ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองประเทศ

ความสุขระหว่างประเทศ

โครงการลานกีฬามิตรภาพ ไทย-ศรีลังกา

ความสุขจากการเป็นผู้ให้และความสุขของผู้รับไม่มีขอบเขตจำกัด อาจจะระหว่างคนสองคนหรือระหว่างประเทศของคนของทั้งสองประเทศ เช่นโครงการลานกีฬามิตรภาพไทย-ศรีลังกาที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้

ไทยกับศรีลังกานั้นมีความสัมพันธ์ที่เป็นประวัติศาสตร์อันยาวนานและลึกซึ้ง จากการที่ไทยรับพุทธศาสนาแบบเถรวาทมาจากศรีลังกาตั้งแต่สุโขทัย จนพุทธศาสนาในสยามประเทศมีความเจริญรุ่งเรืองและมั่นคง ในขณะที่ศรีลังกาในช่วงเวลาที่ตกเป็นอาณานิคมของต่างชาติตั้งแต่โปรตุเกส ฮอลันดาและอังกฤษทำให้พุทธศาสนาเสื่อมถอยลงไปมากจนมาถึงอาณาจักรสุดท้ายคือแคนดี้ มีแต่สามเณรและไม่มีพระสงฆ์เหลือเลยซึ่งในเวลาที่จำเป็นและสถานการณ์คับขันเช่นนี้ สยามได้ส่งพระธรรมทูตนำโดยพระอุบาลีไปศรีลังกาเพื่อช่วยบวชพระสงฆ์ให้ชาวศรีลังกาจนพุทธศาสนาฟื้นตัวกลับมามีความเจริญเป็นปึกแผ่นอีกครั้งหนึ่งจนถึงทุกวันนี้

นอกจากประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำนี้แล้ว ยังมีประวัติศาสตร์ของพระองค์เจ้าปฤษฏางค์ซึ่งไปบวชในศรีลังกาจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดทีปทุตตมาราม วัดที่เก่าแก่ที่สุดในโคลัมโบ ในช่วงนี้เองที่พระชินวรวงศ์ได้ก่อตั้งโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งชื่อว่าโรงเรียนประถม Wakaduwe Rajaguru Sri Subhuti เป็นโรงเรียนเด็กเล็กที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเด็กยากจนที่อยู่รอบๆ บริเวณวัด ด้วยเหตุที่มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์กับประเทศไทยนี้เองทำให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบพิจารณาดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือแก่โรงเรียนดังกล่าว

ปัจจุบันโรงเรียนมีเด็กนักเรียน 270 คน มีชั้นเรียนระดับประถม 1-5 จำนวน 10 ชั้นมีครู 25 คน อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนได้แก่ Most Venerable Waskaduwe Mahindawansa Maha Nayaka Thero    เจ้าอาวาสวัดRajaguru Sri Subuthi Maha Viharaya นั่นเอง

เจ้าอาวาสได้ปรารภเรื่องโรงเรียนยังไม่มีลานกีฬาที่จะให้นักเรียนได้เล่นและออกกำลัง จึงอยากจะได้ลานกีฬา ผมได้ไปเยี่ยมโรงเรียนมาแล้วเห็นสภาพของโรงเรียนแล้วก็ต้องยอมรับว่าไม่พัฒนาเท่าใดนัก ทุกอย่างอยู่ในสภาพเก่าไม่ว่าจะห้องเรียนและบริเวณทั่วไป มีพื้นที่โล่งหลังโรงเรียนเป็นสนาม รกไปด้วยหญ้าและอุกรณ์กีฬาที่มีอยู่เก่าทรุดโทรมมาก เหล็กขึ้นสนิมหมดแล้ว ไม