...ในเวลาที่จะลงมือทำในสิ่งที่ดีสิ่งที่ถูกต้องด่านแรกที่จะต้องผ่านมันไปให้ได้ก็คือด่านหัวใจของตัวเราเอง เพราะแม้แต่ภายในตัว(ใจ)ของเราเองก็มีทั้งฝ่ายที่สบับสนุนและคอยบั่นทอนการทำความดี(คิด-พูด-ทำ)ซ้ำตัวบั่นทอน(ฝ่ายค้าน)รู้สึกว่าจะมีพลังแรงกว่าฝ่ายสนับสนุนซะอีก(เผลอเมื่อไหร่ฯ) แต่ก็เป็นอีกด้านที่ดีที่ต้องคอยควบคุมสติและได้วัดผลหลักธรรมะ มรรค8และอิทธิบาท4 ของตัวเราเอง...

 

...จุดเริ่มต้นของชีวิตไปจนถึงวาระสุดท้ายบั้นปลายหลายๆคนคงเตรียมไว้กับหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปตามวิถี-หนาที่-สังคม.

 

...สำหรับข้าพเจ้าแล้วนับว่าโชคดีที่เป็นเพียงคนธรรมดาๆที่ดำเนินชีวิตได้อย่างเรียบง่ายสบายๆ(ไม่มีกรอบข้อบังคับมากมายกับหัวใจและภาระหน้าที่).

 

...เมื่อสองวันที่แล้วจึงบุกเดี่ยวไปคนเดียว(พูดราวกับไปเข้าสนามรบ อิอิ) ไปสถาณที่แห่งหนึ่งซึ่งนานทีเดียวที่ไม่ได้ไปเยือน(คลังเลือดกลาง).

 

...ประมาณ10ปี ที่แล้วข้าพเจ้าได้ไปนั่งรอผู้ชายคนหนึ่ง(คุณพ่อบ้าน) Heroกับอีกภาระกิจหนึ่งที่เป็นแบบอย่างให้กับข้าพเจ้าได้เดินตามในวันนี้ (การบริจาคเลือด).

 

...ในขณะนั้นข้าพเจ้าเองน้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์(ผอมแห้ง)บวกภาวะโลหิตจาง(เห็นเข็มฉีดยาทีไรหัวใจออกอาการหวิวๆทุกที ไม่กลัวแต่มันสั่นๆ..)แต่ก็ทำไว้กับภารกิจที่พอทำได้ในขณะนั้น.

 

..."Hero" เป็นตัวอักษรติดอยู่บนป้ายที่หน้าตึกคลังเลือดกลาง(คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) รู้สึกว่าเป็นคำที่เท่ห์จัง! ได้แต่พูดกับตัวเองในวันนั้นเราจะเป็นได้มั๊ยนะ..สั่นแบบนี้...

 

...ก็ได้กำลังใจและแรงฮึดจากคุณพ่อบ้านที่เล่าให้ฟังว่า ภาวะโลหิตจาง สามารถรักษาให้หายได้เพราะเคยเป็นมาก่อนสมัยตอนที่บริจาคเลือดครั้งแรกๆซึ่งคุณหมอได้แนะนำเกี่ยวการรับประทานอาหาร.

 

...การบรรยายภาพ ความรู้สึกในการบริจาคโลหิตให้ข้าพเจ้าฟังจากคุณพ่อบ้านแหม!ช่างชวนฝันจริงๆค่ะ...สถานที่ราวกับเมืองสวรรค์ที่มีแต่เทวดาและนางฟ้าใจดี...(ได้แต่บอกตัวเองสักวัน..ฉันจะไม่สั่นต้องฆ่ามันให้ได้"ความกลัว").

 

...ปีที่แล้วตั้งท่าจะไปเที่ยวเมืองเทวดา นางฟ้าแต่ภาระกิจงาน(เข้า)กับน้ำท่วมและชีวิตพึ่งจัดเรียงได้สงบ มาปีนี้ก็ตั้งท่ามาแต่หัวปี(ยังสั่นๆ..สั่นสู้ อิอิ).

