"ความพร้อม"คือ เวลา(ฤกษ์)ที่ดีที่สุด ในการลงมือปฏิบัติงานหรือทำสิ่งต่างๆนั้นส่วนมากตัวเราเองมักเป็นฝ่ายกำหนดความพร้อม(เวลา)ที่จะทำ แต่สำหรับผักหวานป่ากลับตรงกันข้ามคือเป็นฝ่ายกำหนดความพร้อมโดยให้เราทำตาม(ช่วงเวลาและความเป็นจริงที่เกิดขึ้น)

 

...คราวที่เผยแพร่สูตรวิธีปลูกผักหวานป่าของอุทยานผักหวานป่า'๔๔ ครั้งแรก(นิตยสารเทคโนโลยี่ชาวบ้าน 15 พฤษภาคม 2546) ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับปลูกผักหวานป่าคือปลายฝนต้นหนาว(ช่วงที่ผักหวานป่าเจิญเติบโต(ตื่น).

 

...จากปี2546 เวลาที่ผ่าน9ปีกับการปฏิบัติ(พัฒนา)ทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ เกี่ยวกับสูตรวิธีปลูกผักหวานป่าที่ว่าดีแล้วในขณะนั้น.

 

...ในวันนี้กับพบคำตอบที่ดีขึ้นกว่าเดิมและประหยัดที่สุด และเป็นคำตอบที่บอกได้ว่านิ่งแล้วสำหรับสูตรวิธีปลูกผักหวานป่าโดยต้นกล้าที่เพาะด้วยเมล็ด("ด้วยเมล็ด").

 

...ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเรียนรู้วิธีปลูกผักหวานป่าด้วยกันในบันทึกนี้กันนะคะ...

 

...ในปีนี้2555 กับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูกต้นกล้าผักหวานป่าที่เพาะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์(เหมาะที่สุดจากวันแม่ไปถึงวันพ่อ"สิงหาคม-ธันวาคม")

 

 


1. ในภาพท่านเห็นอะไรบ้างคะ?  ต้นกล้าผักหวานป่าสามารถปลูกได้นับจากรากหยั่ง(แทง)ลงดินในถุงเพาะ ในระยะถั่วงอก(นับจากวันที่เพาะลงถุงประมาณ20-40วัน) สิ่งที่เห็นในภาพเป็นคำตอบที่ผักหวานบอกกับเราว่าได้เวลาปลูกแล้ว(เอาหนูไปลงดินหน่อย)...

 

 


2.ต้นกล้าผักหวานป่าที่สลัดเมล็ด(ส่วนมากต้นที่สลัดเมล็ดจะรีบโตในส่วนข้างบนมากกว่าแทงรากลงข้างล่าง)...


*ต้นกล้าผักหวานป่าถุงละ1ต้น ปลูก3-5ถุง(3-5ต้น)ต่อหนึ่งหลุมปลูก*

 

 


3.ต้นกล้าผักหวานป่าที่ยังไม่สลัดเมล็ดที่เรียกว่าระยะถั่วงอก ในระยะนี้การขนส่งเคลื่อนย้ายจะสะดวกเพราะยังไม่มียอดที่ต้องกระทบกับลมให้บอบช้ำ และเหมาะที่สุดสำหรับผู้ปลูกเพราะรากยังไม่เยอะเวลาแกะถุงปลูกไม่ค่อยมีปัญหาการกระทบกระเทือน...


*ต้นกล้าผักหวานป่าถุงละ2ต้น ปลูก2-3ถุง(4-6ต้น)ต่อหนึ่งหลุมปลูก*

 

 


4.การเพาะต้นกล้าผักหวานป่าสิ่งที่แตกต่างจากต้นไม้ทั่วไปอีกอย่างคือการให้(รด)น้ำที่น้อยมาก (ต้นไม้ชนิดอื่นๆรดน้ำเช้าเย็นหรือวันละครั้ง) 


...ในภาพเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าสัมผัสได้กับผักหวานป่าคือพลังของความเข้มแข็งและอดทนที่ผักหวานป่ามีอยู่(ดินแห้งๆแข็งๆ แต่สามารถโผล่งอกขึ้นมาได้ "พลังมหัศจรรย์")

 

 


5.ต้นกล้าผักหวานป่าที่พึ่งจะสลัดเมล็ดทิ้งโผล่เป็นตอเล็กๆขึ้นมาก่อนที่จะพัฒนาเป็นยอดลำต้น และเมล็ดผักหวานป่าที่ยังไม่ทิ้งเมล็ด ยังอยู่ในระยะถั่วงอก(พึ่งจะเป็นหลังกุ้งโผล่ขึ้นมาให้เห็น)...


