ตัวชี้วัดความสุขชุมชนสู่ตำบลจัดการตนเอง
เรื่องโดย อภิชา ทองธีรกุล
“ตัวชี้วัดมวลรวม” (Gross Domestic Product-GDP) มักเป็นประโยคที่ได้ยินเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งในมุมการวัดผลการพัฒนาประเทศ หากแต่เราคุ้นเคยว่านั้นคือเป้าหมายการพัฒนาและวัดความมั่งคั่งของประเทศ แต่การพัฒนาสังคมจากฐานรากแบบชุมชนท้องถิ่นนั้น เป้าหมายที่แท้คือ ความสุขของชีวิตครอบครัว ชุมชน สังคม อันส่งผลถึงการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพด้วยชุมชนโดยชุมชนเอง เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิดเรื่อง ความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness : GNH) ซึ่งพระราชาธิบดีจิกเม ซิงเย วังชุก กษัตริย์แห่งภูฐานได้เสนอเป็นแนวทางการพัฒนาเมื่อกว่า ๒๕ ปีและได้ทดสอบภายใต้วิกฤติทางเศรษบกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นกับประเทศต่างๆทั่วโลก ภูฐานพิสูจน์ให้เห็นว่า GNH เป็นกระบวนทัศน์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในงานตลาดนัดความรู้ชุมชน ตัวชี้วัดความสุขสู่ตำบลจัดการตนเอง เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๕ ณ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เปิดพื้นที่ให้ชุมชน นักพัฒนา นักวิชาการ หน่วยงานรัฐ ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาตัวชี้วัดความสุขของชุมชนสู่การยกระดับนโยบายการพัฒนาอย่างหลากหลาย
ตัวชี้วัดการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ตัวชี้วัดความสุขชุมชน
การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในสังคมไทยที่ผ่านมายังขาดเป้าหมายและเครื่องชี้วัดความก้าวหน้าที่จะไปถึงและไม่มีทิศทาง การกำหนดเป้าหมายหรือการเปลี่ยนใดๆที่เกิดขึ้นกับชุมชนท้องถิ่นมักเกิดขึ้นจากคนไม่กี่คนที่เห็นโอกาสแต่ไม่ได้รับการถ่ายทอดหรือทำให้เกิดความตระหนักร่วมของคนในชุมชน ทำให้ความรับผิดชอบตกอยู่กับผู้นำชุมชนไม่กี่คนจึงขาดพลังที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ซึ่งการกำหนดความสุขของตัวเองได้หมายถึงการกำหนดการพัฒนาของชุมชน ซึ่งการจัดทำเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาหรือความสุขชุมชนจึงเป็นเครื่องมือที่นำไปสู่ “สังคมอยู่เย็นเป็นสุข ผู้คนอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน” เพราะตัวชี้วัดการพัฒนาของชุมชนย่อมเท่ากับเป็นตัวชี้วัดความสุขของคนในชุมชนด้วยเช่นกัน หากชุมชนคิดถึงการพัฒนาอย่างมีเป้าหมาย และกำหนดตัวชี้วัดของตัวเองก็จะสามารถกำหนดการพัฒนา กำหนดวิถีชีวิตการอยู่ร่วมกันของชุมชนได้ทำให้ส่งต่อเป้าหมายและตัวชี้วัดเหล่านี้ขึ้นไปสู่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และประเทศชาติ เป็นกระบวนการจัดทำเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาประเทศที่ริเริ่มมาจากข้างล่างอย่างแท้จริง ส่งผลต่อการพัฒนาที่สมดุลสอดคล้องและยั่งยืน