 

...หัวใจผลัดมาเรื่อยวันเกิด ทำนาเสร็จ ทำนู่นนี่นั่นซะก่อน(มารหัวใจจริงๆ) ชื่อบันทึกของคุณปริม"จบที่จุดเริ่ม" สะกิดใจเข้าอย่างจัง(แล้วเมื่อไหร่จะได้เริ่ม เมื่อไหร่จะกล้า เมื่อไหร่จะฆ่าความกลัว ความลังเลสงสัย ความผลัดวันประกันพรุ่งในตัวเองได้ซะที).

 

...จากบันทึกได้บันทึกลงใจตัวเอง(วันนี้ที่ต้องลงมือทำ) พ่อไปด้วยกันน๊า..ยังจะอ้อนขอกำลังใจจากคนข้างๆกาย แต่เหตูผลที่ให้มาก็ไม่มีข้อโต้แย้งไม่มีคนอยู่บ้าน(อยู่กันสองคนในสวน) ทำให้ดูได้แต่ความรู้สึกเป็นเช่นไรอยากรู้ต้องทำเอง(ปัจจัตตัง).

 

...ตั้งแล้วทำไม่ได้ก็ไม่ใช่น้อยแล้วซี(ปลุกใจตัวเอง) ตั้งใจเตรียมกาย-ใจกะว่าจะไปตอนเช้าสะบายๆเข้านอนแต่หัววัน.

 

...ตื่นเช้าขึ้นมา(พ่อๆ..ฝันมีคนมาทำบุญด้วย และได้ช่วยเหลือผู้หญิงคนหนึ่ง) จัดแจงทำหน้าที่ประจำวันแต่เช้า เสียงนกน้อย(นกกินปลี)ร้องปิ๊กๆๆๆ แว็บในใจต้องมีคนมาสวนแน่วันนี้...(แต่ก็ตั้งใจกับตัวเองว่าตั้งใจจะทำเช้าหรือบ่ายก็ต้องไปให้ได้).

 

...สายๆหน่อยเสียงโทรศัพท์ดังเรียก..จะมาชมสวน(รับต้นกล้าที่จองไว้)ข้าพเจ้าทำหน้าที่ในการเพาะดูแลต้นกล้าจึงต้องรอต้อนรับนำชมสวน(พาเทวดาน้อย(ลูกสาว)มาเรียนรู้ซึมซับธรรมชาติด้วย) จึงต้องเปลี่ยนแผนงานไปภาคบ่าย และก็ถือว่าผู้ที่มาเยี่ยมเยือนได้มาร่วมทำบุญกับสิ่งที่ตั้งใจจะทำในครั้งนี้(อานิสงส์แบ่งกัน).

 

...ในวันที่เดินทางเข้าเมืองก็มีทั้งเรื่องแปลกและเรื่องขำๆกับตัวเอง เวลาเที่ยงออกจากบ้านนำรถจักรยานยนต์ไปจอดที่รพ.น้ำพอง นั่งรถโดยสารเข้าเมืองฟ้าแจ้งแดดแจ่ม เข้าเมืองตระเวนซื้อของเรียบร้อยตั้งใจว่านั่งรถสองแถวมาลงที่บขสแล้วต่อรถสองแถวอีกสายไปลงที่หน้ารพ.ศรีนครินทร์แล้วเดินเข้าไปที่ตึกคลังเลือดกลางอีกที.

 

...นั่งรถสองแถวมาถึง บขส.ลงจากรถจ่ายเงินเสร็จ(ถามคนขับ)พี่ๆรถคันไหนขึ้นฝั่งไหนไปหน้ารพ.ศรีฯ (ตอบ)รถคันนี้แหละ(ปล่อยไก่ตัวบะเอ้บ!) คนขับยังแซวต่อถึงที่แล้วจ่ายตังค์อีกรอบด้วยนะ:)).

