เพิ่งกลับจากไปเยี่ยมติดตามประเมินผลการดำเนินงานฯของเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์
แม่ฮ่องสอน และลำพูน(8 เขต)
กลับมาถึงก็ได้รับเชิญจากโรงเรียนมัธยมที่ผมเป็นกรรมการสถานศึกษา
ให้ไปเป็นกำลังใจรับฟังการสรุปผลการประเมินของกรรมการ
สมศ.ที่เข้ามาประเมิน รอบ 3 รวม 3 วัน
(วันนี้เป็นวันสุดท้าย)
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับโรงเรียนที่ผลการประเมินภายนอก รอบ 3
ที่สรุปแจ้งอย่างไม่เป็นทางการว่า "รับรองผลการประเมิน"
โดยได้ระดับดีมาก 9 ตัวบ่งชี้ ระดับดี 2 ตัวบ่งขี้(4 กับ 6) และพอใช้
1 ตัวบ่งชี้คือตัวบ่งชี้ที่ 5 (ผลการสอบ O-NET)
ซึ่งตัวบ่งชี้นี้เป็นปัญหาโลกแตกเกือบทุกโรงเรียน
โดยเฉพาะปีที่ผ่านมากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์จะคะแนนต่ำเกือบทั่วประเทศ
ป่านนี้ผู้บริหารและครูโรงเรียนนี้คงได้เสวยวิมุตติสุข
และหายเหน็ดเหนื่อยกันไปแล้ว
แม้การประเมินจะผ่านไปแล้วแต่ผมเห็นว่า มีข้อเสนอแนะจากกรรมการประเมินหลายประการที่อาจเป็นประโยชน์สำหรับโรงเรียนอื่นๆ
จึงขอนำมาเล่าแลกเปลี่ยนกันฟังเท่าที่พอจำได้คือ
1.
โรงเรียนควรเอาใจใส่เรื่องมารยาทของนักเรียนตามวัฒนธรรมไทยอย่างทั่วถึง
โดยเฉพาะการยิ้ม การไหว้อย่างนอบน้อมเมื่อเดินสวนกัน
รวมทั้งการแต่งกาย
การพูดจาที่สุภาพทั้งในที่ลับและที่แจ้ง(กรรมการอาจบังเอิญเห็น)
2.
เรื่องการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน(ตัวบ่งชี้ที่ 5)
โรงเรียนควรรู้ขีดจำกัดล่างของตนเองในแต่ละกลุ่มสาระ
แล้วกำหนดเป้าหมายการพัฒนาให้เพิ่มขึ้น
โดยอย่ากำหนดเป้าหมายสูงเกินไปให้ดูกำลังตัวเอง
แล้วหากลวิธีพัฒนาไปให้ถึงให้ได้
ปีต่อไปค่อยขยับขึ้นไปอีกเรื่อยๆ
3.เรื่องการคิดวิเคราะห์ฯของนักเรียนมีกิจกรรมมากมายที่ครูสามารถนำมาจัดการเรียนรู้ส่งเสริมพัฒนาการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนด้านต่างๆ
เมื่อทำแล้วควรเก็บหลักฐานไว้ด้วย(จุดอ่อนคือขาดหลักฐาน)
กิจกรรมที่ส่งเสริมได้มากคือการสอนด้วยโครงงานซึ่งควรทำทุกกลุ่มสาระไม่ใช่ทำแต่วิทยาศาสตร์เท่านั้น
4.แผนการจัดการเรียนรู้ของครูมักไม่ค่อยมีบันทึกหลังสอน
หรือบันทึกก็ไม่ชัดเจน จึงควรบันทึกให้ครบทั้ง 3 ประเด็นคือ
ผลการจัดการเรียนรู้
ปัญหาที่พบ/จุดที่ควรพัฒนาเพิ่มเติม
และข้อเสนอแนะหรือสิ่งที่ปรับปรุงพัฒนาแล้ว
จึงจะเห็นถึงการนำแผนไปใช้จริง และมีการปรับปรุงพัฒนาต่อเนื่องตามวงจร
PDCA และควรมีบันทึกการซ่อมเสริมนักเรียนด้วย(ผู้บริหาร
รองผอ.วิชาการ และหัวหน้ากลุ่มสาระควรดูแลเป็นพิเศษ)
5. สื่อ ICT
และสื่อเทคโนโลยีต่างๆโรงเรียนมีเป็นจำนวนมาก
แต่มีหลักฐานการนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนน้อย
6.
ฝ่ายปกครองนักเรียนควรมีบันทึกเหตุการณ์ประจำวันทุกวันด้วย
7.
ควรจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมให้สะอาดร่มรื่น และบรรยากาศทางวิชาการทั่วทั้งโรงเรียนอย่างเป็นปัจจุบัน
และทั่วถึงทุกส่วนของโรงเรียน รวมทั้งการจัดห้องพักครู
แหล่งเรียนรู้ต่างๆทุกห้อง ที่เป็นระบียบร้อย
พร้อมใช้งาน ไม่ควรมีห้องใดที่ปิดตายอย่างลึกลับ
ต้นไม้ทุกต้นในโรงเรียนทั้งครูและนักเรียนควรรู้จัก
8.
การกำหนดเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของโรงเรียนควรกำหนดให้เห็นภาพชัดเจน
ไม่ควรกำหนดกว้างเกินไป
9. แผน/โครงการ
ควรมีหลักฐานบ่งชี้ว่าได้นำข้อเสนอแนะของกรรมการประเมิน(สมศ)รอบที่แล้วไปปรับปรุงพัฒนาด้วย
10.
แผนพัฒนา/แผนปฏิบัติการ/โครงการควรเขียนให้สอดคล้องกับการปฏิบัติจริงและสอดคล้องกันทุกปี ที่สอดคล้องกับผลการประเมิน
การประเมินผลการดำเนินงานแต่ละโครงการน่าจะมีเครื่องมือประเมินและวิธีประเมินที่แตกต่างกันตามเป้าหมายของแต่ละโครงการ
แต่ละโครงการควรประเมินให้ครบทั้ง 3 ส่วนคือ 1)เป้าหมาย
2)ความพึงพอใจ 3)ระบบและกลไก
11.วงจร PDCA
ไม่ใช่ปฏิบัติแต่ผู้บริหารเท่านั้น
ควรมีหลักฐานในการปฏิบัติงานของทั้งผู้บริหาร ครู และนักเรียน
ด้วย
จึงจะเป็นการบริหารและการทำงานที่เป็นระบบและต่อเนื่องทั่วทั้งโรงเรียน
12.การเตรียมตัวรับการประเมินขอให้เป็นไปโดยธรรมชาติ
ตามสภาพจริง ไม่ต้องจัดตกแต่ง
จัดนิทรรศการจนดูออกว่าไม่ใช่ของจริง ซึ่งจะมีผลด้านลบต่อโรงเรียนโดยไม่รู้ตัว
รับฟังข้อเสนอแนะของกรรมการประเมินภายนอก(สมศ.)ที่แจ้งโรงเรียนในการประเมิน รอบ 3
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
DreamKanokwan · 18 มิ.ย. 2555
DreamKanokwan · 18 มิ.ย. 2555
ดอกหญ้าน้ำ · 18 มิ.ย. 2555
นายอานนท์ ภาคมาลี · 18 มิ.ย. 2555
แผ่นดิน · 18 มิ.ย. 2555
youuue · 18 มิ.ย. 2555
ชัยวัฒน์ ตันติบวรเดชา · 18 มิ.ย. 2555