เป็นการกำหนดความสุขของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชน ซึ่งวิธีการสร้างตัวชี้วัด ไว้ว่า “ต้องเอาความสมดุลมาใส่ในตัวชี้วัดการพัฒนา เพราะเป็นความก้าวหน้าที่แท้จริงยิ่งกว่าดัชนีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ความสมดุล คือสมดุลระหว่างความดี ความสามารถและความสุข ใช้ตัวชี้วัดทำให้เกิดการรวมพลัง เป็นทั้งวัตถุประสงค์เป็นทั้งผลลัพธ์และเป็นเครื่องมือด้วย เกิดพลังสร้างสรรค์ เกิดความร่วมแรงร่วมใจกัน มีเหตุให้มาช่วยกันคิดได้สะดวกหรือจะเรียกว่าเป็นกระบวนการใช้ตัวชี้วัดให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทบทวนการทำงานสม่ำเสมอ[1]
ความสุขแบบบ้านๆ : รูปธรรมตัวชี้วัดความสุขสู่ตำบลจัดการตนเอง
ความสุขร่วมคือความสุขที่แท้ของ(ตำบล)เรา : ชุมชนตำบลบ้านหาด จังหวัดเพชรบุรี เดินหน้าการใช้ตัวชี้วัดความสุขชุมชนเป็นเครื่องมือในการพัฒนาพื้นที่ แม้ยังไม่สำเร็จเต็มร้อยแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความต้องการของชาวบ้านที่ต้องการมีชีวิตที่มีความสุขทั้งทางกาย ทางใจ สุขภาพดีมีสวัสดิการต่อต้านยาเสพติด เผยแพร่และกระตุ้นการมีส่วนร่วมโดยขึ้นป้ายประกาศให้เป็นที่รับรู้ของคนในตำบลเกี่ยวกับตัวชี้วัดความสุข ความสุขของคนในตำบลเกิดขึ้นบนความสุขร่วมที่เริ่มจากความสุขของตัวเอง ครอบครัว จนถึงคนในชุมชน (นายวิเชียร เรียบร้อย ผู้นำชุมชนตำบลบ้านหาด จ.เพชรบุรี)
ความสุขกำหนดได้ที่คลองตัน จ.สมุทรสาคร : ความสุขของคนตำบลคลองตัน เป็นความสุขที่กำหนดได้ง่ายมากกว่าเป้าหมายที่จะไปถึงเพราะสุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจและการเกื้อกูล เป็นสิ่งที่นางสาวนวลฉวี บุญจันทร์ ผู้นำชุมชนตำบลคลองตัน จังหวัดสมุทรสาครกล่าวอย่างมุ่งมั่น ความดี ความสามารถ ความสุข คือหลักคิดจากอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรมที่สามารถเชื่อมโยงต่อสู่การปฏิบัติเพื่อทำความเข้าใจเป้าหมายร่วมในการพัฒนาชุมชนสู่ความกินดีอยู่ดีและท้องถิ่นท้องที่ให้ความสำคัญ ชุมชนคลองตันมีเป้าหมาย ๕ ประการ คือ การปลอดหนี้สิน(หนี้ทุกข์) ตั้งแต่การทบทวนจนถึงวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้สิน สวัสดิการถ้วนหน้า ทำให้ชุมชนมีธงในการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนเพื่อตอบโจทย์การปลอดหนี้ทุกข์ของชาวบ้านรวมถึงการส่งเสริมด้านอาชีพ กลุ่มองค์กรในชุมชนมีความเข้มแข็ง โดยใช้เป้าหมายตัวชี้วัดความสุขเป็นเครื่องมือในการสร้างการมีส่วนร่วมและการจัดความสัมพันธ์ในชุมชน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นการร่วมส่งเสริมความมั่นคงของชีวิตทั้งครอบครัว ชุมชน สังคม ที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหนทางหนึ่งในการร่วมส่งเสริมความรักความสามัคคีในการดูแลซึ่งกันและกัน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดจากภัยธรรมชาติ แม้เป้าหมายคือธงที่ปักไว้เพื่อเดินหน้าและไปให้ถึงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางแค่เพียงรอยยิ้มที่มีให้กันของคนในตำบลก็คือความสุขที่เกิดขึ้นแล้ว
