โดย อินทรีย์เมฆา จงอวยพร

ต้องยอมรับว่า
การพัฒนาศักยภาพด้านจิตใจอันหมายถึงการปลูกฝังจิตใต้สำนึก
ระลึกถึงการกระทำความดีงาม เอาใจใส่ผู้อื่น มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม
นั้น
จะต้องเกิดจากกระบรวนการเสี่ยมสอนจากบุคลากรภายในครอบครัวเป็นหลัก
ซึ่งก็จะต้องควบคู่ไปกับการสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับเด็ก
อย่างเข้าใจเด็ก
แต่ด้วยในสถานะการภาวะในปัจจุบัน เยาวชนไทย
กำลังเดินไปตามกระแสแฟชั่นที่ฟุ่มเฟือยไร้ความรู้ น้อยคุณประโยชน์
โดยเฉพาะการเลือกเสพสื่อข่าวสารต่างๆ ที่เด็กยังขาดวุฒิภาวะพินิจพิจาร
จนกลายมาการกระทำที่ผิดๆ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อๆกันไปแก่คนรอบข้าง
ทั้งยังมีอิทธิพลสูงสุดต่อการปรับเปลี่ยนจิตใจคน
ผลกระทบต่อมา
เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดไปในทางที่ไม่ถูกต้อง
จึงนำพาให้เด็ก ไม่เคารพเชื่อฟังครอบครัวอย่างควรจะเป็น
รักอิสระมากขึ้นจนเกินไป
อันเป็นหนทางแห่งความก้าวร้าวต่อผู้คนในสังคมเพิ่มขึ้นต่อไปอีก
สิ่งเหล่านี้
จึงยังเรื่องที่หน้าเป็นห่างซึ่งยังคงดำรงค์อยู่ในปัจจุบันและจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ด้านการศึกษา ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งแก่เด็กและเยาวชนไทย
แต่ทว่าทำไมโอกาสทางการศึกษาไทยซึ่งได้ตั้งความหวังไว้ว่าจะสามารถเสริมสร้างบุคลากรพลเมืองดีของประเทศ
เพื่อเติบโตขึ้นมาร่วมขับเคลื่อนพัฒนาสังคมนั้น
ปัจจุบันใยโอกาสทางการศึกษาของเยาวชน
จึงกำลังลดน้อยลงมากไปอีกเรื่อยๆเช่นกัน
เป็นเช่นนี้แล้ว อนาคตของชาติบ้านเมือง
ที่หมายถึงความเจริญสุจริต จะเป็นอย่างไรในอนาคต
หากเด็กไทยยังขาดสภาวะความเป็นผู้นำที่ยั่งยืน
ขาดแรงพลักดันจากผู้ใหญ่
และขาดผู้สนใจรับฟังความคิดเห็นด้านการพัฒนาสังคมของเด็กๆ
ที่จะช่วยให้เขาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
อันจะเป็นการพัฒนาทักษะความสามารถด้านการพัฒนาชาติให้เขาด้วยอีกแนวทางหนึ่ง
มีบางคำตอบเกิดขึ้นว่า " "มันขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ทั้งหมด
แก่กว่ามักบ้าอำนาจ ไม่มีเหตุผล"
แต่จะขอแนะว่า
เมื่อรู้ดังนี้แล้ว
ก็ต้องอย่าลืมในสิ่งที่ตนเองได้พูดไว้ที่นี้ ในวันนี้
คืออย่าให้เด็กในอนาคตได้ย้อนกลับมาพูดเช่นนี้กับคุณได้
ขอเป็นกำลังใจคับ แต่บางครั้งการคิดเช่นนี้ก็อาจไม่ถูกก็ได้
เพราะบางทีผู้ใหญ่เองก็ยังขาดความร่วมมือจากเด็กอีกเหมือนกัน
แม้จะรู้ดีว่า เด็ก คือ อนาคตของชาติ แต่ก็อย่าลืมว่า ผู้ใหญ่
ก็ยังคือ อนาคคตของเด็ก เช่นกัน ถ้าทั้ง2ฝ่ายให้ความร่วมมือใยดีกัน
ก็เชื่อว่า แสงสว่างแห่งความเจริญของชาติคงอยู่ไม่ไกล
