วันศุกร์ ที่ ๑ เดือน มิถุนายน ๒๕๕๕

กราบสวัสดีค่ะครู 

 เช้านี้เตรียมของชุดทดสอบไปแสดงที่ งานประชุมที่โฆษะรู้สึกว่านิสัยไม่เตรียมการอะไรยังไม่ถูกแก้ รับรู้ได้ว่าหลายคนต้องเหนื่อยมากขึ้น

จากนิสัยไม่ชอบวางแผนของหนู แต่ก็อดทนทำค่ะทั้งที่ข้างในแน่นๆ ยอมรับกับตนเองว่านี่แหละ 

"วิบากของการไม่วางแผน"

จัดของทุกคนช่วยกันอย่างน่ารักมาก ๆ ผู้ร่วมประชุมให้ความสนใจเป็นอย่างดีค่ะครู แล้วพี่อ้อก็มาช่วยดูมาเก็บเคสคุยกับเครือข่าย และเมตตาช่วยดูแลงานต่อตอนบ่ายแทนหนู ที่เตรียมการออกเดินทาง พอบ่ายโมงหนูก็มุ่งหน้าไปวัด ตั้งใจกับตนเองให้ถึงวัดก่อนห้าโมงเย็นเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขในนิสัยชอบเดินทางไปวัดยามมืดๆ

ตลอดการเดินทางก็เหมือนมีครูร่วมเดินทาง ส่ง SMS แจ้งครูแล้วนัดหมาย โทรคุยกับน้องภัส รับรู้ถึงสภาวะที่น้องเผชิญ การที่จะก้าวออกมาได้น้องต้องสู้ด้วยตัวของน้องเอง หนูทำได้เพียงแค่จับมือน้องไว้ เหมือนที่ครูย้ำกับหนูเสมอๆว่า

"คุยกับน้องบ่อยๆ"

และหลังๆมานี้จึงตั้งใจปฏิสัมพันธ์กับน้องให้ดีที่สุด แล้วก็สังเกตใจตนเองไปด้วย การกระทำโดยธรรมชาติของน้อง สะกิดใจหนูให้ได้คิดหลายอย่างกับนิสัยดื้อดึง ไม่เชื่อฟัง ต่อต้าน สังสัยและแถ ทำให้ขาดโอกาสในการทำความเข้าใจสิ่งที่ครูสอน

ยกตัวอย่างง่ายๆครูสอนว่่า

1 + 1= 2

หนูสงสัยว่า "ใช่เหรอค่ะ"

แล้วทำไมมันไม่เท่ากับ 11

นี่แบบนี้เลยค่ะ สงสัยแบบเรื่องที่ไม่เห็นต้องสงสัย นอกจากไม่เป็นปัญญาก็ยังทำให้รู้สึก

"น่ารำคาญ"

ยิ่งเห็นตนเอง ยิ่งรักและเข้าใจครูมากขึ้นๆ

ว่าต้องมีความอดทนเพียงใดในการสอนสั่งให้ศิษย์ได้เจริญขึ้น

พอขับรถถึงวัด เห็นรถครูจอดอยู่เข้าไปกราบพระอาจารย์ แต่ใจหนูเป็นแน่นๆอายๆ ไม่กล้ากราบครู เพียงยกมือไหว้เฉยๆ รับรู้กับตนเองว่่า ไม่พอ ถ้ารักเคารพ เชื่อฟัง บูชา อย่างที่บอกต้องกราบครูได้ไม่ว่าสภาวะไหนๆ กราบอยู่ข้างในจนล้นออกมากราบข้างนอกได้ ถ้ายังกราบแนบใจข้างในไม่ได้ก็ฝึกก็หัดกราบจากข้างนอกเข้าไปข้างใน

สิ่งที่พิจารณาหลังจากเข้าไปหาครู เข้าไปกราบหลวงปู่พร้อมน้องภัส หลวงปู่เมตตาเทศน์ สอนหลายเรื่อง ให้เร่งความเพียร ให้รักษาสัจจะ ท่านเอ่ยถึงครูด้วยน้ำเสียงที่เบิกบานว่า

"เป็นอาจารย์คน ไปสอนคน เขาเชิญไปนั่นไปนี่ เหมือนดาราแทบไม่ว่างเลย"

แล้วท่านก็เมตตาหันมาหาหนูแล้วเอ่ยว่า

"เฮาบ่ซำเขา แต่กะให้เพียรเอา เฮ็ดเอากะได้อยู่"

แล้วท่านก็เล่าเรื่องผี หันมาถามว่า

"อยู่ข้างในเคยเห็นผีไหม อยู่ข้างในพระอาจารย์เคยเห็นนะ นอนๆอยู่เขามาดึงขา น้องตอบหลวงปู่ว่า

"ไม่เคยเจ้าค่ะ"

"อยากเห็นบ่"

ครานี้ยิ้มทั้งคู่เลยค่ะครู

"ถ้าอยากเห็นก็อธิษฐานเอา ถ้าผีมีจริงขอให้มาปรากฏให้เห็น......"

ระหว่างนั้นพี่ทวีทรัพย์เข้ามา หลวงปู่เมตตาแนะนำให้รู้จัก สุดท้ายก็เลยขอโอกาสเข้าไปจัดเตรียมที่พัก พาน้องมากราบพระอาจารย์และครู พอมาถึงครูใจหนูก็ยังไม่น้อมรับรู้กับตนเองว่าเป็นแน่นๆค่ะ ใคร่ครวญกับตนเองว่า

"ไม่ผ่านมันยังติด ถ้าข้างในไม่น้อมข้างนอกก็ต้องพาทำให้ได้"

เข้ามาข้างในคุยกับน้องว่า

"ทำไม่ถึงก้มลงกราบครูไม่ได้ ทั้งๆที่ครูเป็นยิ่งกว่าพระ ยิ่งกว่าแม่ผู้ให้ขีวิตใหม่ เหตุผลมาทีหลังเสมอ การกระทำ ณ ขณะนั้นแสดงถึงใจที่หยาบกร้านดื้อดึงไม่ลงกับครูบาอาจารย์  ผู้อื่นจะปฏิบัติต่อท่านเช่นใดไม่สำคัญ สำคัญที่เราปฏิบัติเช่นไรจิตใจเป็นเช่นไร"

แล้วหนูก็ระลึกถึงคำครูว่า

"ใจยังหยาบอยู่"

สะท้อนภาพตนเอง ให้เข้าใจสารที่ครูเมตตาสะท้อน แล้วก็บอกตนเองว่า

"เอาใหม่ มีโอกาสก็รีบแก้ไข ครูท่านไม่มีอะไรอยู่แล้วสำคัญที่ใจเรานี่แหละฝึกให้ได้ขัดเกลาให้เป็น"

จัดแจงทำความสะอาดเตรียมทางจงกลมแล้วก็ลงทำวัตร แยกออกมาภาวนา นั่งลงนึกถึงที่หลวงปู่เทศน์เรื่องที่นี่มีผี เผลอหลุดจากคำภาวนาก็จะมีมโนภาพเละๆหรือผีในรูปแบบต่างๆโผล่ขึ้นมาในใจแว๊บกับตนเองว่า

"เผลอไป"

ภาวนาไปเรื่อยๆเผลอก็จะปรากฏภาพผีขึ้นมาค่ะไม่เผลอก็จะรู้สึกพุทโธกับลมหายใจ นิ่งเงียบไปประมาณชั่วโมงกว่า ประมาณตีหนึ่งจึงเข้ากุฏินอน