จดหมายถึงลูก "ภัคร + เพรียง" ฉบับที่ ๙

 

 

 

จดหมายถึงลูก "ภัคร + เพรียง" ฉบับที่ ๙

(ไปพักผ่อนที่เขื่อนภูมิพล ตอนที่ ๑)

 


 

เมื่อวันจันทร์ที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ แม่ + น้องเพรียง +

น้องอ้อม + น้องฟ้าคราม ได้ไปพักผ่อนกันที่เขื่อนภูมิพล

อำเภอสามเงา จังหวัดตาม โดยแม่ได้ลาพักผ่อน ๓ วัน คือ

วันที่ ๕ - ๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ (ขาดแต่ "พี่ภัคร"

ตอนแรกบอกว่าจะไปกับพวกเราด้วย) แต่เนื่องจากอาจารย์

โทร.มาตามตัวว่าให้ไปเรียนได้แล้วเพราะเกรงว่าจะเวลา

เรียนจะไม่พอ จึงทำให้พี่ภัครไม่สามารถที่จะไปเที่ยวพักผ่อน

กับพวกเราได้...การลาครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกของ

ครอบครัวเราก็ว่าได้ว่า ตั้งแต่แม่บรรจุเข้ารับราชการมา

เกือบ ๒๕ ปี แม่ไม่เคยพาพวกลูก ๆ ไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหน

กันเลย...เพราะในชีวิตของแม่มีแต่งาน ๆ ๆ...แต่คราวนี้

ก็น่าที่จะถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน

มีเวลาให้แก่กันบ้างตามประสา แม่ - ลูก สำหรับพ่อเร

อาสาเฝ้าบ้านและอยู่เป็นเพื่อนตาที่บ้านที่พรหมพิราม

ซึ่งนิสัยของพ่อเรจะไม่ค่อยไปเที่ยวที่ไหนเป็นทุนเดิม

อยู่แล้ว...

 

 

พวกเราออกเดินทางจากบ้านที่พิษณุโลก โดยมีน้องเพรียง

อาสาเป็นผู้ขับรถยนต์ให้...ระหว่างออกมาจาก

บ้านฝนตกที่พิษณุโลก เวลาประมาณ ๐๙.๓๐ น. น้องเพรียง

บอกว่า..."รู้แบบนี้ไม่ล้างรถยนต์ในตอนเย็นดีกว่า พอขับมา

ก็โดนฝนอยู่ดี"...ทำให้แม่หัวเราะ บอกว่า "ไม่เป็นไรหรอก

ล้างรถ รถก็เอี่ยมดีไง แม่ชอบที่จะให้รถเอี่ยม

ไม่เปื้อนนะ...ทำให้มันดูดี รถไม่สกปรก...พอมันเปื้อน

ฝนตกใส่อีกเราก็ค่อยกลับไปล้างมันอีกครั้ง

ไม่เห็นเป็นไรเลย"...

 

 

ระหว่างทาง แม่สังเกตเห็นว่าอากาศครึ้มฝนตลอดทาง 

ทำให้แม่นึกถึงเหตุการณ์เมื่อ ๑๒ ปีที่แล้ว ที่แม่มาทำงาน

ที่ สปอ.สามเงา จังหวัดตาก ตอนนั้นพวกเรายังไม่มีรถยนต์

แม่ต้องนั่งรถเมล์ ขอนแก่น - เชียงใหม่ มาแล้วไปลงที่

ปากทางเขื่อนภูมิพล ทุกสัปดาห์ ตอนนั้น พวกลูก ๆ

ก็ยังเล็ก ๆ อยู่ แต่มาตอนนี้ มันช่างสะดวก สบาย

เสียเหลือเกินเรามีรถยนต์ส่วนตัว จะไปไหน มาไหนก็สะดวก

ขึ้นเยอะเลย...ผ่านบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย

ทำให้แม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของอำเภอนี้ขึ้นมามาก

สภาพแวดล้อมเจริญขึ้นเยอะเลย ผิดกว่าในสมัยก่อนที่ยัง

ไม่เจริญเท่าวันนี้...

 

 

ส่วนเจ้าฟ้าคราม ไม่ต้องพูดถึง เมื่อฝนตก + ได้แอร์เย็น ๆ

ของรถยนต์ทำให้เจ้าฟ้าครามหลับได้ตลอดทางที่ไป

แต่พอใกล้ ๆ ถึงเขตจังหวัดตาก ก็ตื่นขึ้นมา พอตื่นก็ไม่อยู่สุข

แล้ว "ซนมาก ๆ ตอนนี้" พยายามจะเดินไปเดินมาในรถ

ย่าก็ดุ แต่เจ้าฟ้าครามก็ไม่ใส่ใจ ขอมุดลงไปนั่งเล่นด้านล่าง

พอเมื่อยก็ขอขึ้นมานั่งข้างบน เป็นแบบนี้สลับกันไป...

 

 

จากพิษณุโลก - ตาก ระยะทาง ประมาณ ๑๓๘ กิโลเมตร

แล้วก็ระยะทางจากตาก - เขื่อนภูมิพล ก็อีกประมาณ ๕๔

กิโลเมตร...อากาศในวันที่พวกเราเดินทางมานี้

ไม่ร้อนมากนัก...น้องเพรียงค่อย ๆ ขับรถยนต์ไปเรื่อย ๆ...

 

 

 

 

เมื่อย่างเข้าสู่ปากทางเขื่อนภูมิพล ทำให้แม่เข้าใจถึงสภาพ

ของผืนป่า ต้นไม้ตลอดทางปากทางเข้าเขื่อนภูมิพล ยังอยู่ใน

สภาพเหมือนเดินกับเมื่อ ๑๒ ปี ที่แล้วที่แม่มาอยู่ สมัยก่อนมา

จะเข้ามาที่อำเภอสามเงา แม่ต้องนั่งรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง

เข้ามา เพราะถ้ารอรถเมล์เข้ามาละก็...บอกเลยว่า...

"ช้ามาก ๆ" เมื่อแม่เข้ามาในเขตของอำเภอสามเงาทำให้เห็น

ถึงสภาพของป่าก็ยังเหมือนเดิม บรรยากาศยังร่มรื่นเช่นเดิม

แม่นั่งนึกอยู่ในใจว่า...ยังดีนะที่ป่ามิได้ถูกทำลาย อากาศ

ไม่แห้งแล้ง เช่นคำว่าชื่อของจังหวัด "ตาก"...

 

 

เมื่อเข้ามาในอำเภอสามเงา แม่เลยบอกน้องเพรียงว่า...

ให้น้องเพรียงขับรถยนต์ไปทางริมแม่น้ำปิงดีกว่า เพราะจะได้

ไปแวะบ้านป้าอ้อย (ลูกน้องที่เคยทำงานด้วยกันตอนแม่

มาทำงานเป็นหัวหน้างานการเจ้าหน้าที่ที่ สปอ.สามเงา

เมื่อ ๑๒ ปีที่แล้ว)...แต่แม่ก็ไม่แน่ใจนะว่า จะเจอป้าอ้อย

หรือไม่ เพราะเบอร์โทรศัพท์ของป้าอ้อย

แม่ก็ทำหาย ไม่สามารถติดต่อกันมาก่อนได้ แต่แม่พอจะจำ

บ้านของป้าอ้อยได้ เพราะเมื่อก่อน แม่เคยไปบ้านป้าอ้อยครั้ง

หนึ่ง ตอนแม่ป้าอ้อยยังไม่ตาย...รู้แต่ว่าบ้านของป้าอ้อย

อยู่ริมแม่น้ำปิง...

 

 

น้องเพรียงก็ขับรถยนต์พาพวกเราเลาะริมแม่น้ำปิงมากัน

เรื่อย ๆ บางช่วงฝนก็เริ่มลงเม็ดแล้ว แต่ไม่มาก...

ที่อำเภอสามเงา เมื่อก่อนเป็นอย่างไรตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น

ในสายตาของแม่ แม่ว่าไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงเลย

สภาพอากาศในสมัยก่อนฝนชอบตกตอนเที่ยง บ่าย เย็น

ตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้น อาจเป็นเพราะมีต้นไม้อยู่เยอะก็เป็นได้...

 

 

น้องเพรียงบอกว่า...ชอบแม่น้ำปิงมาก ใส เรียกว่า

"ใสจนเป็นสีเขียว"...แม่เคยคิดว่า...แม่น้ำปิงเป็นแม่น้ำที่ใส

สะอาด ไม่เหมือนสีของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นสีแดง + ขุ่น

เพราะสีโคลนดินมากกว่า...สมัยก่อนที่แม่อยู่ ในตอนเช้า ๆ

เมื่อเขื่อนเปิดน้ำ แม่จะได้กลิ่นของกำมะถันโชย

มาจากแม่น้ำด้วย

 

 

