คัดเลือกตัวแทนประธานสมาชิกพัฒนาบทบาทสตรี

 หลักการและเหตุผล

     ภายหลังจากการเลือกตั้ง ตัวแทนประธานกลุ่มสมาชิกพัฒนาบทบาทสตรีในระดับหมู่บ้าน ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย ลุล่วงไปแล้วนั้น การคัดเลือกประธานในระดับตำบลจึงต้องดำเนินการต่อไป ในโอกาสนี้ตำบลละหาร ได้ดำเนินการคัดเลือกตัวแทน ที่จะดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มสมาชิกพัฒนาบทบาทสตรีในระดับตำบล โดยจัดการประชุมเพื่อให้ตัวแทนประธานของทุกหมู่บ้าน ร่วมกันเสนอประธานในระดับตำบลต่อไป ซึ่งผู้ที่ถูกคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานในระดับตำบล จะได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมคัดเลือกให้เป็นประธานในระดับอำเภอต่อไป

     กศน.ตำบลละหาร ได้เห็นความสำคัญของการคัดเลือกตัวแทน ประธานในระดับตำบล เพื่อเข้ามาร่วมปฏิบัติงานให้ดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ของรัฐบาล จึงส่ง ครู กศน.ตำบล เข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ในการประชุมคัดเลือกในครั้งนี้ด้วย

วัตถุประสงค์

1. เพื่อสร้างความร่วมมือในแนวราบกับภาคีเครือข่าย ในการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล

2. เพื่อสร้างการประชาสัมพันธ์ ข่าวสารของ กศน.ให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น

การดำเนินงาน

  1. แนะนำผู้เข้าร่วมประชุมทุกภาคส่วน / แนะนำตัวแทนประธานจากทุกหมู่บ้าน
  2. ดำเนินการเสนอชื่อ จากทั้งหมด 9 ชื่อ เพื่อคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานระดับตำบล
  3. ดำเนินการออกเสียง เพื่อลงคะแนนให้กับผู้ที่ถูกเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่งประธานระดับตำบลซึ่งขั้นตอนนี้ได้จัดกระบวนการที่มีความโปร่งใสมาก มีผู้มาสังเกตการณ์เข้าร่วม ทั้งจากคณะกรรมการระดับจังหวัด / รพ.สต. / กศน. ที่สำคัญยิ่งคือ ได้รับเกียรติจากนายก อบต.ละหาร นายสมศักดิ์  อยู่เจริญ เข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ในการคัดเลือกประธานระดับตำบลครั้งนี้ด้วย  

   4. เมื่อคัดเลือกได้ประธานในระดับตำบลแล้ว ประธานขอคัดเลือกผู้ช่วยงานในตำแหน่งต่างๆ ตามความเหมาะสม ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานในระดับตำบลได้แก่ นางอำไพ รัตนา ตัวแทนจากหมู่ 9 ได้รับการลงคะแนนเสียงสนับสนุน จำนวน 6 เสียง เหนือกว่าลำดับสอง 3 เสียง

ผู้เข้าร่วมประชุม

  1. นายก อบต.ตำบลละหาร
  2. เจ้าหน้าที่ด้านการคุ้มครองสิทธิ เด็ก สตรี คนชรา
  3. ตัวแทนผู้สังเกตการณ์ (กรรมการคัดเลือกจากระดับจังหวัด จำนวน 2 คน / ครู กศน.ตำบล / ตัวแทนจาก รพ.สต.ละหาร)
  4. ตัวแทนประธานสมาชิกพัฒนาบทบาทสตรีที่ได้รับการคัดเลือกจากการเลือกตั้ง ทั้ง 9 หมู่บ้าน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.   สร้างความร่วมมือในแนวราบกับภาคีเครือข่ายในชุมชน

2.   สร้างการลงคะแนนเสียง ที่มีความโปร่งใส เพื่อเป็นรากฐานของการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