที่ไม่ใช่หลงเชื่องมงาย เปิดใจที่จะเรียนรู้ด้วยตนเองและ ผลที่ได้คือการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณค่าต่อชีวิตของข้าพเจ้า

สื่ออ้างอิง

http://www.abhidhamonline.org/kammathana.htm

http://www.abhidhamonline.org/thesis/thesis6/thesis63.htm 

http://10000li.net/2010/02/21/mindinstock/ 

ภาคผนวก

หลวงพ่อจรัญสอนกรรมฐาน 

http://www.youtube.com/watch?v=OM27dIqJ0ic 

วิธีทำสมาธิแบบหลวงปู่มั่น

http://www.youtube.com/watch?v=9OJGOtemQcw&feature=related

 

วันที่บันทึก

7 กรกฎาคม 2555

วันที่ปรับปรุงล่าสุด

8 กรกฎาคม 2555

หมายเลขบันทึก: 493902เขียนเมื่อ 7 กรกฎาคม 2012 19:04 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 สิงหาคม 2012 21:54 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (25)

สบายใจ ต้วเบา + ใจเบา ==> ความสุขเกิดนะคะ

ขอบคุณ บทความดีดีนี้นะคะ

ไม่เป็นไรค่ะ ^ ^ ยินดีค่ะที่บทความนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่าน

แวะมาศึกษาหาความรู้อันลึกซึ้งทางพระศาสนาครับผม

ขอบคุณที่แบ่งปัน ได้ประัโยชน์มากเลย ไม่ว่าจะเป็นสวดมนต์ หรือนั่งสมาธิ ล้วนแต่ทำให้จิตใจเราเบิกบาน ความสุขอยู่ไม่ไกล แค่มองเข้าไปในตัวเราเอง

สาธ..สาธ..อนุโมทามิ แก่นของพระพุทธศาสนา

พยายามแล้ว แต่ยังเอาชนะกิเลสในตัวเองไม่ได้ TT

สาธุ~~~~~ ไม่เคยเข้าถึงแก่นแท้ขนาดกบเลย เวลานั่งสมาธิก็นั่งเฉยๆอ่ะ TT

ได้ประโยชน์มากเลยจ้า ^^

อ่านแล้วต้องลองไปปฏิบัติบ้างแล้วครับ ดีมากๆเลย เป็นการเจริญสติที่ดีเยี่ยมเลยคับ : ))

ดีมากเลย ช่วยให้ฝึกจิตและสมาธิได้

ถือว่ามีประโยชน์มากๆๆ เลย ช่วยได้ทั้งก่อนสอบ และหลังสอบ ทำให้จิตใจสงบลงได้

เป็นประโยชน์มากจ้า จิตใจเรา เราควบคุมได้><

เด๋วเราไปลองฝึกมั่ง ขอบใจจร้าาา

เราก็คือฝึกนะ ทำให้จิตสงบดี เรียนเข้าใจอีกด้วย

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี