วันนี้ชลัญธร นั่งซักประวัติที่ แผนกผู้ป่วยนอก พบว่ามีผู้ป่วยมาตรวจ ด้วยเรื่องกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่ชลัญซักประวัติ ถึง 5 คน และ 3 คน เป็นคุณครู
เอ๊ะ เกิดอะไรขึ้นทำไมคุณครูถึงเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบกันบ่อยจัง ดูประวัติ 2 ใน 3 คน มีประวัติกระเพาะปัสสาวะอักเสบมาแล้ว หลายครั้ง
ก็เลยเป็นประเด็น ให้ ชลัญธร มาเขียนเรื่องนี้ มาลดกระแสบุหรี่ รู้สึกว่าตอนนี้ นิโคตินลอยฟ่องเต็ม GTK เลย เดี๋ยวติดบุหรี่กันหมด 5555
มาเริ่มรู้จักโรคกระเพาะปัสสาวะอักสบกันก่อนดีกว่า
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือ ในศัพท์แพทย์ เรียก Cystitis นั้น พบบ่อยในสตรี โดยเฉพาะในช่วงอายุ 20-50 ปี ทั้งนี้เพราะท่อปัสสาวะของผู้หญิงสั้นกว่าผู้ชายและอยู่ใกล้กับทวารหนัก เชื้อแบคทีเรียบริเวณทวารหนัก (ซึ่งปกติมีอยู่จำนวนมาก)
จึงมีโอกาสสูงที่เคลื่อนเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการฟักตัวและอักเสบได้ในสตรีเจริญพันธุ์ การมีเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะในระยะแต่งงานกันใหม่ๆ ทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียหลุดเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะได้ง่าย ทำให้เกิดอาการอักเสบที่เรียกว่า Honey Moon Cystitis
การทำงานเพลิน ติดประชุมต่อเนื่อง ต้องเดินทางตลอดทั้งวันเจอสภาพรถติดอยู่ในรถ ไม่สามารถที่จะปัสสาวะได้ ก็เลยต้องกลั้นปัสสาวะด้วยความจำเป็น แถมบางคนไม่ค่อยชอบดื่มน้ำระหว่างทำงาน เพราะขี้เกียจที่จะลุกไปเข้าห้องน้ำ ไม่เห็นต้องเป็นห่วงเลย ไม่น่าเกิดปัญหาอะไร แค่กลั้นปัสสาวะเฉย ๆ คงไม่เป็นไร
สำหรับคุณครูนั้นตามที่ ชลัญ คิดคร่าวๆ น่าจะเกิดจากการที่สอนต่อเนื่องหลายชั่วโมง ห้องน้ำหรือก็ไม่ได้อยู่ใกล้ห้องสอน มีแต่ นศ.ขออนุญาต ไปดื่มน้ำปัสสาวะ ไอ้ครั้นอาจารย์จะขออนุญาตนักศึกษาไปดื่มน้ำปัสสาวะ หรือก็กระไร ก็เลยต้องทนอั้นๆๆๆไปก่อน หรืออาจารย์บางท่านไม่อายแต่ห้องน้ำก็อยู่ไกลๆขี้เกียจเดินนั่นเอง
แล้ววันร้ายคืนร้ายก็เกิดขึ้น หลังจากกลั้นปัสสาวะ แล้วเกิดอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่ค่อยออก เจ็บแสบท่อปัสสาวะ บางคนมีอาการปัสสาวะเป็นเลือดด้วย ตกใจบวกกับ ความทรมานที่นึกไม่ถึง ก็เรียกว่าเกิดเรื่องเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะขึ้นแล้วคนที่เคยมี ประสบการณ์ก็จะบอกได้ว่า เกิดภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบเฉียบพลัน
อีกอย่าง ใครที่ชอบนั่งติดเก้าอี้นานๆ เช่น เฝ้า GTK เป็นต้น ตัวอย่าง ท่านอาจารย์ wasawat
มองไปเมื่อไหร่ท่านไม่ลุกไปไหนเลย นั่งหันหลังให้เราตลอด นี่โอกาสเสี่ยงสูงถึงจะเป็นผู้ชายก็เถอะนะ อิ อิ อิ
ในกรณีที่กลั้นปัสสาวะไว้เป็นเวลานาน ๆ ก็เปรียบเหมือน การที่ปล่อยให้เกิดน้ำขังนิ่งไม่เกิดการไหลเวียนไว้ในบ่อเป็นเวลานาน ๆ เชื้อโรคต่าง ๆ ก็จะเจริญเติบโตมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนน้ำในบ่อเน่าเสีย ก็คือ เกิดการเพิ่มจำนวนเชื้อโรคในน้ำปัสสาวะจนก่อให้เกิดโรค คือเกิดการติดเชื้อได้นั่นเอง และเชื้อโรคก็จะวิ่งเข้าเล่นงานอวัยวะที่ใกล้ที่สุดคือ กระเพาะปัสสาวะ เกิดการอักเสบและทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมาการกลั้นปัสสาวะบ่อย ๆ จึงเป็นการกระทำที่ไปเปลี่ยนกลไกการทำความสะอาดกระเพาะปัสสาวะ และทำให้เกิดปัญหาการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะตามมาได้ พบได้บ่อยในคนที่นั่งทำงานเพลิน ไม่ค่อยปัสสาวะ บางครั้งไม่ปวดมากแต่ร่างกายได้เตือนแล้วว่า ถึงเวลาที่ควรปัสสาวะแล้ว บางรายหนักยิ่งขึ้นไปอีกคือคนที่ไม่ค่อยชอบดื่มน้ำ ทำให้การสร้างปัสสาวะลงลด ก็ไม่ต้องไปฉี่บ่อยและยังกลั้นอีกด้วย ก็เรียกว่า ทำร้ายร่างกายตนเองมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อก็ง่ายยิ่งขึ้น
