ผมมานั่งนึกคิดใหม่ว่าจะยกเรือยักษ์ ๓ แสนตันขึ้นลอยอากาศได้อย่างไร  โดยไม่ต้องให้มีนน.อื่นเพิ่มมากเกินไป  คิดว่า ต้องใช้วิธีผ้าห่อศพ แบบทหารตายในสงคราม เืพื่อนๆ ช่วยกันเอาผ้าห่อแล้วหิ้วริมขอบผ้า เพื่อเฉลี่ยน้ำหนัก ...ในช่วงน้ำท่วม ผมได้ทำรถลอยน้ำด้วยพลาสติหุ้มมาแล้ว ทีวีทุกช่องมาถ่ายทอดกันใหญ่

 

แต่สำหรับเรือยักษ์เราจะใช้ผ้าไฮเทคแทน ทำด้วยใยเหล็กประสาน (composite metal fibre)  ก่อนอื่นเอาผ้าหน้ากว้างสัก 5 เมตร ยาวเท่าลำเรือ (เช่น 300 ม.) มาหุ้มกระดูกงูตลอดแนวยาว ริมผ้ามี "ตาำไ่ก่" (รูเจาะ) ตลอดแนว ห่างกันสัก 5 เมตร (ดังนั้น 300 เมตรสองข้างก็มี 120 รู)   เพื่อเอาเื่ชือกร้อย ต้องเป็นเชือกเส้นใยเหล็ก และ เป็นเส้นแบน (ไม่กลม) เพื่อให้แนบกับกราบเรือ เพื่อรับน้ำหนักแบบเฉลี่ยให้ได้มากที่สุด โดยหน้ากว้างของเชือกแบบนี้น่าจะสัก 1 เมตร

เชือก 120 เส้นนี้นอกจากจะรับนน.แนวดิ่งของเรือแล้ว ยังรับแรงดันด้านข้างอันมหาศาลจากน้ำมันดิบในถังที่เรือบรรทุกมาด้วย ถ้าไม่มีอะไรรองรับกราบเรืออาจปริได้ 

 

จากนั้นก็เอาเชือกนี้ ไปผูกมัดไว้กับคานของโครงเคร่าที่ออกแบบให้รับนน.เรือทั้งลำได้ พอดึงเืชือกให้ตึงดีแล้วก็ทำการลากโครงเคร่าขึ้นบกได้เลย ซึ่งล้อโครงเคร่าก็วางอยู่บนรางรถไฟ(ที่จมน้ำ)แล้ว  เรือจะห้อยลอยกลางอากาศ โดยไม่ต้องวางอยู่บนนั่งแท่น  ผ้าที่รองรับกระดูกงูในแนวยาวจะดูดซับเฉลี่ยนน.เรือทั้งลำอย่างสมำเสมอไม่เกิดการกดเป็นจุดๆ แบบการนั่นแท่น

 

คราวนี้มาถึงหัวรถไฟที่ลาก

หัวรถไฟขนสินค้าธรรมดา 1 หัวลากตู้สินค้าได้ 100 ตู้สบายๆ ตู้ละ 30 ตัน (นน.ตู้รวมสินค้า) รวม 3000 ตัน วิ่งด้วยความเร็ว 100 กม. ต่อ ชม ส่วนของเราออกแบบที่ 20 กม.ต่อชมเท่านั้น ดังนั้นจะลากได้ 15,000 ตัน ดังนั้นถ้าเรือหนัก 300,000 ตัน เราก็ต้องการหัวรถไฟ 20 หัว ถ้ามีรางสี่ราง รางละ ๕ หัวต่อกัน ก็จะสามารถลากเรื่อ 3 แสนตันด้วยความเร็ว ๒๐ กม. ต่อ ชม.ได้ ข้ามคอคอดกระด้วยเวลาประมาณ 3 ชม. รวมเวลาเอาเรือขึ้นโครงเคร่า ออกจากโครงอีก 3 ชม. ก็ ๖ ชม.เท่านั้นเอง

 

ส่วนรางรถไฟแน่นอนว่าคงใ้ช้รางธรรมดาไม่ได้ คงต้องออกแบบใหม่ให้เหมาะต่อนน.มหาศาล ซึ่งเรื่องนี้ง่ายครับ วิศวโยธาปีสองที่ไหนก็คำนวนได้ 

 

...คนถางทาง (๓๐ มิย. ๒๕๕๕)