สิ่งที่เรียนรู้ (What) : การเล่นกีฬาบาสเก็ตบอล

วิธีการเรียน (How) : ข้าพเจ้าได้เริ่มเล่นบาสเก็ตบอลเมื่อประมาณมัธยม 4 แต่ในช่วงนั้นก็เป็นการเล่นแบบสนุกๆ กับเพื่อนๆ ไปเรื่อยๆ ไม่ได้จริงจังอะไรมาก พอได้เข้ามาในคณะแพทย์ก็มีการให้ลงสมัครกีฬาอย่างน้อย 1 ชนิดในช่วง กีฬาเฟรชชี่ ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจเลือกบาสเก็ตบอล แล้วก็เริ่มไปฝึกกับพวกรุ่นพี่ปีสูงๆ โดยได้ฝึกพื้นฐานในเรื่อง

การเลี้ยงบาส
แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ

<<<<<การเลี้ยงบาสระดับต่ำ>>>>>
จะเป็นการเลี้ยงในระดับสูงประมาณเข่าเพื่อใช้เพื่อหลบหลีกคู่ต่อสู้เวลาแข่งขัน
<<<<<การเลี้ยงบาสระดับกลาง>>>>>
จะเป็นการเลี้ยงในระดับเอวใช้ในเวลาปกติเวลาเล่นบาส
<<<<<การเลี้ยงบาสระดับสูง>>>>> 
จะเป็นการเลี้ยงในระดับสูงกว่าเอวขึ้นไปใช้เพื่อเวลาต้องการวิ่งไปพร้อมกับบาสอย่างรวดเร็ว
 
การชู้ตบาส

เทคนิคที่ได้รับมาจาก พี่วศินสอนมาคือ การชู้ตลูกแบบ Back-Spin วิธีการทำคือ
1. ให้จับลูกบาสแบบมือแนบชิดบาสมากที่สุด (ถ้าเป็นไปได้ก็จับตามแนวเส้น เหมือนจับลูกรักบี้)
2. ชู้ตโดยไม่ใช้วิธีดันลูกแต่ใช้วิธี สะบัดข้อมือ เอา
ปล. วิธีการรูปแบบนี้ใช้ได้ผลอย่างมาก เพราะช่วยประหยัดแรงและมีความแม่นยำขึ้น

การเพิ่มศักยภาพของร่างกาย

กระบวนการนี้สำคัญมากเพราะในการแข่งขันบาสเก็ตบอลเราจำเป็นที่จะต้องมีร่างกายที่ อึดทนนาน เพื่อที่จะทำให้แรงไม่ตกเวลาแข่งขัน มิฉะนั้น พอเราหมดแรงแล้วก็จะทำให้ความสามารถในการชู้ตลดลง ส่งผลให้"แพ้"นั่นเอง
วิธีการที่ฝึกก็คือ วิ่งรอบสนามหอแพทย์สาม 30 รอบ โดยในวันแรกๆ จะรู้สึกเหนื่อยมาก เหมือนจะเป็นลม และจะรู้สึกปวด ระบมขา อย่างที่สุดในเช้าวันต่อมา แต่ถ้าเราฝืนไปวิ่งต่อในวันต่อๆ ไป สัก 2-3 วัน อาการเหล่านี้จะหายไปเอง นั้นคือ ศักยภาพร่างกายของเราเพิ่มขึ้นแล้วนั่นเอง ^^''

ผลการเรียน (Outcome) : จากการฝึกฝนบาสเก็ตบอลกับรุ่นพี่อย่างสนุกสนาน เป็นเวลา 30 วัน ทำให้ ข้าพเจ้าสามารถวิ่งรอบสนาม หอแพทย์สาม 30 รอบ ได้อย่างเหนื่อยอยู่ แต่ไม่ทรมาน ความสามารถในการชู้ตบาส แม่นยำขึ้น และ สามารถเลี้ยงลูกบอลได้คล่องแคล่วว่องไวขึ้น

ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ (Reflection) : จากการฝึกฝนบาสเก็ตบอลมา ทำให้ข้าพเข้าพบว่า คนเราถ้าตั้งใจทำอะไรย่อมทำได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องมีความ มุ่งมานะพยายาม และกระทำต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่ท้อถอย (^___^)