ถึงเวลาหรือยังที่จะต้องรณรงค์ให้มีการดูแลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แบบครบวงจรหรือแบบองค์รวมในสถานบริการสาธารณสุข

 

 วันก่อนพบเยาวชนอายุเพียงสิบสองปี เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  เด็กได้ให้ประวัติว่าติดมาจากเพื่อนที่โรงเรียน

ในยุคที่สื่อมีอิทธิพลอย่างมากในปัจจุบัน การเข้าถึงเรื่องราวที่ล่อแหลมต่อความรู้สึกทำได้ไม่ยากเลย ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์การค้นหา ประกอบกับการคลิกเมาส์เพียงไม่กี่ครั้ง สามารถดูภาพที่ยั่วยุได้ทันที  เรื่องราวและภาพจากข่าวที่นำเสนอก็เป็นอีกแหล่งที่ทำให้การเข้าถึงทำได้โดยไม่รู้ตัว

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นโรคที่อยู่คู่กับคนเรามาตั้งแต่โบราณ เนื่องจากเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึก โรคกลุ่มนี้จึงยังคงได้พบเห็นกันอยู่เรื่อยมาในสถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ

ในสมัยก่อน การดูแลรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในบางจังหวัดอยู่ภายใต้การดูแลรักษาและป้องกันโรคโดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แต่การเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาประมาณสี่ห้าปีมานี้ การดูแลรักษาส่วนใหญ่ได้ย้ายไปอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลทั่วไป ภายใต้การเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ยากนักสำหรับโรงพยาบาลขนาดใหญ่เช่นโรงพยาบาลศูนย์หรือที่มหาวิทยาลัยที่จะมีคลินิกดูแลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะ เพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ แต่ในโรงพยาบาลทั่วไป ด้วยข้อจำกัดในด้านต่างๆ ทั้งบุคลากรและสถานที่ รวมทั้งนโยบาย อาจทำให้ไม่มีคลินิกดังกล่าว  ผู้ที่ติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นี้ไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ในสถานที่ที่เหมาะสม มิดชิด และ ให้บริการโดยบุคลากรที่มีประสบการณ์ เป็นที่ไว้วางใจ ปัญหานี้จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนมากโดยเฉพาะในกลุ่มเฉพาะเช่น พนักงานบริการ หรือ ชายรักชาย เป็นต้น

น่าจะถึงเวลาแล้วที่จะรณรงค์ให้มีการดูแลโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แบบครบวงจรหรือแบบองค์รวมในสถานบริการสาธารณสุข เพื่อเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ โดยเน้นที่การรักษาผู้ที่เป็นอยู่แล้ว การให้ความรู้ด้านการป้องกัน และการให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ นอกจากจะทำให้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว อาจส่งผลให้การติดเชื้อโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องรายใหม่ลดลงด้วย เพื่อมุ่งสู่หนึ่งในนโยบายThree Zeros คือ Zero new HIV infection ต่อไป

หมอสุข