วันที่๑๔พ.ค. ๕๕ผมมีนัดประชุมที่ศิริราชเวลา๙.๐๐น. แต่รถไปถึงเวลา๗.๓๕น. ผมจึงเดินไปนั่งชมบรรยากาศที่ลานพระรูปเพื่อทำความเข้าใจชีวิตด้านในของคนไทย
ผมคิดว่าไม่ว่าคนชาติใดเผ่าพันธุ์หรือวัฒนธรรมใดต่างก็ต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวทั้งสิ้นบางศาสนาสอนให้ยึดเหนี่ยวพระเจ้าซึ่งผมมองว่าเป็นบุคลาธิษฐานของความดีงามบางศาสนาสอนให้ยึดเหนี่ยวเทพเจ้าซึ่งผมตีความว่าเป็นรูปธรรมสมมติสำหรับบริการแก่คนที่ยังเข้าไม่ถึงนามธรรมและคนจำนวนหนึ่งไม่เพียงยึดเหนี่ยวแต่ยึดมั่นในตัวเองในอัตตาตัวตนของตนอีกพวกหนึ่งยึดมั่นในความดีดูถูกความไม่ดีไม่บริสุทธิ์ฯลฯ
ผมโชคดีที่ถูกกล่อมเกลาให้มุ่งพึ่งตนเองมาตั้งแต่เด็กไม่หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่เมื่อโตขึ้นหรืออาวุโสขึ้นก็มองเห็นความไม่สมบูรณ์ของตนเองจึงหมั่นฝึกฝนพัฒนาตนเองแม้จะมีคนนับถือก็บอกตนเองว่าหนทางยังอีกไกลยังมีส่วนที่ต้องเรียนรู้ฝึกฝนปรับปรุงอีกมากทำให้มุ่งดำรงชีวิตแบบมุ่งพึ่งตนเองแต่ก็ระมัดระวังไม่เพิ่มอัตตาแก่ตนเองจนหนาเกินไป
อากาศที่ลานตรงเก้าอี้หินที่ผมไปนั่งเย็นสบายมีลมโชยมาเป็นระยะๆน่าชื่นชมการออกแบบอาคารที่มีการเว้นช่องลมระหว่างตึกผมสังเกตว่ามีคนมากราบไหว้บูชาพระรูปสมเด็จพระบรมราชชนกกันไม่ขาดสายบางช่วงมีคนมาพร้อมๆกันถึง๑๐คนและบางคนนอกจากกราบพระรูปแล้วยังหันหน้าไปทางตึกเฉลิมพระเกียรติที่ประทับและยกมือไหว้
ผมแปลกใจว่าพยาบาลหรือนศ. พยาบาลของศิริราชเองก็มาบูชากันมากคนที่มาบูชามีทุกอายุตั้งแต่สาวหนุ่มจนแก่
ผมสังเกตว่ามีการจัดระเบียบของเครื่องบูชาหน้าพระรูปดีขึ้นกว่าเดิมคือเวลานี้มีแผ่นโลหะขนาดประมาณ 1.5x2 ฟุตให้ปิดทองและเหล็กแขวนพวงมาลัย๒ที่มีพวงมาลัยเต็มส่วนใหญ่เป็นพวงดอกมะลิส่งกลิ่นหอมมาจนถึงตรงที่ผมนั่งเป็นครั้งคราวผมกลับไปดูรูปที่ถ่ายเมื่อมานั่งกินบรรยากาศคราวที่แล้ววันที่๑๔ก.พ. ๕๕พบว่าพวงมาลัยส่วนใหญ่เป็นดอกดาวเรืองและจริงๆแล้วแผ่นโลหะให้ปิดทองก็มีอยู่แล้วแต่มีพวงมาลัยดอกดาวเรืองพาดอยู่เต็ม
ผมสังเกตว่าลานพระรูปนี้เป็นลานคนจนเป็นที่นั่งพักในความสงบมีต้นไม้ร่มรื่นสวยงามขณะที่ผมนั่งพิมพ์บันทึกด้วย iPad อยู่นี้ก็มีครอบครัวจากอีสานที่ลูกยังเล็ก 5-6 ขวบมานั่งที่ม้านั่งเดียวกันและใช้เป็นที่ปิกนิกไปในตัว
เมื่อเดินจากลานพระรูปไปทางตึกอำนวยการผมก็พบศาลพระภูมิอีก๒ศาลตั้งอยู่๒ข้างทางเดินอย่างสมมาตรกันมองเชิงบวกได้ว่าทางศิริราชจัดบริการแก่ผู้ต้องการบนบานศาลกล่าวเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจอย่างดีมากมองเชิงลบได้ว่าสังคมไทยเรางมงายหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันมากเหลือเกิน
วิจารณ์ พานิช
๑๔ พ.ค. ๕๕

บรรยากาศที่ลานพระรูปถ่ายจากด้านทิศเหนือ

ถ่ายด้านตรง

ม้านั่งหินตรงที่แม่ชียืนอยู่คือที่นั่งซึมซับบรรยากาศของผม
ถ่ายจากตึกอำนวยการไปทางพระรูป
เห็นศาลพระภูมิทางซ้าย ศาลทางขวาถูกบัง
ขอบคุณ....ในคำสอนเหล่านี้ ของท่านอจ.....
"ต้องเรียนรู้ฝึกฝนปรับปรุงอีกมาก....ทำให้มุ่งดำรงชีวิต....แบบมุ่งพึ่งตนเอง....แต่ก็ระมัดระวัง....ไม่เพิ่มอัตตาแก่ตนเองจนหนาเกินไป"
เมื่อยามทุกข์อ้างว้าง และเดียวดาย เรื่องบ้างเรื่องไม่สามารถคุยกับใครได้ชีวิตต้องดำเนินไปเป็นที่พึ่งทางใจได้นะคะ