๑๑   มิถุนายน  ๒๕๕๕
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

วันอังคารที่ ๕  มิถุนายน  ๒๕๕๕  ถึงสำนักงานแต่เช้าตรู่ เพราะวันนี้กรรมการตรวจติดตามผลการปฏิบัติงานตามตัวชี้วัดประจำปี ๒๕๕๔ จาก สพฐ. จะมาประเมินเขต  เราประชุมเตรียมการกันมา ๒ ครั้ง จึงไม่ค่อยกังวลใจ ที่ไม่กังวลใจใช่ว่าจะมีความพร้อม  แต่เมื่อพูดกันแล้วก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น  แต่มิวายต้องจัดแจงสั่งการเกี่ยวกับการจัดวางเอกสาร ที่มาสุมไว้บนโต๊ะรับแขก  กรรมการมากัน ๓ ท่าน เป็นผู้ที่คุ้นเคยพบเห็นกันมาหลายครั้งหลายครา ต่างกรรมต่างวาระและต่างสถานที่ ด้วยเหตุที่เป็น ผอ.เขตมานาน จึงถูกประเมินเรื่อยมา  การนำเสนอก็เรียบง่ายใช้ VCR ที่ให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ทำไว้รับคณะจากสภาการศึกษาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ยังทันสมัยและแก้ขัดไปได้ระดับหนึ่ง  ส่วนการชี้แจงมอบท่านรองฯ วิโรจน์  ผลแย้ม เป็นแม่งานใหญ่ชี้ให้ผู้รับผิดชอบตัวชี้วัดตอบคำถามและเสนอข้อมูล  เขาซักถามจนเที่ยงกว่า จึงยุติ  บ่ายมีการตรวจแฟ้มเอกสารหลักฐาน  ไม่ได้ลงมาดูเพราะมีงานต้องทำ พรุ่งนี้เป็นภาคสนามเขาออกเยี่ยมโรงเรียน ๒ แห่ง คือ โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี และโรงเรียนชุมชนบ้านหน้าไม้

วันพุธที่ ๖  มิถุนายน  ๒๕๕๕  เช้าเดินทางไปโรงเรียนคลองบ้านพร้าว มีท่านรองฯ สมมาตร ชิตญาติ เดินทางไปด้วย เพื่อเปิดการประชุมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนและครูภาษาไทย เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ให้สูงขึ้น  มีท่าน ศน.สิรี พึ่งจิตต์ตน เป็นเจ้าของโครงการ เขาให้โรงเรียนที่ผลสัมฤทธิ์สูงกับผลสัมฤทธิ์ต่ำมาคุยกันเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนการสอน คาดว่าจะได้รูปแบบการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ  กลับเข้าเมืองแวะโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี กรรมการจบคำถามพอดี โรงเรียนจึงพาเดินชมกิจกรรมของโรงเรียน ถือโอกาสกลับเขต ทานข้าวเร็วกว่าปกติประมาณครึ่งชั่วโมง อิ่มแล้วเดินทางไปกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อประชุม อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ ฯ ยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จากนั้นจะเดินทางไปศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อำเภอคลองหลวง เพื่อร่วมพิธีเปิดงานที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะเดินทางมาเป็นประธาน  แต่การประชุมยืดเยื้อจนต้องงดรายการหลังไป กลับถึงเขตหลัง ๖ โมงเย็น  เจอฝนตกหนักตลอดเส้นทาง

