บทความจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2555

ติดตามย้อนหลังได้ที่ลิงก์ข้างล่างนี้ครับ

http://www.naewna.com/columnist/1104

 

วันที่ 9 มิ.ย.2555 เป็นวันสำคัญของคนไทยและลูกแม่รำเพยทุกคน


            พระบาทสมเด็จพระเจ้าพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จไปทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ทรงพระราชอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8) ในวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2555

            คนไทยทุกคนคงจะปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่ง และลูกแม่รำเพยคงจะปลื้มเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ทั้ง 10 แห่ง จะจัดพิธีถวายพวงมาลาในทุกๆปีเป็นประจำ

            โรงเรียนเทพศิรินทร์ทั้ง 10 แห่ง มีอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 8 ทุกโรงเรียน พวกเราชาวลูกแม่รำเพยภูมิใจอย่างสูงสุดที่พระองค์ทรงเป็นศิษย์เก่า ที่มีชื่อเสียงก้องประเทศไทย

            การเมืองสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อนขึ้นอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้นและคาดไม่ถึง มีคำถามหลายๆคำถามว่า

            คุณทักษิณเป็นรัฐบาลแล้วทำไมถึงต้องใช้ม๊อบมาช่วยรัฐบาล ในเมื่อรัฐบาลมีอำนาจ มีกฎหมายทั้งทหาร ตำรวจ อัยการ (โดยเฉพาะ) อยู่ในมือพร้อม

          ทำไมไม่ใช้ม๊อบจัดตั้งของตัวเองเท่านั้น แต่ไปใช้ม๊อบลูกจ้าง ข้าราชการประจำของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.ด่วน เพราทำงานเกินหน้าที่ใช้อำนาจในทางผิดๆ

            การขอให้ชะลอลงมติวาระ 3 ของกฎหมายรัฐธรรมนูญไม่เห็นจะต้องวิตกอะไร? ถ้าสามารถอธิบายให้ศาลรัฐธรรมนูญใหม่ก็ดำเนินการต่อไปได้

            ถ้ารัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจ และคิดถึงประเทศชาติจะรอหน่อยก็ไม่เสียหายอะไรใช้ความรอบคอบจะดีกว่า

            คุณเจ๋ง ดอกจิก แถลงข่าวแบบนักเลง บอกเบอร์โทรศัพท์ เบอร์บ้านและข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คำถามก็คือ คนไทยคิดอย่างไร ใช้กำลังและการข่มขู่ แล้วประเทศไทยคนดีๆจะอยู่อย่างไร?

          กลับมาเรื่องระยะยาวของประเทศไทย

            กราบขอบคุณท่านอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีและ รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่กรุณาให้เกียรติกับทางมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประทศ

            ท่านองคมนตรีเป็นประธานเปิดงาน การระดมความคิดเรื่อง การพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)  เพื่ออยู่อย่างยั่งยืน โดยใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงยังจำเป็นอยู่มาก

            ท่านอธิการบดีฯกล่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเป็นมหาวิทยาลัยที่พยายามพัฒนาคุณภาพของภาคการศึกษาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชมเชย

            การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมระดมสมองครั้งแรกของงานวิจัย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการรับฟังความคิดเห็นของบุคคลหลายๆฝ่ายเพื่อหารือกันว่าจะปรับยุทธศาสตร์ของการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อรองรับ ASEAN เสรีอย่างไร?

          การทำงานในยุคต่อไปต้องเน้น

§  Quality  คุณภาพ

§  Standard  มาตรฐาน

§   Excellence  ความเป็นเลิศ

§   Best Practice  วิธีการปฏิบัติที่ดีที่สุด

§   Benchmarking  สามารถเทียบเคียงกับคู่แข่งได้

และการเสนอแนะยุทธวิธีต้องเสนอเพื่อนำไปปฏิบัติต่อไป ให้ได้ผลสูงสุดในการระดมความคิดครั้งนี้ อาจจะสรุปดังต่อไปนี้

1.     การเปิดเสรี ASEAN คือส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ในการปรับตัวของคนไทยเข้าสู่โลกาภิวัติ

