สวัสดีค่ะ เกือบเลยกำหนดวันหมดเขตซะแล้ว สำหรับหัวข้อ "เลิกบุหรี่" หนึ่งเพิ่งเจอกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่มาเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ 

สำหรับตัวหนึ่งเองหากต้องอยู่ในสถานที่ที่มีควันบุหรี่ จะเกิดอาการแสบจมูก แสบตา น้ำมูกไหล ตาบวม หายใจขัด คิดว่าหลายท่านที่เป็นภูมิแพ้คงมีอาการคล้ายๆกับหนึ่งบ้างเช่นกัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ หนึ่งพบผู้ป่วยมะเร็งปอดรายนึง อายุเพิ่งจะ ๓๙ เท่านั้น ยังดูแข็งแรงดีมากๆค่ะ มา admit ที่ศูนย์มะเร็งเพื่อรับการฉายแสงที่ศีรษะ เพราะมีมะเร็งกระจายมาที่สมอง (ฮั่นแน่...อย่าเพิ่งเดากันไปว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นมะเร็งเพราะสูบบุหรี่จัดไม่ใช่ค่ะ เพราะผู้ป่วยรายนี้เค้าแพ้บุหรี่มาตั้งแต่เด็กๆ แน่นอนว่าเค้าไม่มีประวัติสูบบุหรี่ค่ะ) วันเกิดเหตุเป็นเช้าวันเสาร์ ซึ่งมีผู้ป่วยที่นอนเตียงใกล้กัน (รายนี้เป็นมะเร็งโพรงหลังจมูกค่ะ อายุ ๔๕ ติดบุหรี่ เลิกไม่ได้เลยค่ะ)  แอบสูบบุหรี่ที่ระเบียง ลมพัดควันบุหรี่เข้ามาในตึก ผู้ป่วยที่แพ้ควันบุหรี่ ก็เกิดอาการขึ้นทันที แต่อาการที่เกิดนั้นรุนแรงมากหายใจขัดถึงขั้นเสียชีวิตในเวลารวดเร็วค่ะ ทีม CPR ได้ช่วยเหลือเต็มที่แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยไว้ได้ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆ แต่หลังจากนั้นยิ่งเศร้ากว่า เมื่อผู้ป่วยที่แอบสูบบุหรี่ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตลอดเวลา เกิดอาการซึมเศร้าขึ้น ผู้ป่วยถามหนึ่งว่าเพราะบุหรี่ที่สูบรึเปล่า สีหน้าเศร้า และเงียบไปผิดจากเดิมค่ะ เลย counselling ยาว หลังจากพูดคุยกับผู้ป่วยพักหนึ่ง สังเกตว่าผู้ป่วยจะเอามือปิดหูหากพูดไปถึงเรื่องสูบบุหรี่ แต่เมื่อพูดคุยเรื่องอื่นๆ เรื่องโรค เรื่องการรักษา ฯลฯ ผู้ป่วยก็จะพูดคุยด้วยเป็นปกติ ครั้งนึงผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่าตอนบวชเป็นพระ ไม่เคยคิดที่จะอยากสูบบุหรี่เลย ไม่แตะบุหรี่เลยตั้ง ๔ ปี หมอเชื่อมั้ย แต่หลังจากรู้ว่าป่วยเป็นมะเร็งทำให้คิดมาก เครียด และต้องการสูบบุหรี่ตลอดเวลา พยายามเลิกหลายครั้งแต่ก็เลิกไม่ได้ แม้แต่มานอนที่โรงพยาบาลแบบนี้ มีกฏระเบียบห้ามสูบบุหรี่ ก็ยังไม่สามารถเลิกได้ หลังจากคุยกันได้พักใหญ่ ผู้ป่วยบอกหนึ่งว่าจะลองปฏิบัติเหมือนตอนบวชเป็นพระดู อยากจะรู้ว่าตอนเป็นพระทำไมถึงไม่รู้สึกอยากจะสูบเลย ทำไมตอนนี้ถึงขาดบุหรี่ไม่ได้ และในที่สุดผู้ป่วยก็สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้(ช่วงที่ฉายแสงอยู่) และวันครบแสงผู้ป่วยแวะมาบอกหนึ่งว่าจะกลับบ้านแล้ว มาขอบคุณก่อนกลับบ้านค่ะ 

สำหรับเหตุการณ์นี้ พบว่า "บุหรี่(แม้ไม่สูบเอง)" ก็เป็นปิศาจร้ายที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น 

(ขอให้ทุกท่านที่สูบบุหรี่พึงระลึกไว้เสมอว่า แม้ท่านจะบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว มีเงินซื้อบุหรี่มาสูบ ไม่ได้ขอเงินใคร สูบก็สูบคนเดียว ไม่ได้ชวนใครสูบด้วยซะหน่อย ถ้าจะป่วยก็ป่วยเองคนเดียว ไม่กลัวหรอกมะเร็ง กว่าจะ็เป็นก็คงตายก่อนแล้ว แต่ขอให้รู้ว่าควันบุหรี่ของท่านนั้น ทำร้ายคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลาค่ะ ทุกครั้งที่ท่านสูบ ท่านก็เป็นฆาตกรโดยไม่รู้ตัว)

การเลิกบุหรี่ ไม่ยากเลย อยู่ที่ความตั้งใจค่ะ

เมื่อวันประชุมวิชาการ รู้ทันมะเร็งปอด เมื่อไม่นานมานี้ อ.สุทัศน์ได้นำหลัก ๔ล มาบรรยาย หนึ่งขอนำสไลด์เทคนิค ๔ล มาฝากสำหรับผู้ที่ตั้งใจจะเลิกบุหรี่ เพื่อตัวเอง เพื่อบุคคลอันเป็นที่รัก เพื่อสังคม เพื่อสิ่งแวดล้อม ^^ ไม่ว่าจะเพื่อใครก็แล้วแต่ ขอชื่นชมและให้กำลังใจทุกท่านที่มีความตั้งใจจะเลิกค่ะ