*ต้นกล้าผักหวานป่าถุงละ3ต้น ปลูก1-2ถุง(3-6ต้น)ต่อหนึ่งหลุมปลูก*


*ระยะห่างระหว่างโคนต้นตะขบกับต้นกล้าผักหวานป่าที่ปลูกประมาณ15-30ซม.หรือภายใต้ทรงพุ่มของต้นตะขบ(หรือภายในหลุมเดียวกันกรณีที่ปลูกต้นตะขบและต้นกล้าผักหวานป่าพร้อมๆกัน)*


*ในการขุดหลุมปลูกต้นกล้าผักหวานป่าในฤดูฝนให้ใช้เสียมขุดแทนจอบ เพื่อเปิดปากหลุมให้กว้างน้อยที่สุด(ป้องกันน้ำขังในหลุมปลูก)ความกว้างตามจำนวนของถุงปลูก ความลึกของหลุมเท่ากับความสูงของดินในถุงเพาะ หลังจากขุดหลุมปลูกเสร็จแล้วก่อนแกะถุงนำต้นกล้าลงปลูกให้เทน้ำ(น้ำหากมีน้ำปุ๋ยหมักชีวภาพจะดี)ลงก้นหลุมและผสมดินให้เป็นเลนตมแล้วค่อยนำต้นกล้าลงวาง*


..หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไม?ไม่ทำให้ต้นกล้าในถุงเพาะมีจำนวนต้นที่เท่าๆกันหมดทุกถุงเวลาปลูกจะได้ง่ายและสะดวก.


...คำตอบ:เพราะในการเพาะต้นกล้าผักหวานป่าที่ได้คุณภาพของต้นกล้าที่ระบบรากสมบูรณ์ที่สุดคือการหยอด(เพาะ)เมล็ดสุกผักหวานป่าหลังจากที่ล้างเสร็จแล้วลงถุงเพาะชำโดยตรง ดังนั้นถุงเพาะชำจึงมีจำนวนต้นกล้าที่ไม่เท่ากัน.

 

...ในขณะกำลังจดจ่อนั่งเขียนบันทึก(ประมาณ13.30น.) เสียงโทรศัพท์จากกัลยาณมิตรผักหวาน(อยู่บ้านไหม?กำลังเดินทางมาเยี่ยมสวนรับต้นกล้าที่จองไว้) ต้องพักการเขียนไว้ชั่วคราวก่อนจะกลับมาเริ่มอารมณ์ผักหวานใหม่(11.23น.).


...การได้พบปะต้อนรับกัลยาณมิตผักหวานที่มาเยือนในเย็นวันนี้กลับให้รู้สึกดีที่ได้สนทนาพูดคุยแลกเปลี่ยน ในวันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ข้าพเจ้าได้พบกับหัวใจที่รักผักหวานป่าจากท่านที่มาเยือน.


...ความรักที่บางครั้งข้าพเจ้าเองก็อธิบายไม่ถูกเช่นกันค่ะว่าอะไรจากผักหวานป่าที่สามารถดึงดูดใจให้คนรักได้ถึงเพียงนี้(การตามหาวิธีปลูกผักหวานป่า การไปศึกษาดูงานตามสวนต่างๆ และการลงมือปลูกผักหวานป่าตามสูตรวิธีปลูกทั้งหลายที่ได้ไปเรียนรู้มา หมดเงินไปหลักหมื่นแต่ได้ไม่ถึง10ต้น เรื่องเล่าจากท่านที่มาเยือน).


..."ชาตินี้ทำไมเราถึงได้พบเจอรู้จักกันช้าจัง"เป็นคำพูดจากอาจารย์ที่เป็นเจ้าของเรื่องราวผักหวาน :)ไม่ช้าหรอกค่ะอาจารย์ภายใน2-3ปีก็ได้เชยชมแล้วกับผักหวาน.


...นับเป็นอีกวันที่หัวใจของข้าพเจ้าแจ่มแจ้งในยามพลบค่ำ ที่ได้มอบความรู้และกำลังใจให้ท่านที่รักในผักหวานรักษ์ธรรมชาติเช่นกันแม้คณะที่มาล้วนเป็นอาจารย์แต่มุ่งมั่นทำจริง แม้เวลาจะน้อย(รีบเดินทางกลับต่างจังหวัด)แต่ก็เบิกบานใจทั้งผู้ต้อนรับและท่านที่มาเยือน.


...ไม่นานคงมีโอกาสได้ต้อนรับพูดคุย(ทำความรู้จัก)กับท่านอาจารย์ที่มาเยือนในวันนี้อีกครั้ง(หากไม่ถึงเวลา ตามหายังไงก็ไม่ได้พบเจอ เมื่อถึงเวลา อยู่ไกลสุดตาก็มีสิ่งนำพามาให้พบเจอรู้จักกันเช่นวันนี้ "ถึงเวลา").



                  ***ขอบพระคุณและสวัสดีค่ะ***