2.     ASEAN เสรีเป็นจุดหนึ่งซึ่งจะต้องสอดคล้องกับการเปิดโลกาภิวัตน์ในภาพใหญ่

§  การท่องเที่ยวจะต้องมองภาพใหญ่ก่อนที่จะมองภาพเล็ก

§  จำนวนนักท่องเที่ยวหลังเปิดอาเซียนเสรีคงมีมากขึ้น แต่ควรจะกระจายให้นักท่องเที่ยวไปตามจุดต่างๆ ของประเทศไทยมากขึ้น เพราะในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยประมาณ 18 ล้านคน ก็ยังกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดใหญ่แค่ 7 จังหวัด เช่น ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานีและกรุงเทพฯ เป็นต้น

3.     การหาแหล่งท่องเที่ยวต้องเน้นทุนทางวัฒนธรรมมากที่สุด โดยใช้ชุมชนและภูมิปัญญาเป็นจุดขาย ไม่ใช่เน้นเฉพาะโครงการใหญ่ๆ

4.     มีข้อเสนอว่า ประเทศไทยในอดีตไปฟังนักวิชาการฝรั่งมากเกินไป ให้มีเมกะโปรเจ็คใหญ่ๆดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ล้มเหลว เช่น รัฐบาลคุณทักษิณสร้าง Night Safari เป็นต้น

5.     การพัฒนาบุคลากรต้องทำงานอย่างมีคุณภาพและเน้นการมีส่วนร่วม

§  ผู้นำและผู้ประกอบการ

§  ผู้นำและเจ้าหน้าที่รัฐ

§  ผู้นำกับชุมชน

6.      การใช้ IT มาร่วมในการสร้างมูลค่าเพิ่มของภาคท่องเที่ยว

7.     การทำวิจัยในเรื่องสำคัญๆ เช่น การรักษาเรื่องสิ่งแวดล้อมและทำวิจัยเรื่อง Green Tourism เป็นต้น

ข้อเสนอดังกล่าวเป็นแค่จุดเริ่มต้น ทีมของผมก็จะหาข้อมูลต่อไปเพื่อเสนอรัฐบาลให้นำไปปฏิบัติ

เรื่องกีฬากับ AEC มีแนวคิดสำคัญสรุปได้ดังต่อไปนี้

1.      กีฬาเป็นนโยบายที่สำคัญและอาจจะเป็นวาระแห่งชาติ

2.     กีฬาคงจะมองกว้างมากกว่าการได้แค่เหรียญ โดยเฉพาะเรื่อง อุตสาหกรรมกีฬา เช่น เครื่องเล่น อุปกรณ์กีฬาและเสื้อผ้ากีฬา

3.     กีฬาคือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะเรื่องการดูแลสุขภาพ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของคนไทยอย่างมาก

4.     กีฬาคือ การทูตภาคประชาชน

5.     กีฬาช่วยให้เยาวชนมีกิจกรรมที่สำคัญ หลีกเลี่ยงยาเสพติด ควรจะจัดกีฬาและระดับเยาวชนในอาเซียนมากขึ้น

6.     ประเทศไทยต้องมีการพัฒนาทุนมนุษย์มากขึ้น

§  ผู้ประกอบการทางกีฬามากขึ้น

§  ต้องพัฒนาทุนมนุษย์ในภาคกีฬาอย่างต่อเนื่อง เช่น ข้าราชการ นักธุรกิจ นักวิชาการ

§  มีการทำวิจัยในเรื่องกีฬากับอาเซียนเสรีในหลายๆมิติ

§  การดูแลสนามกีฬาและผู้ฝึกสอนกีฬา

§  มีคู่มือกีฬาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

§  กีฬากับชุมชนต้องมีบทบาทร่วมกัน

§  กีฬากับการท่องเที่ยว เช่น การสนับสนุนการแข่งรถ F1 เป็นต้น

โดยสรุป การระดมความคิดครั้งนี้มีผู้ร่วมประชุมกว่า 100 คน มีนักศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬากว่า 30 คน บรรยากาศเป็นการกระตุ้น มีการคิดนอกกรอบมากมาย แต่ต้องนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้

ท่านผู้อ่านสนใจขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ โทรศัพท์ 02 619 0512 – 3 ครับ

 

ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ

[email protected]

www.gotoknow.org/blog/chiraacademy

แฟกซ์0-2273-0181