 

...ปกติไม่เคยนั่งสองแถวมาโซนเมืองด้านมข.เท่าไหร่จึงไม่ค่อยคุ้นเคยมากนัก แต่ก็ดีที่นับว่าครั้งนี้ได้รู้จักเส้นทางและได้นั่งรถชมเมืองได้ระลึกนึกถึงอดีตสมัยเรียนแต่ก็เกือบงงๆ พี่สองแถวพาซิ่งรอบ มข.ผ่านหลายคณะฯอ้อมมาจอดให้ลงตรงหน้าตึก"คลังเลือกลาง" ลงจากรถ(คนสุดท้าย)ส่งยิ้มให้ผ่านกระจกส่งจิตขอบคุณพี่คนขับ.

 

...มองเห็นตึกคลังเลือด..สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่บอกตัวเองเอาวะมาถึงขนาดนี้แล้วหากถอยก็ไม่ใช่น้อยแล้ว(ปรามใจตัวเองไว้ก่อน ตัวเท่าฟายแล้วยังจะกลัวเข็มอยู่อีก..).

 

...เดินเข้าด้านในตึกนางฟ้า(คุณหมอ)ทักทาย มาทำอะไรค๊า...มาบริจาคเลือดค่ะ.  นางฟ้าอีกท่านแซวลมอะไรหอบมาน๊อ...ลมความตั้งใจค่ะ.  เคยบริจาครึยังคะ:)...  ครั้งแรกค่ะ. นั่งรถมือมาคนเดียวคุณหมอกลัวจะเป็นลม(นึกในใจชีวิตฝากไว้กับหมอละงานนี้).

 

...เข้าในห้องเตียงโล่ง(รายแรกภาคบ่าย) มองเห็นเลือดจมลิ่วก็อุ่นใจคงสอบผ่านภาวะโลหิตจาง.

 

...ขึ้นเตียงรอเจาะเลือดกับความรู้สึกแรก ภาวะเช่นนี้ตัวสติช่างติดตัวดีแท้ แต่ยังมีเรื่องให้ลุ้นต่อ ยื่นแขนซ้ายให้คุณหมอแบบเอาความรู้สึกดูเข็มแทนสายตา เข็มเสียบจึกเข้าที่มีเสียง..เจ็บหน่อยนะคะหาเส้นเลือดไม่เจอ(นึกในใจ"งานเข้า"อีกแล้วพ่อแก้วแม่ขวัญครูบาอาจารย์ช่วยลูกทีมาทำความดีขอให้ผ่านด้วยดีเอาความรู้สึกดีเข้าหัวใจครั้งต่อไปจะได้เพิ่มความกล้าแกร่งขึ้น).

 

...นางฟ้าอีกท่านมาตรวจดูขอแขนอีกด้านเสียบจึกครั้งเดียวมองแว็บๆเลือดเดินลิ่วเข้าถุง(ถูกคุณหมอฝากรักไว้กับแขนทั้งสองข้างเลยเชียว

..).

 

    

 

...สิ่งเหล่านี้ทำให้ตัวเองรับรู้ว่าการทำความดีด้วยดีของตัวเราเองความดีนั้นแม้ระลึกถึง(เผื่อแผ่)ไปที่ไหนดีที่รับได้ของเราก็เต็มร้อยความดี...

 

...การฆ่าเป็นบาป แต่การฆ่าความยึดติด(อัตตา) ฆ่าความขลาดกลัว ฆ่าความลังเลสงสัย ฆ่าความบั่นทอนหัวใจ(ผลัดวันฯ)พระท่านว่าไม่บาป...


   *** "จบที่จุดเริ่ม" ขอบคุณๆๆๆ ***  (ไชโยๆๆๆ...น้อยทำได้แล้ว)

 

               *** ขอบพระคุณและสวัสดีค่ะ ***