ตื่นเต้นอะไร..... แค่คนไข้กินกาแฟมาซองเดียวเอง

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาชลัญอยู่เวรที่ โอพีดี น้องผู้ช่วยวิ่งหน้าตื่นมาบอกขณะชลัญหลบไปพักสักครู่  หลังจากเร่งซักประวัติให้แพทย์จนเกลี้ยงแล้วและถึงเวลาอีกเพียง 5 นาทีจะพักกลางวัน  ก็เลยให้น้องผู้ช่วย เฝ้าไว้ 

     น้องรักษ์ : พี่โจ้  ๆ ๆ ๆ เร็วคนไข้ กินกาแฟมา เป็นซองเลย   ทำไงดี

     ชลัญ : รู้สึกเซ็งในสมอง "โอ๊ย ต้องเรียกทำไม ก็วัดความดันไว้ก่อน เดี๋ยวเจ้ ออกไป "

     น้องรักษ์ :  ไม่ได้พี่โจ้ ต้องออกมาเดี๋ยวนี้   กินหมดเป็นซองเลยพี่

      ชลัญ : " ว่ะ  ไอ้นี่"  หงุดหงิดเล็กน้อย  "ใครมันจะกินทีละ 3 ซอง ว่ะ  ก็กินกันทีละซองเท่านั้นแหล่ะ ตื่นเต้นไปได้"

       น้องรักษ์ : ไอ้ซองที่ว่าน่ะ มันกาแฟล้วนๆ ซอง กาแฟดำล้วนๆ น่ะพี่โจ้  กินหมดเป็นซองรวดเดียว  สั่นงั๊กๆ มาเลย

เหมือนซองเล็กในภาพที่อยู่ตรงกลาง

 

เท่านั้นแหล่ะชลัญ กระโดดโหยงลงจากเก้าอี้จนลืมอาการ pks ไปเลย

พอเดินออกไปก็พบกับคนไข้ ชาย อายุ  62 ปี  นั่งอยู่บนรถเข็ญ  ท่าทางสั่นเล็กน้อย  ชลัญจึงให้น้องรักษ์ สุดา ผู้ช่วยฯ ที่โคตร Alert ของชลัญ พาลุงไปทำ EKG ( ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ที่ รพ.พิมายเนื่องจากการขาดแคลบุคคากรพยาบาล น้องผู้ช่วยพยาบาล จะถูกชลัญธร trainning การติดสายสัญญาณตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ทำได้ทุกคน แถมรู้ด้วยนะว่าคลื่นแบบไหนผิดปกติต้องรีบเอามาให้ พบ.ดู  เก่งกว่า พบ.หลายคน แต่ พบ. ที่ดูได้น่ะมีไม่กี่คนหรอก หนึ่งในในคือชลัญ "ตั้งใจจะโม้ว่าชลัญเก่งน่ะ" ได้ที่ไหนลูศิษย์ phimaimedicine อาจารย์ชาญนั่นเอง  ) ผลของคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ออกมา นั้น ปกติดี มี arythmia เล็กน้อย  อ๊ะ ไม่เป็นปัญหา รอได้  ไปคุยกับคนไข้ดีกว่า

    ชลัญ :  ไหนลองเล่าซิลุง  ทำไมไปกินกาแฟตั้งเป็นซอง  นั่งน่ะเขาซงได้ตั้งหลายถ้วยน่า ลุง 

    คนไข้ : พูดไปสั่นไปเล็กน้อย  ก็คือว่าสองวันก่อนผมจัดงาน ที่บ้านน่ะครับมันไม่ได้นอน มา 2 วัน  รู้สึกเหนื่อยเพลีย   ก็เลยคุยกัน ยายเล็ก ( เพื่อนบ้านแก) บอกว่า ก็ไปหาซื้อกาแฟมากินสักซอง  เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง  ไอ้ผมก้ไม่เคยกินกาแฟเลย  ได้ยินแต่คนอื่นเขาบอกเขากินกัน  ก็ถามยายเล็กแล้ว บอกว่ากินแค่ซองเดียวก็ ดีขึ้นแล้ว  ถึงตอนนี้แกรู้สึกพูดมากไป แล้วเหนื่อย ชลัญนึกได้ก็เลยบอก  เดี๋ยวลุงหยุดเล่า  เอ้าลูกเล่าแทน 

" ก็พ่อแกก็เลยไปซื้อกาแฟที่ร้านขายของชำ  เป็นซองเล็ก แต่ไม่ใช่ 3 in 1 น่ะหมอ  มันเปนกาแฟดำที่ชงได้หลายถ้วย แล้วพ่อก็มาชงแก้วเดี๋ยวหมดซอง ดื่ม อั๊กๆ หมดถ้วย ผลก็เป็นอย่างนี้แหล่ะหมอเลยต้องพามา รพ."

        ชลัญหันไปทางลุง เอ้าลุงไม่รู้เหรอว่า ไอ้ซองนั้นมันชงได้หลายถ้วย

        ลุงส่ายหน้า ลุงไม่เคยเห็นหน้าตากาแฟหรอกหมอนี่ครั้งแรก( พูดไปสั่นไป)

      ชลัญ ; แล้วตอนนี้ลุงรู้สึกไง

      ลุง : ใจสั่นครับ  ปวดหัว 

     พอซักประวัติเสร็จ   ก็เลยให้น้องผู้ช่วย  พาไปที่แผนกฉุกเฉิน เพื่อนอน observe อาการ ก่อน

      หลังจากนั้น  ชลัญก็มานั่งทบทวน ว่า เออ! จริงนะ ยังมีผู้ป่วยอีกหลายคนเลยที่ไม่เข้าใจเวลารับข้อมูลที่คนอื่นเขาบอกต่อมา อีกที  ทำให้เข้าใจผิด แล้วนำไปปฏิบัติไม่ถูกต้อง  ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ของตัวเองด้วยความไม่ตั้งใจ  วงจร " โง่ จน เจ็บ" นี่มันยังไม่หมดไป  ชลัญจะทำอย่างไร ดีน๊า  ที่จะให้ ความรู้ในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง  จะได้ไม่ต้องมาเจ็บเพราะความไม่รู้ของตัวเองอีกต่อไป

      จะทำอย่างไร ?