กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ในปีการศึกษานี้เด็กๆ วางแผนจะไปแยกเสื้อผ้ามือสองที่วัดคลองแหเพื่อช่วยเหลือสังคมอีกรูปแบบหนึ่ง

         ปีนี้นักเรียนในความดูแลของครูนกเริ่มทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์รวดเร็วมาก โดยช่วงต้นครูนกกับครูสมเกียรติครูที่ปรึกษาอีกท่านได้ให้แนวทางว่าการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ควรทำกิจกรรมที่เกิดประโยชน์ได้โดยไม่ต้องลงทุนหรือเสียเวลาในการเดินทางมากนัก  เพราะในปีที่ผ่านๆมา เด็กๆจะต้องใช้เวลาเดินทางและจ่ายเงินกับค่าเดินทางมาก  เด็กๆรับทราบข้อคิดเห็นของครู
 


         ดังนั้นช่วงกลางเดือนมิถุนายนตัวแทนห้องมาแจ้งครูนกว่า จะไปร่วมกิจกรรมคัดแยกเสื้อผ้ามือสองที่วัดคลองแห  ดำเนินการโดยมูลนิธิชุมชนสงขลา เพื่อนำรายได้จากการขายเสื้อผ้ามือสองมทบกองบุญฟื้นฟูผู้ประสบภัยและกองทุนศูนย์ราษฏร์พัฒนาคนพิการ


         เด็กๆ ได้ชวนครูนกไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้  ครูนกยินดีแต่ไม่สามารถอยู่ร่วมได้ตลอดกิจกรรมเนื่องจากติดภารกิจที่โรงเรียน จึงทำหน้าที่ส่งเด็กขึ้นรถไปตอนเก้าโมงครึ่ง ประมาณสิบโมงครึ่งจึงได้ไปเยี่ยมเด็กๆ ซึ่งต้องชื่นชมความมุ่งมั่นตั้งใจของเด็กๆ ในการแยกเสื้อผ้ามือสอง เพราะทั้งสภาพและกลิ่นของเสื้อผ้าก็ต้องใช้ถุงมือและผ้าปิดจมูก  แต่เด็กๆ ก็ตั้งใจแยก ตั้งใจบรรจุ  


          ครูนกได้มีโอกาสคุยกับน้องทรายผู้ประสานงานว่า เสื้อผ้าดังกล่าวคัดแยกเพื่อให้แม่ค้ามาซื้อไปจำหน่ายต่อหรือในกรณีที่ต้องการเสื้อผ้าไปแจกในกิจกรรมการกุศลก็ติดต่อขอจากทางมูลนิธิชุมชนสงขลาได้  น้องทรายฝากครูนกช่วยประชาสัมพันธ์ด้วย (เขียนบล็อกนี้ก็คืออีกหนึ่งวิธีการในการประชาสัมพันธ์)


          เด็กๆทำงานถึงบ่ายสามโมงเย็นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ด้วยสภาพเหนื่อยกายแต่สบายใจ


          เช้านี้หลังกิจกรรมหน้าเสาธงช่วงพบครูที่ปรึกษาเลยกล่าวชมเด็กๆว่า "ชื่นชมที่เด็กๆทำสิ่งที่ไม่มีค่าให้มีคุณค่าด้วยการอุทิศแรงกายและเวลา ขอให้ผลบุญที่ทำนำเราไปในทิศทางที่ดีงาม"  เด็กแสดงสีหน้าและอาการบ่งบอกว่า ดีใจที่ได้รับคำชมและคำพร  อยากบอกว่า ทำดีก็ต้องชื่นชมเพื่อผลความดีเจริญเติบโตต่อไป