วันพฤหัสบดีที่ ๗  มิถุนายน  ๒๕๕๕  นั่งคุยกับท่านรองฯสมมาตร ชิตญาติ และครูเกษียณที่ห้องสโมสร ถึงความเป็นไปของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูปทุมธานี จำกัด ซึ่งท่านรองฯ สมมาตร ได้รับเลือกตั้งเป็นประธาน  ท่านก็ทาบทามจะให้ผมเป็นที่ปรึกษา ได้ขอบคุณแต่ปฏิเสธไปเพราะไม่มีเวลาที่จะเข้าไปช่วยให้สมกับตำแหน่งที่รับเขามา แต่หากมีสิ่งใดที่คิดว่าพอเป็นประโยชน์ก็จะช่วยเต็มกำลัง  ประมาณ ๙ นาฬิกา เดินทางไปโรงเรียนขจรทรัพย์อำรุง ของท่าน ผอ.ปิยะนันท์  โตปิติ เพื่อรับมอบหนังสือห้องสมุด และอุปกรณ์การศึกษา ที่ธนาคารพัฒนาเอเซีย มอบผ่านสภากาชาดไทย มูลค่า ๒ ล้านกว่าบาท เดิมโรงเรียนเชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แต่ท่านติดงานเจรจากับม็อบที่กำลังประท้วงเรื่องการจ่ายเสียหายไม่เป็นธรรม  ท่านนายกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี จึงเป็นประธาน สภากาชาดไทยมีผู้ช่วยเลขาธิการมา ๒ ท่าน พร้อมผู้อำนวยการกองต่าง ๆ ผู้บริหารโรงเรียนมาร่วมพิธีกันมาก คงเป็นเพราะมนุษยสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า ติดแรงกันก็ต้องมาใช้แรง โรงเรียนได้พัฒนาดีกว่าสภาพก่อนน้ำท่วม เป็นที่ชื่นชมของแขกเหรื่อ  เสร็จพิธีเจ้าภาพเลี้ยงข้าวกลางวัน  กลับเข้าเขตนั่งทำงานที่ห้องสโมสรจนเย็น จึงเดินทางไปพบหมอตามนัดที่คลีนิคนอกเวลาโรงพยาบาลรามาธิบดี 

วันศุกร์ที่ ๘  มิถุนายน  ๒๕๕๕  เช้าปฐมนิเทศครูใหม่ที่เรียกจากบัญชีของ สพป.ปทุมธานี เขต ๑ มาบรรจุ ๖ ราย เป็นเอกสังคมศึกษา ๓ รายและคอมพิวเตอร์ ๓ ราย  จากการซักถามประวัติทุกคนเคยเป็นครูมาแล้ว แต่ยังไม่ได้บรรจุ มี ๑ รายที่เป็นครูผู้ช่วยอยู่แล้วมาสอบบรรจุใหม่เพื่อย้าย  ใช้เวลาค่อนข้างนานในการทำความเข้าใจกับภาระหน้าที่ของครูและการปฏิบัติตนของผู้มีวิชาชีพนี้  ไม่ให้ถูกสภาพแวดล้อมกลืนไป แต่เราต้องช่วยกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้สังคม  ขึ้นไปทำงานเอกสารที่ห้องชั้น ๓

บ่ายเดินดูเขารับสมัครสอบบรรจุครูที่ห้องบริหารงานบุคคล มากันเรื่อย ๆ ไม่มากจนเบียดเสียด รับไปจนถึงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ ไม่เว้นวันหยุดราชการ ปีนี้ สพฐ.ออกข้อสอบมาให้ ยกภาระและความรับผิดชอบในส่วนนี้ไปจากเขตและ อ.ก.ค.ศ. ระมัดระวังอย่างเดียวอย่าให้ข้อสอบรั่วไหลระหว่างเก็บรักษา

ก่อนลาสัปดาห์นี้มีเรื่องเล่าสั้น ๆ สู่กันฟังมีชายหัวหน้าคนงานคนหนึ่งทำงานที่โรงงาน ทุกเช้าระหว่างทางที่เขาไปทำงาน เขาก็จะผ่านร้านขายนาฬิกา เขาก็จะหยุดที่ร้านและตั้งเวลาที่นาฬิกาข้อมือของเขาและเดินต่อไปเพื่อไปทำ งาน เขาทำเช่นนี้ทุกๆวัน เจ้าของร้านนาฬิกาก็สงสัยอยากรู้ว่าทำไมเป็นเช่นนั้น วันหนึ่งเมื่อชายคนนั้นมาหยุดที่หน้าร้าน เขาก็เลยถามว่า เขาทำอะไรนะ ชายหัวหน้าคนงานตอบว่าเขาเป็นหัวหน้าคนงานของโรงงานแห่งหนึ่งทุกๆวันเขาก็จะต้องทำหน้าที่ในการ สั่นกระดิ่งเพื่อให้สัญญานบอกว่า ถึงเวลา ๕ โมงเย็นเป็นเวลาเลิกงานของวันนั้นแล้ว เขาต้องการความเที่ยงตรงในเวลานั้นมาก ดังนั้นทุกๆ วัน เขาก็จึงต้องมาที่นาฬิกาเรือนใหญ่ของร้านนี้และปรับเวลาที่นาฬิกาข้อมือของเขาให้ตรงกับนาฬิกาเรือนนี้ เจ้าของร้านนาฬิกาก็หัวเราะและพูดว่า จริงๆแล้วเมื่อผมได้ยินสัญญาณจากโรงงาน ผมก็รีบกลับไปตั้งเวลาของผมเช่นกัน

กำจัด  คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