ในชีวิตการทำงานเราจะได้ประสบพบเจอกับผู้คนมากมายที่มาให้เราช่วยทำงานนะ  ปกติเราก็ทำงานกันอย่างที่มีมาตรฐานกำกับไว้ตามที่หน่วยงานได้กำหนดไว้ แต่นี่ก็คือขั้นต่ำที่ยอมรับได้นะ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราปฏิบัติกันอย่างเป็นปกติอยู่แล้ว สิ่งที่ผมจะเล่าต่อไปก็คือ การทำงานที่เหนือความคาดหมายน่ะ เริ่มจากคำถามนี้นะครับ

ทำไมเราจึงเต็มใจทำงานให้กับเขาอย่างเต็มกำลัง และก็ไม่คิดหวังเงินทองอะไร

ผมคิดว่าตรงนี้ก็มาจากความสุข ความสุขที่เกิดจากการที่เขาให้เกียรติเรา เขาฟังเรา และก็ให้อำนาจในการช่วยตามความดุลยพินิจของเรา คือเราได้อิสระจากการทำงาน ปฏิเสธก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ทำช้าก็ได้ และงานที่ขอให้ช่วยนั้นก็มีความสำคัญมากๆ ทีเดียว หากไม่มีผลลัพธ์โดยรวมก็แย่มากมายอีกด้วย

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ แทนที่ว่าตัวผมเองจะปฏิเสธ มันกลับเป็นตรงกันข้ามนะ ผมกลับรู้สึกผ่อนคลาย และเริ่มทำงานอย่างมีสมาธิ

 ..งานก็เริ่มต้นขึ้น ณ วินาทีนั้น.. เริ่มทำไปได้ไม่นานนัก ทันใดนั้นความรู้สึกสนุก ท้าทาย และลุ้นผลลัพธ์สุดท้ายก็เกิดแก่ผม จากตรงนี้ก็เริ่มลืมเวลาแล้วล่ะ เราจะทุ่มเท วุ่นวาย แก้ไข จดจ่อ ทดสอบ มือไม้ควบคุมไปดั่งใจเรานึกฝัน ทำไปอย่างเต็มกำลัง สิ่งที่ตามมางานรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว และสิ่งหนึ่งที่จะต้องมาขัดจังหวะก็คือเจ้าแผ่นกระดาษรวบรวมความต้องการที่ไปรับมาจากผู้รับบริการนั้น มันไม่สมบูรณ์ เราจะต้องเกิดข้อสงสัย คำถาม ว่าใช่หรือไม่ใช่อย่างไร โทรศัพท์ก็จะถูกนำมาใช้อย่างบ่อยครั้ง ก็จะเกิดการทำงานวุ่นในฝ่าย มีการตอบคำถาม แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพียงไม่นาน งานที่ได้รับมาก็ไต่เต้าไปอย่างมาก หากแต่งานด้านการทำงานเว็บไซต์นั้นเป็นงานที่ซับซ้อน จะซับซ้อนมากมายไปตามความต้องการของผู้รับบริการนะ ปริมาณงานก็แปรผันไปตามความซับซ้อนนะครับ
เมื่อเราทำมาถึงตรงนี้แล้วประเมินดูก็จะรู้แล้วล่ะว่าทำมาแล้ว สิบเปอร์เซ็นต์นะ อีกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์จะต้องใช้เวลาเท่าไร เมื่อเห็นความก้าวหน้าผมก็ปลื้มนะและก็จะบอกกับผู้รับว่า งานตอนนี้อยู่ตรงไหน อย่างไรและคาดว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไร ซึ่งเค้าก็รอคำตอบอยู่น่ะ ก็ได้รับทราบกันไป

 

หลายครั้งที่ผมทำงานลักษณะอย่างนี้ ในงานที่ไม่ใหญ่มากนัก ด้วยเสน่ห์ของงานที่กล่าวตอนต้น งานก็แล้วเสร็จอย่างรวดเร็วจนทำให้หลายคนซึ่งรับผลงานนั้นได้งานอย่างง่ายดายจนคิดเลยไปถึงว่างานมันง่ายนิดเดียว ทั้งที่จริงนั้นงานยากทีเดียวน่ะ

นี่ก็เป็นทั้งจุดดีและจุดด้อยที่เราจะต้องมีศิลปะในการสื่อสารกับผู้รับผลงานด้วย ไม่อย่างนั้นคุณค่าในสายตาของเขาก็จะไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนะครับ

แต่สิ่งที่สำคัญก่อนที่จะเกิดการทำงานเหนือความคาดหมายนั้นล่ะ คืออะไร ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญมากๆ ครับ

 

พูดแล้วก็นึกถึงโคนันทะวิศาลนะ คือชอบคนพูดดีนั่นเอง ผมเล่าๆ ไปผมคิดว่าท่านผู้อ่านก็ว่าธรรมดาๆนะ  แต่หาก..ที่ผมสังเกตจากลักษณะการตอบสนองของตัวเองกับผู้คนหลายคนที่ให้เราช่วยทำงาน ตรงนี้จะชัดเจนครับ เราจะมีการตอบสนองที่แตกต่างกันไปตามบุคคลนะ นายเอเรารู้สึกว่า ได้ครับ นายบีมาติดต่อผมก็ตามไปดูทันที ประมาณนี้ ท่านผู้อ่านก็คงเป็นอย่างนี้เช่นกันนะ

สำหรับบุคลิกภาพอย่างผมนั้นก็ตอบรับหรือเต็มใจทำงานกับคนที่ยอมผมไปซะหมด หากเป็นคนแบบนี้ผมทำงานให้สุดชีวิต หากใครมาบังคับขู่เข็นก็อึดอัดมากมาย ไม่อยากทำเลย

และที่แปลกมากๆ ครับ คือพี่สาวคนหนึ่งนั้นเขาเป็นคนที่ให้เกียรติ ทุกอย่างที่จะให้ช่วยทำเค้าจะดูว่ามันเป็นใจสมัครนะ ไม่มีการบังคับ และสิ่งที่สำคัญคือตัวพี่สาวพร้อมให้ทุกๆ อย่างที่สามารถจะตอบแทนให้กับทุกคนที่รายล้อม คือใจกว้าง ใจดี ผลประโยชน์ต่างๆที่พอมีหนทางเขาก็จะนำมามอบให้อย่างไม่ได้คิดจะกั๊กไว้ หากตรงนี้นี่เองที่สำคัญคือเขามีความรักให้กับเรานั่นเองล่ะมั๊ง เราจึงรู้สึกว่า เต็มใจทำงานอย่างไม่คิดว่าจะได้หรือไม่ได้สิ่งตอบแทน (เรารู้ว่ามีสิ่งตอบแทนอาจจะได้หรือไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นไร)

นี่คือความจริงที่ประสบในชีวิตประจำวัน ที่พูดนี่ก็คือเครดิตที่ผ่านบุคลิกภาพของบุคคลกระมัง