น้องพะยอม เพลิงบุตร เจ้าเก่าแต่เอาดีๆมาเล่า (เพิ่ม)ใหม่ ในวันนี้กับเรื่องเครื่องฉายแสงไร้สาย น้องยอมบอกว่า เครื่องฉายแสงที่ว่านี้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับฉายแสงให้วัสดุอุดสีเหมือนฟันหรือวัสดุ composite และเคลือบหลุมร่องฟันที่จะต้องใช้แสงเร่งให้วัสดุแข็งตัว

และขณะนี้ศูนย์อนามัยที่ 10 มีโครงการรักษาและป้องกันฟันเด็กในโรงเรียนซึ่งมีหลายโรงเรียนที่อยู่ในในความรับผิดชอบของโครงการซึ่งมีจำนวนนักเรียนมาก ทำให้มีปัญหาเครื่องฉายแสงไม่เพียงพอ ประกอบกับเครื่องฉายแสงที่ซื้อมาใหม่ซึ่งใช้ระบบดิจิตอลไร้สายต้องใช้แบตเตอรี่มาอายุ 2 ปีแต่มีปัญหาแบตเตอรีไม่สามารถเก็บไฟได้นาน ใช้กับคนไข้เพียง 2-3 คน แบตเตอรีก็หมดต้องนำไปชาร์ตใหม่ ซึ่งใช้เวลานานเป็น 10 ชั่วโมงจึงจะเต็มทำให้เสียเวลาและให้บริการได้ไม่สอบถามไปที่ตัวแทนจำหน่ายบอกว่าไม่มีอะไหล่เปลี่ยนต้องซื้อเครื่องใหม่เลย
ปัญหาจึงตามมา เพราะอุปกรณ์นอกจากราคาแพงแล้ว ไม่สามารถรองรับบริการได้ด้วย
จึงได้นำแนวคิดที่ว่า โทรศัพท์มือถือที่แบตเตอรี่หมดขณะชาร์ตไฟฟ้าเรายังโทรได้ จึงลองนำแนวคิดนี้มาใช้กับเครื่องฉายแสงดังกล่าว อันดับแรกจึงต้องหาอุปกรณ์
วิธีการก็ง่ายๆ
เห็นไหมคะ การเป็นคนไม่ดูดายกับเรื่องรอบตัว บางครั้งเรื่องที่เราคิดว่าเป็นปัญหา ก็ไม่ได้เป็นปัญหาตามที่คิด อย่างเรื่องเล่าของน้องพยอมในวันนี้ เพราะนอกจากจะทำให้สามารถทำงานได้สะดวกรวดเร็ว คุ้มค่าแล้ว ยังไม่ต้องลงทุนมากมาย
ฟังเรื่องเล่าของน้องพะยอมแล้ว ทำให้นึกถึงคำสอนของ ท่าน ว.วชิระเมธีที่สอนว่า ....
“ถ้าเราทำงานทุกชิ้นให้เต็มที่ให้ดี เพราะเมื่อเราสร้างงาน งานจะย้อนกลับมาสร้างคน งานคือเวทีแสดงออกซึ่งศักยภาพในการทำงานของเราทุกครั้งที่เราทำงานให้เต็มที่และทำอย่างดีที่สุด คนก็จะเห็นคุณค่าของเราว่ามีมากน้อยเพียงไร ดังนั้นเมื่อเราตั้งใจสร้างงาน งาน 1 ชิ้นก็จะย้อนกลับมาสร้างคน”
ท่านผู้อ่านว่าจริงไหมคะ?
ขอให้กำลังใจแบบอย่างดีๆเช่นนี้ค่ะ..