วัคซีนกับเซรุ่ม แตกต่างกันอย่างไร?
คำถามข้อที่ 1 วัคซีนกับเซรุ่ม แตกต่างกันอย่างไร?
วัคซีนเป็นสารที่สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่คนหรือสัตว์เพราะเมื่อฉีดหรือนำเข้าไปในร่างกาย ก็จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันขึ้นในร่างกาย และป้องกันการเกิดโรคบางอย่างได้
คำว่า วัคซีน มาจากคำว่า Vacca ซึ่งเป็นภาษาละติน แปลว่า วัว
วัคซีนถูกค้นพบครั้งแรกโดยแพทย์ชาวอังกฤษชื่อ เอ็ดเวิร์ดเจนเนอร์ (Edward Jenner) ซึ่งพบว่า การใช้หนองจากวัวที่เป็นโรคฝีดาษมาใส่ในร่างกายคน จะสามารถป้องกันโรคฝีดาษในคนได้
วัคซีนนั้นอาจได้มาจากตัวเชื้อโรคโดยตรงหรือส่วนประกอบของเชื้อนั้น หรือสารที่เชื้อนั้นผลิตขึ้นแล้วนำมาทำให้หมดฤทธิ์ที่จะทำให้เกิดโรคนั้น โดยนำมาฆ่าให้ตายด้วยความร้อนหรือ ใช้สารบางอย่างทำให้หมดฤทธิ์ เช่น วัคซีนไทฟอยด์ อหิวาต์ ไอกรน เป็นต้น หรือโดยการนำตัวเชื้อมาทำให้อ่อนฤทธิ์ลงแต่ยังไม่ตาย เช่น วัคซีน BCG หัด โปลิโอ เป็นต้น
ไม่ว่าเราจะเตรียมวัคซีนโดยวิธีใดก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือ จะต้องไม่ทำให้เกิดโรค และจะต้องมีประสิทธิภาพในการชักนำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคนั้น ๆ ได้
เซรุ่มหรือซีรั่ม เป็นสารน้ำที่แยกได้จากเลือด โดยการเจาะเลือดจากสัตว์ แล้วตั้งทิ้งไว้ระยะหนึ่งเลือดจะแยกเป็นสองส่วน คือส่วนที่จับกันเป็นก้อนและส่วนที่เป็นน้ำใสซึ่งเราเรียกว่าเซรุ่ม อีกส่วนหนึ่ง
การเตรียมเซรุ่มสำหรับแก้โรคใดนั้น ทำโดยการฉีดเชื้อโรคหรือสารที่ก่อให้เกิดโรคนั้นเข้าสู่ร่างกายของสัตว์ สัตว์จะสร้างสารขึ้นต่อต้านโรคนั้น สารนี้จะพบอยู่ในส่วนที่เป็นน้ำใสของเลือด
เมื่อแยกส่วนที่เป็นน้ำใสนี้ออกมาก็จะทำให้ได้เซรุ่มสำหรับโรคนั้นและเมื่อนำเซรุ่มไปฉีดให้คน ก็จะทำให้คนมีภูมิต้านทานต่อสู้โรคนั้นได้
โดยทั่วไปนิยมให้เซรุ่มในกรณีที่การให้วัคซีนไม่ได้ผล หรือผลไม่ทันการณ์ เช่น คนถูกตะปูขึ้นสนิมตำ ก็ให้เซรุ่มแก้บาดทะยักหรือคนถูกงูพิษกัด ก็ให้เซรุ่มแก้พิษงู นอกจากนี้ยังมักให้ในกรณีของคนที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องอีกด้วย
สรุป!! วัคซีน คือการนำส่วนประกอบของเชื้อ หรือเชื้อที่มีฤทธิ์อ่อนๆมาฉีดเข้าสู่ร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคนั้นๆ ส่วนเซรุ่ม คือการฉีดภูมิคุ้มกันเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง :)



เข้าใจในเรื่องของวัคซีนและเซรุ่มดีขึ้นหรือยัง
ค่ะ แต่ก็มีแอบสับสน จำสลับกันไปมาบ้าง คงต้องเข้ามาอ่านบ่อยๆค่ะ จะได้จำไปใช้ได้ถูกต้อง