ต่างกันแต่ชีวิตชาวนา ราคา ถูกดังกับควาย

ชาวนาวันนี้กำลังกลายเป็นกระดูกสันหลัง(หวะ)ของชาติ (อีกแล้ว) กลายเป็นเบี้ยที่เขาซื้อขายกันในตลาดหุ้นอำนาจการเมืองไทย เพลง “กลิ่นโคลนสาบควาย” ร้องครั้งแรกโดย ชาญ เย็นแข ต่อมาก็ สุเทพ และใครต่อใคร

วันนี้ ผมมาแปลงให้เข้ากับบรรยากาศการเมืองไทยที่เหม็นยิ่งกว่าขี้ควาย (แมงกุดจี่ยังไม่กล้าเข้าใกล้) 

http://www.youtube.com/watch?v=hmqs-J3qVG4 

 

 

กลิ่นโคลนสาบควาย

 

 


...อย่าดูหมิ่น ชาวนาเหมือนดั่งตาสี
เอาผืนนาเป็นที่ พำนักพักพิงร่างกาย
ชี วิตเอย ไม่เคยสบาย

ฝ่าเปลวแดดแผดร้อนแทบตาย
ไล่ควายไถนาป่าดอน


เหงื่อรินหยด หลั่งลงรดแผ่นดินไทย
จนผิวดำเกรียมไหม้ แดดเผามิได้อุธรณ์
เพิง พักกายมีควายเคียงนอน
กลิ่นโคลนสาบ ควายเคล้าโชยอ่อน
ยามนอน หลับแล้วใฝ่ฝัน


กลิ่นโคลนสาบควายเคล้ากายหนุ่มสาว
แห่งชาวบ้านนา 
ไม่ลอยเลิศฟ้าเหมือนชาวสวรรค์
หอมกลิ่นน้ำปรุงฟุ้งอยู่ทุกวัน
กลิ่น กระแจะจันทร์
หอมเอยผิวพรรณนั้นต่างชาวนา


อย่าดูถูก ชาวนาเห็นว่าอับเฉา
มือถือเคียวชันเข่า 
เกี่ยวข้าวเลี้ยงเราผ่านมา
ชี วิตคนนั้นมีราคา ต่างกันแต่ชีวิตชาวนา
บูชา กลิ่นโคลนสาบควาย

 

 

 

กลิ่นคนหยาบคาย

...คำร้องโดย..คนถางทาง

...ทำนอง ..กลิ่นโคลนสาบควาย

...อย่าดูหมิ่น ชาวนาว่าโง่บัดสี
ประชานิยมเต็มที่ หลอกเขาว่าดีมากหลาย

จง..เลือกเรา จะเบาสบาย
เลิกร้อนแดดแผดเผาแทบตาย
ขายควายเปลี่ยนเป็นทุนรอน


เหงื่อไหลหล่น ยากจนทั่วแผ่นดินไทย
เคยคิดช่วยหรือไม่ หลอกใช้ดั่งหมูสุกร
คืนเลือกตั้งฟังเสียงหมาหอน
กลิ่นเงินกรุ่น  โชยเร้าใจอ่อน
ยามนอน หลับแล้วใฝ่ฝัน


กลิ่นโคลนสาบควายเคล้ากายผู้เฒ่า
แห่งชาวบ้านนา 
เฝ้าคอยเงินตราร่วงจากสวรรค์
เหม็นกลิ่นน้ำลายขายอยู่ทุกวัน
โปรด เลือกพรรคฉัน
กองทุนหมู่บ้านนั้นได้แน่หนา


อย่าดูถูก ชาวนาเห็นว่าอับเฉา
เอาเงินชั่วเน่าเน่า

โปรยเข้าซื้อเสียงเรื่อยมา
ชี..วิตคนนั้นมีราคา ต่างกันแต่ชีวิตชาวนา

ราคา ถูกดังกับควาย