ถ้าทำได้แบบนี้ ก็พูดคุยกันรู้เรื่องหมดทั้งโลก ในทุกชาติทุกภาษา โดยไม่ต้องเรียนภาษาที่สามสี่ห้าหกให้ยุ่งยากเสียเวลา

ประมาณพศ. ๒๕๓๕ ผมมาฉุกคิดว่าทำไมคนไทยเราจึงไปตามกระแสโลก ลงทุนมหาศาลให้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง   จากนั้นต้องเรียนฝรั่งเศส  เยอรมัน ญี่ปุ่น  จีน รัสเซีย เสปน   ยังลาว พม่า เขมร ยาวี อาหรับ อีกเล่า...กว่าจะคุยกันรู้เรื่องทั้งโลกก็เรียนภาษาต่างด้าวกันจนเสียเวลาตายกันหมดเสียก่อน

 

ถ้าโลกนี้มาตั้งกติกากันใหม่ว่า ให้ทุกชาติในโลกนี้เรียนภาษาที่สองคือ ภาษาใบ้ (ภาษามือ) ในการพูดคุยกัน ล่ะ

 

ถ้าทำได้แบบนี้ ก็พูดคุยกันรู้เรื่องหมดทั้งโลก ในทุกชาติทุกภาษา โดยไม่ต้องเรียนภาษาที่สามสี่ห้าหกให้ยุ่งยากเสียเวลา อีกทั้งยังเป็นการเท่าเทียมกัน ไม่ต้องยกภาษาใดว่าเป็นภาษาสากลให้เสียความรู้สึก

 

นั่นว่าถึงการสื่อสารด้วยการพูดการฟัง

 

ส่วนการเขียนการอ่านก็สื่อสารกันด้วยภาษาเบรลของคนตาบอด  ก็จะสื่อสารกันได้หมดทั้งโลกด้วยภาษาเพียงภาษาเดียว

 

ถ้าทำแบบนี้พวกอังกฤษ เมกัน จีน ญี่ปุ่น ก็เท่าเทียมกับเรา กล่าวคือ ต้องเสียเวลามาเรียนภาษาบอดใบ้เท่ากับเรา แต่ในขณะนี้เราเสียเปรียบมากที่ต้องเสียเวลาไปเรียนภาษาต่างด้าว  ส่วนพวกเขาไม่เสียเวลามากเท่าเรา เพราะเป็นต้นข่ายด้านภาษา   ดังนั้นเขาจึงได้เปรียบในการใช้เวลา โดยเอาเวลาที่จะต้องเสียไปกับการเรียนภาษาต่างด้าว เอาไปเรียนศาสตร์ต่างๆที่เป็นประโยชน์เพื่อทำให้ประเทศก้าวหน้า ก็๋นำหน้าเราอยู่ร่ำไป 

 

ถ้าทำแบบนี้ภาษาถิ่นจะไม่สูญหาย จะเป็นการอนุรักษ์ภาษาถิ่นอีกด้วย เพราะไม่ต้องไปเรียนอังกฤษ หรั่งเศษ  ..แต่พูดภาษาถิ่น ปะปากะยอ ลีซอ ซาไก ขมุ ข่า โซ่ง เดิมๆ ก็คุยกับนักท่องเที่ยวรู้เรื่อง ไม่ต้องดจร. ไปเรียนภาษาต่างด้าวให้ง่าว (รวมทั้งภาษาไทยด้วย) ...แล้วแบบนี้องค์กรยูเนสโกด้านวัฒนธรรมจะเห็นด้วยไหมเนี่ย (รับรองว่าไม่..เพราะพวกนี้มันต้องการให้เราเป็นทาสวัฒนธรรมฝรั่งทั้งนั้นแหละ อังกฤษภาษาสากลก็มาจากไอ้พวกเอี้ยนี้แหละ ยุทธศาสตร์การครองโลกของพวกมัน) 

 

...คนถางทาง (๘ พค. ๒๕๕๕)