สวัสดีครับท่านผู้อ่าน  บันทึกนี้ผมขอนำกิจกรรมช่วงปิดภาคเรียนมาเล่าสู่กันฟัง เนื่องจากครั้งนี้ผมได้จัดกิจกรรมร่วมกับเพื่อนชาวต่างชาติ จำนวน 15 คน โดยมาจากประเทศญี่ปุ่น 13 คน และประเทศฟินแลนด์ 2 คน ซึ่งในตอนต้นนั้นผมได้เดินทางไปรับเพื่อนชาวฟินแลนด์มาก่อนหน้าจากบันทึกนี้ครับ


   ในบันทึกนี้นั้น ผมขอนำช่วงเวลาที่พาเพื่อนพักผ่อนมาเขียนก่อนนะครับ กิจกรรมที่เราอยู่ร่วมกันมา 10 วัน (20-30 มีนาคม 2555) สร้างประโยชน์ได้มากเลยครับ ขอเริ่มเลยนะครับ (อยากเล่า...)


    ในวันที่ 25 มีนาคม 2555 พวกเราทั้งหมดชาวญี่ปุ่น ฟินแลนด์และไทย ได้เดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อที่จะพักผ่อนและแวะเที่ยวตามทางเรื่อยๆ โดยที่แรกที่ผมตั้งใจไว้นั้น จะพาไปไหว้พระที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว) เพราะเป็นสิ่งศิกดิ์สิทธิ์ประจำประเทศของเรา  แต่ช่วงนั้นติดงานพระราชพิธี จึงพาไปวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร(วัดแจ้ง)

 

 

     พอเดินทางไปถึงที่ัวัดอรุณราชวราราม ผมไม่ทราบเช่นกันว่าวัดในกรุงเทพฯจะต้องเสียค่าผ่านประตู  แต่ที่พวกเขามาครั้งนี้มาด้วยน้ำจิตน้ำใจเพื่อประเทศไทย ทำไมจึงต้องเสียเงินอีกด้วย? ดังนั้น ท่าน ดร.ขจิต ฝอยทอง เลยจัดการเป็นธุระไปติดต่อกับทางวัดเพื่อให้ผ่านทางเข้าชมได้ฟรีครับ ต้องขอขอบคุณทางวัดและ ดร.ขจิต ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

 

                    

 

                             เดินขึ้น-ลง อย่างทุลักทุเลครับ


                              

                     พี่ Oskari และ พี่Riika จากประเทศฟินแลนด์

 

      จากรูปพระปรางค์ (pagoda) เท่าที่ผมมีความรู้ผมก็เล่าถึงความเป็นมาว่าในอดีตวัดนี้ก็เคยเป็นที่ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์หรือพระพุทธรัตนปฏิมากร(พระแก้วมรกต) ที่เป็นที่เคารพของสาธุชนชาวไทย ก่อนที่จะถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้วต่อมาจนถึงปัจจุบัน เป็นต้น  

 

     ชาวต่างชาติบอกว่าประติมากรรมของประเทศไทยนั้นวิจิตรงดงามอย่างยิ่ง ยากที่จะหาชาติใดเทียบเคียง คำนี้พี่ Oskari บอกมาอีกทีครับ เพราะพี่เขาจบปริญญาโท ด้านวิศวกรรมศาสตร์มาครับ ผมก็ปลื้มแทนบรรพบุรุษแล้วครับที่ได้สร้างมรดกให้ชาวโลกได้รับชมกันครับ

 

                   

 

                           ป๊ะป๋า! คนนี้ตัวหลักของกิจกรรมนี้ครับ

 

      ผมสังเกตมาหลายครั้งเลยครับว่าทำกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่ไม่เคยมีรูป ดร.ขจิต เพราะอาจารย์ท่านมัวแต่จัดกิจกรรมอย่างเดียว เพื่อให้บรรลุผลที่คาดหวัง ไม่ได้หวังภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นมา นี่เลยครับคนจริง! ผมเลยขออนุญาตเก็บภาพอาจารย์ท่านบนพระปรางค์

 

                   

 

 

ท่าทางคนนี้เขามาเต็มครับ;

Gagu(คนถ่าย), Tatsuki (นายแบบ) 

 

                      

 

                          Toshi แสดงจิตศรัทธาใต้ต้นสาละ

 

     พูดถึงเพื่อนคนนี้ก็มีเรื่องขำๆ มาเล่าครับ ชื่อจริง คือ KATO Toshihisa (โตชิ)  มีคืนหนึ่งที่ค่ายพักแรมในขณะที่ทุกคนกำลังประชุมกันนั้น ได้มีแมลงสาบวิ่งผ่านวงประชุมไป (ฟิ้ว...) ทันใดนั้น โตชิ ก็ได้วิ่งไปหยิบไบกอน(ยาฆ่าแมลง) มาฉีด เขาฉีดไบกอนเพื่อฆ่าแมลงตัวนั้นตก 10 ครั้ง ครั้งละยาวๆ และแสดงอาการขำๆ หน้าตาหยี จนเพื่อนทั้งมวลตั้งฉายาให้เขาว่า "โตชิ ไบกอน"


