ตอบคำถามจากหนังสือ
Basic Principles of Curriculum and Instruction (Ralph W. Tyler)
พัชรินทร์ สุริยวงค์
55255908 การสอนภาษาไทย
1. What Knowledge is The Most Worth for Most Students.
ความรู้ที่มีคุณค่าต่อผู้เรียนมากที่สุดนั้น ในปัจจุบันได้มีการกล่าวถึงเรื่องการวิเคราะห์สภาพการดำเนินชีวิตในปัจจุบันเพื่อจะนำการวิเคราะห์ไปกำหนดความรู้และจุดประสงค์ในการเรียน โดยความคิดเห็นที่มีนั้นพูดอยู่ 2 ประการด้วยกัน
ประการแรก มองเห็นว่าการดำเนินชีวิตในปัจจุบันนี้มีความซับซ้อนขึ้น รวมถึงมีความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง ดังนั้นการศึกษาจึงต้องเน้นความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตตามที่เปลี่ยนไป ไม่ควรให้เรียนกับเรื่องที่เกิดในอดีตหรือความรู้ที่ผ่านมานานแล้วจนเก่าไม่สามารถนำมาใช้ได้ในปัจจุบัน
ประการที่สองนั้น กล่าวถึงการศึกษาสภาพชีวิตในปัจจุบันมีความสัมพันธ์กับการถ่ายโยงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ต่างๆ โดยมองว่านักเรียนสามารถใช้ความรู้ความสามารถที่ได้รับการฝึกฝนมาระลึกถึงความคล้ายคลึงระหว่างสถานการณ์ที่พบในชีวิตจริงกับสถานการณ์ที่เล่าเรียนมา โดยสถานการณ์ทั้งสองนั้นต้องมีลักษณะดังนี้ 1. สถานการณ์ในชีวิตจริงและในห้องเรียนต้องมีส่วนที่คล้ายกันหลายลักษณะ และ 2. นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติสภาพชีวิตต่างๆในสังคม และนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ในห้องเรียน
โดยการศึกษาวิเคราะห์สภาพชีวิตประจำวันเพื่อนำไปสู่ระบบการศึกษา โดยเน้นตัวนักเรียน แบ่งเป็น
- ด้านสุขภาพอนามัย
- ด้านครอบครัว
- ด้านสุขภาพจิต
- ด้านอาชีพ
- ด้านศาสนา
- ด้านการบริโภค
- ด้านหน้าที่พลเมือง
หากศึกษาหลักสูตรของรัฐเวอร์จิเนีย (Virginia State Curriculum Study) ได้แบ่งรายละเอียด ดังนี้
- การป้องกันดูแลรักษาชีวิต
- การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
- การผลิตสินค้าและบริการ และการกระจายรายได้
- การบริโภคสินค้าและบริการ
- การสื่อสาร และการคมนาคมขนส่ง
- สันทนาการในรูปแบบต่างๆ
- การส่งเสริมคุณธรรม
- การส่งเสริมศาสนา
- การศึกษา
- ความมีอิสระ
- การยอมรับระหว่างบุคคล
- การสำรวจค้นหาสิ่งใหม่
การศึกษาเกี่ยวกับสภาพชีวิตต่างๆ จะทำให้สามารถรับรู้ข้อมูลเป็นจำนวนมาก ที่จะนำไปกำหนด
วัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ ความรู้ที่ได้มาจากการวิเคราะห์สภาพชีวิต การดำเนินชีวิตน่าจะเป็นความรู้ที่มีคุณค่าต่อผู้เรียนอย่างแท้จริง
2. What Instructional Methods May be Employed Most Effectively to Transmit this Knowledge
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ จะต้องเป็นวิธีการที่จะช่วยให้นักเรียนได้บรรลุจุดมุ่งหมายอย่างแน่นอน และ Tyler เชื่อว่าการเรียนรู้จะมีประสิทธิภาพถ้าจัดไว้อย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์การเรียนรู้ควรมีลักษณะเป็นแนวตั้ง เริ่มจากง่ายไปหายาก และควรจะเสริมแรงโดยใช้กิจกรรมต่างๆ ในรายวิชาอื่นๆ ที่มีความคล้ายคลึงกัน และควรเน้นในประเด็นดังนี้
- ความต่อเนื่อง หมายถึง ความสัมพันธ์ในแนวตั้ง ขององค์ประกอบหลักของหลักสูตรจากระดับ
หนึ่งไปยังอีกระดับหนึ่งที่สูงขึ้น เช่น ในวิชาทักษะต้องเปิดโอกาสให้มีการฝึกทักษะในกิจกรรมและประสบการณ์บ่อยๆ และต่อเนื่องกัน
- การจัดลำดับ หมายถึง ความสัมพันธ์แนวตั้งของส่วนประกอบของหลักสูตร จากสิ่งที่ง่ายไปสู่สิ่งที่
ยาก ดังนั้นการจัดกิจกรรมและประสบการณ์ ควรจัดโดยมีการเรียงลำดับก่อนหลังเพื่อให้ได้เรียนเนื้อหาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
