ผมรู้จัก   ดร. วัลลา  ตันตโยทัย   ครั้งแรก  เมื่อครั้งแรกในช่วงปี 47 ถ้าจำไม่ผิด     ผมทราบเพียงว่าอาจารย์วัลลาเคยเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลรามาธิบดี     เคยทำงานที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์    และปัจจุบันทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์    ตอนนั้นผมตาม ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช   ไปคุยเรื่อง KM เบาหวาน   กับ ศ.นพ.  เทพ หิมะทองคำ   ที่รพ. เทพธารินทร์
       หลังจากนั้นไม่นาน    อาจารย์วัลลา ก็ร่าง competence หลัก   ของการดูแลผู้ป่วยเบาหวานมาให้ สคส. ดู     และเริ่มคุยทาบทาม  โรงพยาบาลที่มีการดูแลผู้ป่วยเบาหวานดี      ได้ รายชื่อกลุ่มโรงพยาบาลที่ถือว่าเป็น best practice มา 13 โรงพยาบาล     และนัดหมายจัด "ตลาดนัดความรู้การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน"   เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ปฏิบัติระหว่าง 13 โรงพยาบาลขึ้นเป็นครั้งแรก           
      ต่อมา    อาจารย์วัลลายังได้ไปชักชวนโรงพยาบาลใหม่ๆมาอีกรอบ    แต่คราวนี้ดึงบริษัทมาร่วมเป็น sponsor  ในการจัดตลาดนัดครั้งที่  2             จากการจัดตลาดนัดทั้ง 2 ครั้ง   อาจารย์วัลลาและทีมงาน  ได้เดินสายไปเยี่ยมโรงพยาบาลสมาชิกที่เคยเข้ามาร่วมตลาดนัด  เป็นครั้งคราว      อีกทั้งพยายามทำจดหมายข่าว  ส่งให้แก่สมาชิกอีกด้วย        อาจารย์วัลลา  ยังเป็น Blogger ในยุคแรกๆ หลังจากที่เราเริ่มใช้ weblog แลกเปลี่ยนความรู้กัน         ต่อมาอาจารย์วัลลาก็ได้รับรางวัล "สุดคนึง"  จาก สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.)    ในฐานะเป็น ฺBest blog of the Month        
       อาจารย์วัลลาเริ่มไปชักชวนให้หลายๆโรงพยาบาลหันมาเขียน blog เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานดูแลผู้ป่วยเบาหวานกันในกลุ่มเครือข่าย       แต่อาจารย์วัลลาก็พบว่า  กลุ่มโรงพยาบาลยังมีการเขียน blog   น้อย   ด้วยเหตุผลและข้อจำกัดหลายประการ     แต่อาจารย์วัลลาก็ยังรุกและพยายามหาวิธีการสื่อสารถึงกันในกลุ่มเครือข่ายด้วยวิธีการอื่นๆอีกอย่างไม่ย่อท้อ       ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ    เกิดกิจกรรมใหม่ที่เรียกว่า  "peer assist"   หรือ "เพื่อนช่วยเพื่อน    ถูกนำเข้ามาใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากกันและกัน         ที่ผ่านมา โรงพยาบาลเทพธารินทร์ได้จับคู่กับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม  คุยเจาะลึกกันในเรื่องการดูแลเท้าผู้ป่วยเบาหวาน,   โรงพยาบาลพุทธชิราช พิษณุโลก   เรื่องคลีนิกสุขภาพเท้า,   โรงพยาบาลหัวเฉียว  ในเรื่อง  การกำหนดอาหาร    นอกนั้ยังมีการต่อยอดปรับกิจกรรมใหม่เป็น  Modified Peer Assist     แลกเปลี่ยนร่วมกับ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท,  โรงพยาบาลกรุงเทพ หาดใหญ่, โรงพยาบาลบ้านใหม่ชัยพจน์ บุรีรัมย์, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์, โรงพยาบาลครบุรี และสถานีอนามัยนาราก        การทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างโรงพยาบาลในชื่อ peer assist เริ่มเป็นที่กล่าวขานกันมากขึ้น     จากนั้นอาจารย์วัลลาก็ได้รับเชิญให้ไปออกรายการวิทยุ "บ้านสุขภาพ"  สถานีวิทยุรัฐสภา  และร่วมกับเพื่อนภาคีโรงพยาบาลอื่น   ขึ้นเวทีเล่าเรื่องการทำ peer assist ในงาน HA Forum  เมื่อเดือนมีนาคม 2549  
        ชื่อของอาจารย์วัลลา จึงได้ถูกบรรจุอยู่ใน "รายชื่อวิทยากร KM"  ที่  สคส. แนะนำ  ในฐานะผู้ที่นำกระบวนการและเครื่องมือบางตัวของ KM   ไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่มโรงพยาบาล
        ในปี 49   อาจารย์วัลลายังได้จัดตลาดนัดเบาหวาน  อีก 3  ครั้ง     แต่ 3 ครั้งหลังนี้   ต่างจาก 2 ครั้งแรกตรงที่ว่า    2 ครั้งแรกนั้น   อาจารย์วัลลาไปชวนเขามาทำ    แต่ไอ้ 3 ครั้งหลังนี่   เขามาขอให้อาจารย์วัลลาไปช่วย   เพราะว่าเขาคงจะเชื่อมือ    3 ครั้งหลังที่ว่านั้น  ทำในรูปแบบเครือข่ายระดับจังหวัด  ซึ่งมี  จังหวัดพนครพนม,  จังหวัดฉะเชิงเทรา,  และ จังหวัดปัตตานี         
        ผ่านมาเมื่อเร็วนี้ๆ  อาจารย์วัลลาได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรให้แก่สถาบันการศึกษาที่ผลิตพยาบาล  หลายแห่ง      อาจารย์จึงมีแนวคิดเชิญชวนสถาบันเหล่านั้น   มาร่วมกันเป็นเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามแนวคิดการจัดการความรู้      ซึ่งยังอยู่ในระยะการชักชวน
       อาจารย์วัลลา  ตันตโยทัย  จึงเป็นคนหนึ่ง   ที่ สคส. เข้าไปช่วยทำกระบวนการ KM ให้เพียงครั้งเดียว  และไม่ได้สนับสนุนในเชิงการเงินใดๆเลย      แต่จะเห็นว่าการเคลื่อนงานของอาจารย์วัลลานั้น    ตีกระทบคลื่นกลุ่มสถาบันที่เกี่ยวข้องด้านสุขภาพเป็นวงกว้าง      โดยประยุกต์เครื่องมือต่างๆเองนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วงโรงพยาบาลเชื่อว่า    การจัดการความรู้น่าจะมีการแพร่พันธุ์  และไปเกิดเป็นพันธุ์ใหม่ในหลายๆโรงพยาบาล    โดยมีอาจารย์วัลลาไเป็นผู้ที่ไปหว่านทิ้งเมล็ดพันธุ์  KM เอาไว้   นั่นเอง  


อ่านรายละเอียดเรื่องราวของอาจารย์วัลลา ตันตโยทัย ได้ที่    http://dmcop.gotoknow.org