สภาพบรรยากาศทั่วไปในแถบภาคกลางระยะนี้ในช่วงสายไปจนถึงบ่ายหนึ่งบ่ายสองอากาศจะร้อนอบอ้าวเรียกว่าออกไปทำกิจกรรมต่างๆกลางแจ้งแป๊ปเดียวกลับเข้ามาจะต้องปวดแสบปวดร้อนผิวหน้าและแขนพอสมควรและอาจจะถึงขั้นลอกคราบผิวหนังลอกเป็นแผ่นๆกันเลยทีเดียว เรียกว่าแดดเดี๋ยวนี้ค่อนข้างแรงและมหาโหดกว่าในอดีตมากมายนัก และพอช่วงบ่ายแก่ๆ ก็จะมีฝนเริ่มตั้งเค้าคอยท่าและโปรยเม็ดลงมาให้ความชุ่มฉ่ำเกือบตลอดทุกวัน เรียกว่าได้ตากผ้าตากผ่อนหรือพืชไร่ไม้ผลไว้เผลอไผลแป๊ปเดียวไม่ได้เก็บไม่ได้โกยเห็นทีไม่พลาดว่าจะต้องเสียหายจากน้ำฝนเป็นแน่แท้
ร้อนแห้ง แห้งร้อน ร้อนชื้น เปียกแฉะเป็นสภาพที่เหมาะสมอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราโรคพืช โดยเฉพาะโรคที่เกิดกับข้าวในระยะที่ข้าวเริ่มตั้งท้องและออกรวงจะต้องระวังในเรื่องโรคเมล็ดด่าง ที่สามารถเกิดขึ้นจากเชื้อโรคหลากหลายชนิดทั้ง Curvularia lunata, Drechsclera oryzae, Sarocladiumoryzae, Fusarium semitectum, Trichoconis padwickii และ Cercospora oryzae ซึ่งจะระบาดในข้าวระยะออกรวง พบเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลหรือเทาดำที่เมล็ดหรือรวงข้าว บางส่วนก็มีลายเส้นสีน้ำตาลดำ และบางพวกมีสีเทาปนชมพู การเข้าทำลายของเชื้อรามักจะเกิดในช่วงดอกข้าวเริ่มโผล่จากกาบหุ้มรวงจนถึง ระยะเมล็ดข้าวเริ่มเป็นน้ำนม และอาการเมล็ดด่าง จะปรากฏเด่นชัดในระยะใกล้เก็บเกี่ยว
การป้องกันรักษาควรให้ข้าวได้รับการสะสมซิลิก้าจากหินแร่ภูเขาไฟ (Zeo Platinum พูมิช, พูมิชซัลเฟอร์) ที่เพียงพอตั้งแต่ระยะเตรียมเทือกหรือหลังจากหว่านเมล็ดพันธุ์ไปแล้วก็ได้ในอัตรา 20 – 40 กิโลกรัมต่อไร่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสร้างความแข็งแรงให้แก่ผนังเซลล์ ส่วนเกษตรกรที่ประสบพบเจอปัญหาแล้วให้ใช้ บีเอสพลายแก้ว 5 กรัม (ต้นทุน 5 บาท) หมักกับมะพร้าวอ่อน 1 ผล หรือนมยูเฮชที 1 กล่อง หมักให้ได้ 24-48 ชั่วโมงแล้วนำมาผสมกับน้ำ 20 ลิตร (หนึ่งปิ๊ป) ฉีดพ่นในช่วงเย็นแดดอ่อน กลุ่มของบัคเตรีสายพันธุ์ทำลายเชื้อราโรคพืชที่ขยายตัวพร้อมทำงานจะออกไปยับยั้งทำลายเชื้อราโรคข้าวต่างๆ จนหมดสิ้น สามารถใช้ได้ทั้งในเชิงป้องกันและกำจัด
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com