- การบูรณาการ หมายถึง ความสัมพันธ์ในแนวนอนขององค์ประกอบหลักของหลักสูตร จากหัวข้อ
เนื้อหาหนึ่งไปยังอีกหัวข้อเนื้อหาหนึ่งของรายวิชา หรือรายวิชาหนึ่งไปยังอีกรายวิชาอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกัน เพราะจะทำให้มีการสร้างประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้เรียนที่ต้องการไปสู่ขอบเขตของรายละเอียดในแต่ละครั้ง และมีความเป็นไปตามลำดับ ผู้เรียนก็จะสามารถบรรลุความสำเร็จมีความเข้าใจในแนวคิดการบูรณาการในรายละเอียดใหม่เพิ่มขึ้น
เกณฑ์ทั้ง 3 ประการนี้ คือ ความต่อเนื่อง การจัดลำดับ และการบูรณาการเป็นเกณฑ์ที่มีประสิทธิภาพต่อวิธีการจัดการเรียนรู้ของนักเรียน
3. What Kind of School should our Society have
โรงเรียนประเภทใดที่คนในสังคมต้องการ โรงเรียนที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้น่าจะเป็นโรงเรียนที่สังคมต้องการ ปัจจุบันนี้เราจะพบว่าโรงเรียนโดยส่วนมากมีหลักสูตรกำกับและเปิดการเรียนการสอนตามหลักสูตรมุ่งจัดการเรียนการสอนโดยไม่ได้สนใจความต้องการของผู้เรียนนัก โดยความต้องการนั้นแบ่งเป็น 3 แบบ คือ Physical need (ความต้องการน้ำ อาหาร เพศ กิจกรรมต่างๆ) Social need (ความต้องการทางอารมณ์ความเป็นเจ้าของ สถานะและการยอมรับทางสังคม) Integrative need (ความต้องการทางปรัชญาชีวิต) ในลักษณะนี้เด็กส่วนใหญ่ก็จะมีความต้องการคล้ายกัน ดังนั้นโรงเรียนควรจะต้องตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ และส่งเสริมให้เด็กมีรูปแบบพฤติกรรมที่จำเป็นทั้งในส่วนตัวและทางสังคม การกำหนดจุดประสงค์ของหลักสูตร คือ ตัวชี้วัดในความรู้ ทัศนคติ ทักษะและความชอบ ที่จะต้องพัฒนาเพื่อให้เด็กได้สัมฤทธิ์ผล ซึ่งการศึกษาในลักษณะนี้อาจเสนอแนะแนวทางที่ช่วยให้โรงเรียนสามารถสร้างแรงกระตุ้นและชี้ความหมายของกิจกรรมต่างๆ ได้ โดยการจัดหาแนวทางที่จะให้เด็กเหล่านี้สนองความต้องการจำเป็นด้านจิตวิทยาด้วย ซึ่งเขาจะหาได้ยากนอกรั้วสถานศึกษา
หากเราดูแนวคิดของนักการศึกษากลุ่มพัฒนานิยม จะพบว่า ความสนใจของผู้เรียนเป็นฐานหนึ่งในการกำหนดวัตถุประสงค์ โดยมองว่า ผู้เรียนจะเรียนรู้ก็ต่อเมื่อเขาทำสิ่งนั้น ถ้าสถานการณ์ทั้งหลายในโรงเรียนเกี่ยวข้องกับความสนใจของผู้เรียน ผู้เรียนก็จะร่วมมือปฏิบัติกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น และยิ่งผู้เรียนเผชิญหน้ากับสถานการณ์ได้มีประสิทธิภาพมากเท่าใดก็เป็นตัวบ่งบอกได้ว่าเขาจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ใหม่ได้อย่างดีอีกด้วย ดังนั้นกระบวนการทางการศึกษาต้องเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้ามาส่วนร่วมด้วยอย่างจริงจัง
นักการศึกษาจำนวนมากก็คิดว่าความสนใจของผู้เรียนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะนำมาจัดโปรแกรมการศึกษาได้ เพราะว่า การศึกษานั้น คือ การขยายขอบเขตความสนใจของผู้เรียนให้มีความกว้างความลึก เพื่อว่าผู้เรียนจะได้ศึกษาหาความรู้ต่อไปได้อีกนาน แต่นักการศึกษาก็ยังมองว่าการเริ่มต้นพิจารณาความสนใจของผู้เรียนในปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะจะช่วยชี้แนวทางในการกำหนดจุดประสงค์ของการศึกษาของโรงเรียน เมื่อพบว่าเรื่องใดเป็นความต้องการมากก็จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสอนที่มีประสิทธิภาพ หากที่ใดความต้องการมีน้อยก็ควรต้องเติมเต็มเพื่อให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ
อ้างอิง : Ralph w. Tyler. Basic Principles of Curriculum and Instruction.