ในโลกนี้มีคนอยู่ ๓ ประเภท คนที่สร้างสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้น คนที่มองดูสิ่งที่เกิดขึ้น และคนที่พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

วันก่อนไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน แล้วก็ได้ตื่นตากับสิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นที่ร้าน เมื่อพบมีช่องจ่ายเงินใหม่เอี่ยมบอกว่าเป็น Self-Checkout พร้อมทั้งมีขั้นตอนแนะนำพร้อม ก็คล้ายๆ กับที่พนักงานทำให้เราเมื่อไปจ่ายเงินในช่องแคชเชียร์ปกติ คือสแกนบาร์โค้ด แล้วก็เก็บใส่ถุง เสร็จแล้วก็จ่ายเงินโดยใช้บัตรเอทีเอ็มเป็นอันเสร็จ สำหรับของที่ต้องชั่งก็มีตาชั่งให้ชั่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องทำเองไม่มีพนักงานแคชเชียร์มาทำให้ เป็นทางเลือกใหม่ในการเพิ่มความรวดเร็วในการจับจ่าย โดยไม่ต้องรอคิวจ่ายเงินนาน ดูแล้วสะดวก สบาย และประหยัดแรงงานสำหรับร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต

ในบ้านเราอาจมีบริการเช่นนี้บ้างแล้วก็ได้นะคะ แต่ฉันไม่ได้กลับบ้านมาหลายเดือนเลยอาจตกข่าว ในหลายๆ ด้านที่บ้านเรามีความคิดสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพกว่าที่นี่ เช่นการเติมน้ำมันรถในบางที่บ้านเราให้ลูกค้าเติมเองโดยมีระบบอัตโนมัติช่วยบางส่วน แต่ที่นี่เรายังใช้บริการจากเด็กปั้ม

..

เคาน์เตอร์ปกติ – Existing Checkout Counter

..

 

เคาน์เตอร์ใหม่ – Self-Checkout Counter

.. 

ตลอดสองปีที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการรณรงค์ให้องค์กรทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชนปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อให้ผลผลิตมีปริมาณและ/หรือมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ภายใต้โครงการ Productivity @ Work ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาสนับสนุนให้องค์กรของรัฐ รัฐวิสาหกิจและเอกชน คิดค้น brainstorm วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในสาขางานของตน ด้วยความเชื่อที่ว่า An investment in knowledge pays the best interests – Benjamin Franklin

ซึ่งโครงการนี้ได้รับการตอบรับจากแทบทุกอุตสาหกรรมเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้นในระยะเวลาที่สั้นลง ประหยัดแรงงาน เพื่อที่ว่าทรัพยากรที่มีเหลือนั้นจะได้นำไปทำอย่างอื่น

การเพิ่ม Self-Checkout ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของงานบริการลูกค้าของซุปเปอร์มาร์เก็ตนี้

โดยส่วนตัวไม่ได้แปลกใจกับสิ่งที่ได้เห็น เพราะหนึ่งในหน้าที่ของงานที่เคยทำคือค้นคว้านำเสนอการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตในโรงงานอยู่แล้ว แต่ที่สะดุดใจเล็กน้อยนั่นก็เพราะสิ่งเหล่านี้คืบคลานเข้ามาในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัว ตอกย้ำภาพวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปข้างหน้าอยู่เสมอและรวดเร็วในสังคมเมืองที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ชัดเจนขึ้น

ทอมมัส เอดิสัน กล่าวว่า There’s a way to do things better, find it.

ในทุกๆ วันเราจึงพยายามพัฒนาสิ่งที่เราทำอยู่ให้ดีขึ้น ไม่อยู่กับที่ จนมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ต้องขวนขวายเพื่อการก้าวไปข้างหน้า

ฉันลองใช้บริการ Self-Checkout ดู ก็มีพนักงานคนหนึ่งมาคอยให้คำแนะนำวิธีการใช้ ส่วนตัวฉันคิดว่าการทำ Self-Checkout ช้ากว่าการจ่ายเเงินให้พนักงานนิดหน่อย แต่นั่นก็คงเพราะ “ความใหม่” ที่ปรากฎ หากใช้บ่อยขึ้นทุกอย่างก็จะรวดเร็วขึ้น ฉันลองถามพนักงานที่มายืนข้างๆ ว่ามีคนมาใช้เคาน์เตอร์นี้มากไหม เธอก็ตอบว่ายังไม่มากเท่าไร่ ส่วนใหญ่จะมายืนดูกันก่อน นี่คืออีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ต้องใช้เวลาให้มันเข้ามาเป็นความเคยชินของชีวิต

หลังจากที่ใช้บริการ Self-Checkout แล้วก็ลองมา Self-Checkin เข้าสู่การพิจารณาตัวเองว่าเวลาที่มีมากขึ้นจากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อให้ผลผลิตมีปริมาณและ/หรือมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในชีวิตประจำวันนั้น จะใช้มันไปอย่างไรดี

เคยผ่านตามาว่าในโลกนี้มีคนอยู่ ๓ ประเภท คนที่สร้างสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้น คนที่มองดูสิ่งที่เกิดขึ้น และคนที่พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เราจะใช้เวลาที่มีเพิ่มขึ้นทำอะไรดีคะ

วันนี้ขอทำในสิ่งที่ถนัดก่อนนะคะ…. พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น :)

 

ด้วยความนอบน้อม,

ปริม ทัดบุปผา

เมืองสิงห์โตตัวเล็กๆ

๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๕

..

 

สีสันสดใส ดึงดูดใจผู้ใช้ พร้อมคำแนะนำชัดเจนง่ายต่อการปฏิบัติตาม

 

Open Your Heart – Yukie Nishamura

http://www.youtube.com/watch?v=MGNyxB_FvbM

 

<embed src="http://www.youtube.com/v/MGNyxB_FvbM?version=3&autoplay=1