ร้จักไหว้ทำให้เจริญรุ่งเรือง

@หลังจากได้ทักทาย ในสมุดบันทึกฉบับแรก จากวันนั้นมาถึงวันนี้เกือบสัปดาห์ที่ได้มีโอกาสมานั่งจ้อหน้าคอมฯวันนี้(พฤหัสบดี ที่  ๒๘ มิถุุนายน พ.ศ.๒๕๕๕) และในขณะที่บันทึกนี้มันย่างเข้าวันใหม่แล้ว แต่ก็หมายเอาเป็นว่าวันที่ ๒๘ ละกันเพราะอยากบันทึกว่า  เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของชีวิต ของศิษย์ที่มีครู ด้วยที่สถานศึกษาของผู้บันทึกได้มีการจัดกิจกรรมพิธีไหว้ครูประจำปีขึ้น  ทางฝ่ายกิจกรรมเค้าเลือกมาจัดในวัพฤหัสฯสุดท้ายของเดือน ซึ่งปกติจะจัดกันไม่พฤหัสฯที่ ๑ หรือที่ ๒ ของเดือน แต่ก็ว่าละนะปัจจุบันอะไรๆก็เปลี่ยนแปลงกันได้ตามสถานการณ์ตามความเหมาะสม เนื่องจากช่วงต้นๆเดือนคณาจารย์เค้าติดประชุมกันในกลุ่มโรงเรียน...... วันนี้ เป็นวันที่มีความสุขเหลือเกิน ที่ได้มีโอกาสไหว้ครู ตลอดถึงบุรพาจารย์ในกาลก่อน ผู้คิดค้นตำหรับตำรา ผู้ประดิษฐ์อักษรไทย ผู้ประดิษย์อักษรต่างๆที่ได้มีโอกาสเล่าเรียน  ที่สุดก็รำลึกถึงพระมหากรุณาคุณของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า และบิดามารดาผู้เป็นครูท่านแรก เป็นต้น(ไม่งั้นมันจะร่ายยาว เพราะมากมายเกินจะบรรยายถึงครูแต่ละท่านแต่ละประเภท)  ท่านผู้รู้ท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า ..บุคคลหากอยู่ด้วยกันสองคน ไม่คนใดก็คนหนึ่งต่างสามารถเป็นครูของกันและกันได้ .....วันนี้ได้ทำการรำลึกถึงพระคุณคุณครูที่ทำให้ศิษย์ เป็นผู้เป็นคนมาถึงทุกวันนี้ สามารถอ่านเรียนเขียนได้ ได้ถือปฏิบัติตามที่ครูหลายท่านสอนสั่งอย่างเคร่งครัดบ้าง ปานกลาง หย่อนยานบ้าง(ตามปุถุชนวิสัย) ได้มีโอกาสรู้ซึ้งถึง ความหมายของคำว่า "กตัญญู" หมายถึง ผู้รู้จักบุญคุณของท่านผู้อื่นที่มีต่อตน และ "กตเวทิตา" หมายถึง ให้หาโอกาสตอบแทนคุณนั้นๆเมื่อมีโอกาสและแสวงหาโอกาส(อย่ารอให้โอกาสมาเกย เดี๋ยวจะสายเกินไป) พระท่านกล่าวว่า  ผู้ที่มีความกตัญญูกตเวที ได้ชื่อว่าเป็นคนดี (นิมิตฺตํ สาธุ รูปานํ) และที่สำคัญ การกราบไหว้อ่อนน้อมถ่อมตน ก็เป็นเหตุให้มีความเจริญในชีวิต เหมือนดังที่พระท่านมักให้พร บทสัพพีฯ  .....ท่อนที่ว่า ...อภิวาทนสีลิสฺสนิจฺจํ  วุฑฺฒาปจายิโน  จตฺตาโรธมฺมา วฑฺฒนฺติ อายุ วณฺโณ  สุขํ พลํฯ(คำพระบาลีผิดถูกขออภัยเพราะไม่เคยเป็นมหาเปรียญ) พอแปลความได้ว่า  "..ผู้ที่มีปกติกราบไหว้อ่อนน้อมถ่อมตน จักเจริญด้วยพรชัย ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ  สุขะ พละ...." (ง่วงแล้วเดี๋ยวมาร่ายต่อทีหลัง)