ระหว่างเดินทางเข้าสู่ที่ทำงาน ความคิดของผมมักจะโลดเล่นเสมอ อย่างวันนี้ ผมคิดถึงคำพูดของเพื่อนสองท่านที่ตรงกันท่านหนึ่งเป็นกุลสตรีสายวิทยาศาสตร์อีกท่านหนึ่งเป็นสุภาพบุรุษสายมนุษยศาสตร์ "หากผม/ฉันเรียนจบ ฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานบริหาร สู้เอาเวลาไปทำวิจัยดีกว่า"
ชุดของถ้อยคำนั้นมีคำถามที่ต้องการหาความหมายบางประการ "ทำไมเขาจึงไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานบริหาร" และ "ทำไมจึงเอาเวลาไปทำวิจัย" ผมขอมุ่งไปที่ข้อความว่า "ทำไมเขาจึงไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานบริหาร"
การที่คนเราจะปฏิเสธอะไรบางอย่าง นั้นก็แสดงว่า สิ่งที่เขาปฏิเสธอาจไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ ปัญหาที่่น่าพิจารณาคือ ที่ผ่านมาเราได้ทำงานวิจัยสำเร็จเต็มเม็ดเต็มหน่วยไปเท่าไร หากมีสองอย่างให้เลือกคือ การบริหารกับงานวิจัย ถ้างานวิจัยมีอยู่และดีกว่างานบริหาร และงานบริหารมีค่าเท่ากับงานวิจัย ดังนั้นการเลือกที่จะวิจัยก็น่าจะตอบรับความต้องการของเขามากกว่า
"งานบริหารไม่ดีหรืออย่างไร" จึงทำให้คนเราปฏิเสธงานบริหาร ทำไมบางคนจึงพยายามที่จะไต่ขึ้นสู่งานบริหาร เราอาจชอบงานบริหารมากกว่างานวิจัย ซึ่งความชอบกับเหตุผลที่จะเป็น เป็นสิ่งที่ดูจะเดินกันไม่ได้ แต่บางคนก็สามารถทำให้มันสอดรับกันได้คือ เราชอบและเราก็มีเหตุผลเพียงพอและเหตุผลจำเป็นที่จะเลือกสิ่งหนึ่ง
ผมคิดว่า หลายคนที่ปฏิเสธงานบริหารเพราะความไม่ชอบ มากกว่าเหตุผลที่เราจะต้องบริหาร เพราะในการทำวิจัยนั้น เราก็ต้องใช้หลักการบริหารเช่นกัน จากข้อความที่ผมคิดถึงถ้อยคำของเพื่อนนั้น ผมอาจบอกเขาว่า เราอย่าเพิ่งบอกว่าเราจะปฏิเสธงานบริหาร เพราะลำพังเพียงการเป็นตัวอย่างที่ดีก็น่าจะถือได้ว่าเป็นวิธีการบริหารอย่างหนึ่งและน่าจะดีด้วย โดยไม่ต้องพูดหรือแสดงความเห็นอะไร อย่าไปคิดว่างานบริหารคืออะไรบางอย่างที่เลิศหรู ใหญ่โต หรือเต็มไปด้วยสิ่งที่น่ารังเกียจ ทั้งที่การบริหารเป็นเรื่องที่ดีมาก เช่น การบริหารจัดการตัวเอง เป็นต้น เราคงหนีการบริหารไปไม่ได้ เพราะการบริหารคือการฝึกฝนให้ดีขึ้น
วันนี้เขาอาจปฏิเสธ แต่เมื่อถึงคราวแล้ว สิ่งที่ปฏิเสธอาจเป็นเพียงสิ่งที่มีคุณค่าน้อยเมื่อเทียบกับคุณค่ามากกว่าของประโยชน์ที่องค์กรควรจะได้รับ