พื้นที่จัดการตนเองคือความสุขที่ยั่งยืน : บทบาทของความเป็นผู้นำหญิงแห่งตำบลคลองวัว จังหวัดอ่างทอง ของนางปราณี จันทวร ที่ยังมีไฟตรงข้ามกับวัยที่ไม่ใช่อุปสรรค ได้กล่าวถึงการพัฒนาชุมชนว่า ทำงานเรื่องพัฒนาชุมชนมาตลอดทั้งการทำกลุ่มอาชีพ การทำกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหายาเสพติด การจัดสวัสดิการให้ชุมชนฉบับทำเองแล้ว หลังจากได้รับการส่งเสริมจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) ทำให้เปิดโลกทัศน์มากยิ่งขึ้น จนเกิดการปรับเปลี่ยนการทำงานชุมชนโดยมีเป้าหมายร่วมของคนในชุมชนเพื่อความสุขที่ยั่งยืนได้แก่ การมีสวัสดิการดูแลผู้คนตั้งแต่เกิดจนตาย การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี มีคนรุ่นใหม่มาสืบทอดเจตนารมย์ ไม่มียาเสพติดในตำบลคลองวัว อีกทั้งความยั่งยืนต้องอยู่ที่ชุมชน เพราะชุมชนรู้จักตัวเองมากที่สุดและต้องเป็นผู้กำหนดอนาคตของตัวเองเท่านั้นโดยไม่ร้องขอรอความช่วยเหลือจากรัฐแต่เป็นชุมชนที่สามารถจัดการตนเองได้ แบ่งเบาเรื่องราวที่จะเป็นภาระของรัฐ ซึ่งจะต้องส่งเสริมให้คนในชุมชนร่วมคิดเพื่อพึ่งพาตนเอง ช่วยเหลือผู้อื่น ส่งเสริมการจัดการตนเอง เพราะนั้นคือ ความสุขที่ยั่งยืน ของชุมชนคลองวัว
ที่ไหนมีความดีที่นั้นมีความสุข : เป็นความเชื่อที่นายศิวโรฒ จิตนิยม ผู้นำชุมชนตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดกาญจนบุรี นำมาปรับใช้ในการพัฒนาชุมชนที่ความดีสามารถใช้หนี้ได้ โดยใช้วิถีความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลกายใจของตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม เป็นแต้มแลกเงินเพื่อใช้หนี้สินกับสถาบันการเงินชุมชน เพราะการปลดหนี้คือปลดความทุกข์ออกจากชีวิตของคนในชุมชนมุ่งสู่ความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชน จากการทำแผนแม่บทชุมชนทำให้เห็นว่าการพัฒนาที่มุ่งการเติบโตเป็นตัวเงินแบบเดิมจะนำไปสู่ความล้มสลายของตำบลหนองสาหร่าย เมื่อมีแผนจึงมีข้อมูลที่สามารถเห็นทุนทางสังคมในชุมชน ทั้งทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ศักยภาพของคนในชุมชน การใช้ความสุขเป็นเป้าหมายการพัฒนาเสมือนการปรับเปลี่ยนภาพของหนองสาหร่ายแบบพลิกฝ่ามือที่เสริมสร้างความเข้มแข็งในประชาชนและความสุขคือโอกาสในก้าวข้ามพ้นวิกฤตได้
แนวทาง การขยายผล และหนุนเสริมตัวชี้วัดความสุขสู่ตำบลจัดการตนเอง
บริการสังคมสู่ความสุขมวลรวมที่แท้จริง : ด้วยสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมของสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒจึงต้องการร่วมพัฒนาสังคมโดยเริ่มจากชุมชนใกล้เคียงให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยร่วมกับชุมชนองครักษ์ ๗ หมู่บ้านโดยมีเป้าหมายคือความสุขมวลรวมของพี่น้อง ทั้งยังมุ่งเป้าการขยายเชื่อมโยงในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด รวมถึงการขยายสู่มหาวิทยาลัยอื่น สิ่งสำคัญคือ การคิดเอง ทำเอง เรียนรู้สิ่งใหม่อย่างไม่จบสิ้น เชื่อมโยงเครือข่ายภาคีแบบหาจุดร่วมสงวนจุดต่าง ดร.ชาญวิทย์ เทียมบุญประเสริฐ กล่าว