   หลังจากนั้น อ.ขจิตได้พาไปเดินตลาดนัดสวนจตุจักร (JJ market) บรรดาสาวๆ นักช็อปปิ้งก็ซื้อกันสนุกเลยครับ  ผมเลยสอนเขาต่อราคาซึ่งทุกคนก็บอกว่าได้ใช้ประโยคต่อราคากันทุกคนเลย  พี่แม่ค้าพ่อค้าก็ชอบใจครับที่เพื่อนชาวต่างชาติต่อราคาเป็นภาษาไทย เพราะดูน่ารักดี (ไม่ใช่พ่อค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้นะครับ ที่จตุจักรพ่อค้าแม่ค้าพูดภาษาอังกฤษเก่งมากๆ) ซึ่งเขาก็ยอมลดราคาให้หลายสิบบาทอยู่ครับ (ฮ่าๆ)


 


           สาว(เสื้อดำ) นักช้อป! เธอชื่อ  SUZUKI Rie


        


    รับประทานอาหารกลางวัน

      ผมชอบใจเรื่องการแบ่งปันของคนญี่ปุ่นครับ  เพราะผมสังเกตจากเวลาทานอาหารพวกเขาจะสั่งอาหารที่ต่างกัน  แล้วมาส่งผ่านให้ลองชิมกันทุกคนซึ่งก็เป็นวิํธีที่น่าสนใจในหมู่คนวัยเดียวกัน  เพราะเสียเงินหนึ่งครั้งแต่ได้ลองเกือบหมด น่ารักดีครับ

 

                  

 

       น้ำมะพร้าว... หอม หวาน สดชื่น

 

      เนื่องจากประเทศไทยนั้นอากาศร้อนและช่วงนั้นก็เป็นฤดูร้อนพอดี  จึงมีโอกาสนำพาเพื่อนดื่มน้ำมะพร้าวกันคนละลูก (อ๊า...!!!)

 

 

 

   คนไม่ใส่แว่น(หล่อที่สุด)ครับ อิ อิ

 

 

ไอติมหวานเย็น อร่อยอีกแล้วครับ

 

    หลังจากนั้นก็ได้เดินทางพาไปเดินเที่ยวตลาดน้ำดอนหวาย นครปฐม และมาทิ้งท้ายที่พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม  เพื่อรับประทานอาหารเย็น และมีสาวญี่ปุ่นที่ต้องการลองรับไอศกรีมลอยฟ้า  และเป็นที่น่าประทับใจมากครับ เพราะเธอมีฝีมือสุดๆ รับได้ด้วย (ถ้าผมลงคลิปวีดิโอได้จะนำมาให้ชมนะครับ)

 

 

 

        สาวคนเก่ง ชื่อว่า WATANABE Saoko (ซาโอโกะ)


                

   

    คลิปวีดิโอที่เรียกเสียงเชียร์ได้ทั้งไทยและเทศเป็นอย่างมาก  จึงทำให้เธอสามารถทำได้สำเร็จ  ถึงแม้ไอศกรีมจะลอยฟ้ามาแต่ซาโอโกะก็รับได้อย่างง่ายดาย (เทพจริงๆ)

     ขากลับบนรถตู้นั้น มีการร้องคาราโอเกะร่วมกันทั้งญี่ปุ่น, ฟินแลนด์และไทย ร้องกันให้วุ่นเลยครับ ไพเราะแค่ไหนมาลองฟังกันนะครับ แต่ชาวต่างชาติเขาก็พยายามที่จะร้องเพลงภาษาไทยให้ได้นะครับ


               


ต่างชาติร้องเพลง (ฮ่า ๆ)     




สิ่งที่สองสาวต้องการมาก (เสื้อมวยไทย) 

 

 

สองหนุ่มข้ามชาติ (ชาติที่แล้ว vs ชาติฟินแลนด์) ฮ่า ๆ

 

    สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมนะครับ  และจะนำกิจกรรมที่บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมร่วมกับเพื่อนๆ กลุ่มนี้มาให้รับชมกันอีกไม่นานนี้ครับ   ตอนนี้ขอนำภาพแห่งความสุขมาให้ชมไปพลางๆ ก่อนครับ  เพราะเรามีความสัมพันธ์ถึงแม้จะคนละเชื้อชาติ  แต่มิตรภาพก็ไม่ได้มีขอบเขตจำกัดด้วยปัญหาเพียงแค่เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา สังคม เพราะเราทั้งหมดมีจิตใจที่ีดีเห็นความสำคัญของความดีที่ต้องทำให้กับโลกที่เราอาศัย

 

 

    ขอกล่าวคำว่า   สวัสดี ....