ความจริงประการหนึ่งที่ร่างกายทำได้คือ เชื้อโรคในปริมาณน้อย ๆ ไม่สามารถทำให้เกิดโรคได้ แต่เชื้อโรคชนิดเดียวกันเมื่อเพิ่มจำนวนขึ้นมาก ๆ ก็ก่อให้เกิดโรคได้และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากมายนั่นเอง
อาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis)
การอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะทำให้เกิดอาการดังนี้
1.ปัสสาวะบ่อย แต่ละครั้งจำนวนน้อย และกลั้นไม่ได้ ต้องรีบเข้าห้องน้ำ
2.แสบในท่อปัสสาวะ ปวดเสียดตอนถ่ายปัสสาวะสุด
3.ตึง ปวดถ่วง บริเวณท้องน้อย
4.ปัสสาวะมีกลิ่นผิดปกติ
5.ปัสสาวะมีเลือดปน
แล้วเมื่อมีอาการ แบบนี้จะทำอย่างไรดี
ก็ต้องไปพบแพทย์ ล่ะค่ะ ควรรีบรักษาอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ลุกลามการอักเสบไปที่กรวยไตและเนื้อไต ซึ่งอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ป่วยเบาหวานอย่าวางใจเด็ดขาด เพราะการอักเสบที่รุนแรง อาจเกิดถุงหนองรอบไต และติดเชื้อเข้ากระแสเลือด อันตรายถึงชีวิตได้ พฤติกรรมของมนุษย์ มีผลต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้มากมาย เช่น การกิน การนอนหลับ การใช้คอในกรณีนอนอ่านหนังสือ หรือนอนดูทีวีหรือการเงยคอบ่อย ๆ เรียกว่าใช้คอในท่าที่ไม่ถูกต้องก็ทำให้กระดูกต้นคอเสื่อมได้ เช่นเดียวกันการกลั้นปัสสาวะบ่อยๆ ก็ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้
การป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis)
1.หมั่นรักษาความสะอาดบริเวณช่องคลอด ท่อปัสสาวะและทวารหนัก
2.บางครั้งแบคทีเรียเมื่อหลุดเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะแล้ว ต้องใช้เวลาในการฟักตัวของเชื้อ ซึ่งการดื่มน้ำมากขึ้นจะสามารถขับแบคทีเรียออกมาได้
3.ไม่ควรกลั้นปัสสาวะไว้เป็นระยะเวลานานๆ เพราะการกลั้นปัสสาวะนานเป็นปัจจัยในการส่งเสริมให้เชื้อแบคทีเรียมีระยะฟักตัวในกระเพาะปัสสาวะนานขึ้นยิ่งทำให้เกิดการอักเสบได้ง่าย
4.ผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบบ่อยๆ เรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุแอบแฝงอื่นๆ เช่น นิ่ว กระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติจากระบบประสาทควบคุม หรือมีอาการอุดตันในกระเพาะปัสสาวะ
วันนี้ก็นำโรคฮิตของสาวออฟฟิต และคุณครูทั้งหลายมาฝากเท่านี้ก่อน นะค่ะ ยังไงก็ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะค่ะ มีคุณครูหลานคนมาตรวจที่ โรงพยาบาล แบบ มีความลำบากในการ มาตรวจรักษามาก เนื่องจากชั่วโมงสอนที่แน่นเอี๊ยดนั่นเอง แต่ถ้าไม่อยากป่วยยาวเราก็พยายามดูแลสุขภาพของตัวเองก่อนนะ เป็นห่วงทุกคนค่ะ
ด้วยความห่วงใย
ชลัญธร
อ้างอิง http://health.kapook.com/view5476.html
http://women.sanook.com
ขอบคุณในความห่วงใยค่ะ คุณน้องพยาบาลที่ active "ชลัญธร"...อ่านแล้ว มีประโยชน์มาก..ทำให้ ต้องระวัง ดูแลตัวเองและต้องเน้นย้ำกับเพื่อนฝูงที่ไม่ค่อยชอบดื่มน้ำ ปัสสาวะซะแล้ว ก่อนที่จะสายเกินไป ..ค่ะ :-))
ขอบคุณค่ะ
ดูแลตัวเองด้วยค่ะ
น้อง ชลัญ ขออนุญาติไปดื่มน้ำปัสสาวะก่อนน่ะครับ เดี๋ยวกระเพาะปัสสาวะจะอักเสบเหมื่อท่าน อาจารย์เสือ ฮ่าๆ
555555555555555555ๆ
คริ คริ เข้าใจเล่นอีแล้ว
ท่านwasawat จะรู้ตัวมั้ยเนี่ย ว่าโดนแซว 555555+
สุขภาพดี อยู่ที่การดูแลตัวเองนะคะ..ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ..
มาลดกระแสบุหรี่ รู้สึกว่าตอนนี้ นิโคตินลอยฟ่องเต็ม GTK เลย :) ขอบคุณที่นำสาระเรื่องใกล้ตัวมาฝากค่ะ
โรคนี้เป็นแล้วไม่สบายตัวจริงๆค่ะ อาการปวดเสียดตอนถ่ายปัสสาวะสุดนี่ ไม่เคยเป็นไม่รู้จริงๆ