ภาษาหนึ่งต้องสูญพันธุ์ไป (เช่นภาษามอญในวันนี้ ซี่งผมว่ามอญนี่แหละคือต้นตระกูลสยาม) มันน่าเสียดายมากๆ แต่กลับไม่ค่อยมีใครสนใจ ส่วนจิ้งจก ตุ๊กแก ตัวน้อยๆจะสูญพันธุ์ เขาทุ่มเงินอนุรักษ์กันใหญ่

ผมได้เขียนเรื่องภาษาใบ้บอดเป็นภาษาสากล(ที่สอง)ของโลก ทำให้จินตนาการต่อยอดไปได้อีกอย่างคือเรื่องความหลากหลายทางภาษา   ซึ่งผมว่าน่าจะสำคัญยิ่งเสียกว่าความหลากหลายทางชีวภาพที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในวันนี้ ที่องค์กรโลกเช่น UN ต่างทุ่มเงินให้ประเทศยากจนช่วยกันรักษ์

 

แต่พวกนี้มักปากกว่าตาขยิบเสมอ  พอมาถึงเรื่องอนุรักษ์ความหลากหลายทางภาษา พวกเขากลับไม่ต้องการ กลับต้องการให้ทุกคนพูดภาษาอังกฤษ  มีการส่งครูอังกฤษมาช่วยเหลือในการสอนด้วยซ้ำไป 

 

มีคำกล่าวว่า “เมื่อสิ้นภาษาก็สิ้นชาติ” ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และอยากจะต่อว่า เมื่อสิ้นชาติ ก็สิ้นจิตวิญญาณ เมื่อสิ้นจิตวิญญาณ ก็ไร้กระดูก ก็ถูกกลืนกินง่าย

 

ผมเชื่อว่าความหลากหลายทางภาษา วัฒนธรรม นี่แหละที่เป็นเส้นใยโยงให้โลกนี้ดำรงอยู่ได้ด้วยการ “คานอำนาจ” กัน หากมีภาษาและวัฒนธรรม “สากล” เหมือนกันเสียหมดวันใด ผมว่านั่นแหละคือวันโลกาวินาศ

 

อินเดีย พม่า ฟิลิปินส์ อินโด ไทย จีน เวียตนาม เมื่อก่อนมีภาษาถิ่นมากหลายพันภาษา วันนี้ถูกกลืนไม่โดยภาษาประจำชาติ ก็โดยภาษาสากล (อังกฤษ ฝรั่งเศส เสปน ฯ)

 

ภาษาหนึ่งต้องสูญพันธุ์ไป (เช่นภาษามอญในวันนี้  ซี่งผมว่ามอญนี่แหละคือต้นตระกูลสยาม)  มันน่าเสียดายมากๆ แต่กลับไม่ค่อยมีใครสนใจ  ส่วนจิ้งจก ตุ๊กแก ตัวน้อยๆจะสูญพันธุ์ เขาทุ่มเงินอนุรักษ์กันใหญ่  ทั้งนี้มันมีรากมาจากที่ ฝรั่งรวยๆ มันกลัวตายนั่นเอง (พยายามคิดเชื่อมต่อหน่อยแล้วจะเห็น)

 

ส่วนการทำลายภาษาถิ่น แล้วให้หันมาพูดภาษาชาติ ภาษาสากล(ฝรั่ง) ให้หมดนั้น พวกฝรั่งก็ได้ประโยชน์อีก เขาจึงไม่ค่อยให้ทุนในเรื่องการอนุรักษ์ภาษาถิ่น เท่าอนุรักษ์จิ้งจก

 

...คนถางทาง (๘ มิย. ๒๕๕๕)