พวกเราลัดเลาะตามริมแม่น้ำปิงไปเรื่อย ๆ ผ่านสะพานท่าปุย

ที่ข้ามแม่น้ำปิงไปทางท่าปุยตก แม่ไม่แน่ใจว่าบ้านป้าอ้อย

จะไปทางไหน แต่แล้วแม่ก็เห็นเด็กนักเรียน ๒ คน

ขับรถมอเตอร์ไซด์ผ่านมา แม่กวักมือเรียก ถามว่า

"บ้านของป้าอ้อย หลังไหน" เด็กนักเรียนบอกว่า

"ป้าอ้อยไหน" แม่ก็บอกไปอีกว่า "ป้าอ้อยเป็นครูสอน

อยู่ที่โรงเรียนปากยางตะวันตก" เด็กนักเรียนคนนั้น

ร้องอ้อขึ้นมาทันที บอกว่า "ให้แม่ไปทางริมน้ำ นิดเดียว

ก็ถึงแล้ว" เท่านั้นแหล่ะที่ทำให้แม่ยิ้มออกว่า...จะได้เจอพี่อ้อย

แล้ว เพราะนับตั้งแต่แม่ขอย้ายกลับไปที่พิษณุโลก

เราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย...

 

 

แม่ไปยืนที่หน้าบ้านป้าอ้อย เห็นพี่ชายของพี่อ้อยกำลังกวาด

ลานหน้าบ้านอยู่ แม่ถามว่า "ใช่บ้านของพี่อ้อยหรือไม่"

ลุงบอกว่า "ใช่" ตอนนี้ พี่อ้อยไปสวน แต่เอาโทรศัพท์ไปด้วย

แม่เลยขอเบอร์ตรงลุง แล้วโทรศัพท์ไปหาพี่อ้อยที่อยู่ในสวน

อีกไม่เกิน ๒๐ นาที พวกเราก็ได้พบกับพี่อ้อย...นานมาก ๆ

ที่เราไม่ได้พบกันเลยนับจากที่แม่จากที่นี่ไป ๑๒ ปี เต็ม...

 

 

และแล้วป้าอ้อยก็พาพวกเราไปที่เขื่อนภูมิพล พาไปที่เรือน

รับรองเขื่อนภูมิพล ซึ่งที่นั่นมีบ้านพักให้เช่าอยู่ คืนหนึ่ง

ก็ไม่แพงนัก พร้อมมีแอร์ให้ด้วย น้ำ - ไฟ สะดวก ตกลง

พวกเราก็ได้ได้พักที่เรือนรับรองเขื่อนภูมิพลกัน ทำให้เรา

ไม่ต้องขับรถยนต์กลับไปพักกันในตัวเมืองจังหวัดตาก...

 

 

ระหว่างทางเข้ามาในเขื่อนภูมิพล โดยมีรถของป้าอ้อยนำพา

มาให้ เกิดฝนตกระหว่างทาง บางช่วงก็หนัก บางช่วงก็เบา

ที่นี่ เมื่อก่อนเป็นเช่นไร ปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นนั้น เพราะฝนจะ

ชอบตกในช่วงบ่าย ๆ ทำให้ที่นี่ไม่ค่อยร้อนเหมือน

ที่พิษณุโลก...

 

 

ป้าอ้อย + พี่ชายของป้าอ้อย พาพวกเราขึ้นมา

บนสันเขื่อน...เราได้พูดคุยกัน แต่ก็คุยกันได้ไม่มากนัก

เพราะเจ้าฟ้าครามเริ่มงอแง อาจเป็นเพราะบนสันเขื่อน

อากาศร้อนอบอ้าวก็ว่าได้...

 

 

นี่เป็น สภาพของเขื่อนภูมิพลที่ผิดกับเมื่อตอนน้ำขึ้น

เมื่อปี ๒๕๕๔ เมื่อปีที่แล้ว น้ำลดลงไปเยอะมาก ๆ...

 

 

บริเวณเหนือเขื่อนภูมิพล น้ำลดลงมากเลยในปีนี้...

 

 

 

 

ป้าอ้อยบอกว่า เมื่อตอนน้ำขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๔ แพที่อยู่ด้านล่าง

นั้นได้ขึ้นมาจอดกันตรงที่ป้ายสีแดงนั้นเลย

เพราะน้ำเยอะมากเมื่อปีที่แล้ว...

 

 

 

ป้าอ้อย + เจ้าฟ้าคราม + แม่ + พี่ชายของป้าอ้อย

 

 

และแล้วเราก็จากกัน...แต่คราวนี้ เราได้เบอร์โทรศัพท์กัน

ไว้แล้ว แม่บอกว่า ถ้าป้าอ้อยเปลี่ยนเบอร์ หรือเบอร์หาย

ก็ขอให้โทร.บอกแม่ด้วย หรือไม่ก็โทร.ไปที่ทำงานก็ได้

เพราะแม่จะได้รู้...แล้วเราสามารถที่จะติดต่อกันได้...

 

 

อ่านจดหมายถึงลูกทุกฉบับ ได้จากที่นี่...

"จดหมายถึงลูก"