สร้างผู้นำรุ่นใหม่ เสริมกระบวนการเรียนรู้ร่วมให้ “เล็ก ยาว ลึก” : บทบาทของภาคราชการแบบกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อยู่ในลักษณะของการมองภาพรวมทั้งประเทศ การหนุนเสริมการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่ผ่านมาเป็นในแบบคนนอกชุมชนมอง สิ่งที่สำนักมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสุทธิ จันทรวงษ์ กล่าวว่าได้ทำคือเรื่องมาตรฐานของการดูแลคนในสังคมไม่ว่าจะเป็นเด็กเยาวชน ผู้พิการ คนชรา ฯลฯ ต้องมีมาตรฐานเพื่อเป็นตัววัดความสุขแต่เป็นการคิดของคนนอกกลุ่มเป้าหมาย เมื่อได้เห็นแนวคิดของอาจารย์ไพบูลย์ ทำให้ปรับวิธีคิด ปรับวิสัยทัศน์มากขึ้นคือ มุ่งสู่สังคมคุณภาพ บนพื้นฐานความรับผิดชอบร่วมกัน โดยมียุทธศาสตร์การเสริมพลังทางสังคมด้วยตัวชี้วัดความสุข ทั้งนี้เห็นว่าการขยายผลความสุขชุมชนนั้นต้องสร้างผู้นำรุ่นใหม่ขยายฐานให้มากขึ้น ดำเนินอย่างต่อเนื่องด้วยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชนแบบ “เล็ก(ชุมชน ตำบล) ลึก(เจาะให้ถึงแก่น) ยาว(ต่อเนื่องให้อยู่นาน)”
เริ่มจากจุดเล็กๆสู่การเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ : การเชื่อมโยงตัวชี้วัดความสุขกับแผนงานพัฒนาดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าประเทศนั้นสามารถทำได้ ดร.เดชรัตน์ สุขกำเนิด มูลนิธินโยบายสุขภาวะกล่าวว่าการพัฒนาประเทศที่ดีที่สุดนั้นต้องมาจากชุมชนเองภายใต้ศักยภาพที่มีไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการพัฒนา การขยายผลนั้นเริ่มจากจุดเล็กๆ ๓ ลักษณะคือ แบบแนวราบคือการขยายสู่ตำบลอื่น แบบแนวลึกคือสู่หมู่บ้าน คนในหมู่บ้าน และแบบกว้างคือในระดับนโยบายโดยใช้จังหวัดเป็นยุทธศาสตร์ของการพัฒนา
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ชุมชนได้ทำเพื่อเป้าหมายความสุขกำลังบอกกับสังคมว่าชุมชนสามารถจัดการตนเองได้ภายใต้ความท้าทายแต่ขณะเดียวกันคือการก้าวสู่การกำหนดการพัฒนาชุมชนอย่างแท้จริง ขอเพียงแต่อย่าติดกับดักความสุขสิ่งสำคัญคือการใช้ตัวชี้วัดความสุขเป็นเครื่องมือที่ดี ทำให้ชุมชนมีความสามารถ และสร้างความสุขให้ชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข เพราะตัวชี้วัดเปลี่ยนไปได้ตามกาลเวลาแต่สาระสำคัไม่เปลี่ยนแปลง นายสิน สื่อสวน ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนกล่าวทิ้งท้าย
[1] เรียบเรียงจากคำนิยมโดยนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ในหนังสือ ผลกระทบต่อตำบลที่จดทำเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)
ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ ทุกคนเป็นหุ้นส่วน ความสุขแบบบ้าน
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันของคน พอช.