พบประเด็นที่น่าสนใจใน Webboard ของ www.otinthailand.org ผมอยากนำมาบันทึกในบล๊อกกิจกรรมบำบัดชีวิตอีกครั้งครับ

จากกระทู้ของนักกิจกรรมบำบัดท่านหนึ่ง "สวัสดีคับ นักกิจกรรมบำบัด ทุกท่าน ผมได้ดูข่าว ช่อง 3 รพ กาฬสินธ์ พยาบาล ใช้ เอสไอ บำบัด เด็ก ออทิสติค โด่งดัง จึงเกิดความสงสัย มึนงง คับ อีกหน่อย ใคร จะเอาเอสไอ ไปใช้ก็ได้ใช่ป่ะคับ นานไป โอที ของเรา ใน โรงพยาบาล ไม่ต้องมี ก็ได้ ให้พยาล หรือ ไม่ก็ นักจิตวิทยา ทำแทน ส่วนใน โรงเรียน ก็ให้ ครูการศึกษาพิเศษ ทำ เหรอ เราจะทำยังไงดีคับ อยากให้ โอที ทุกคนช่วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นหน่อยคับ"

ดร.ป๊อป จึงตอบกระทู้ไปว่า "ขอบคุณสำหรับกระทู้เรื่องอนาคตของกิจกรรมบำบัด ลองเข้าไปอ่าน หัวข้อ กิจกรรมบำบัด ศาสตร์ที่เลือนหายในประเทศไทย [ซึ่งเขียนเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่ดร.ป๊อป กลับมาจากออสเตรเลียและเข้าขอความช่วยเหลือกับทีมหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ]

ผมก็มีความรู้สึกท้อและน้อยใจทุกครั้ง ที่ไม่มีใครรู้จักงานกิจกรรมบำบัด และที่มีคนอื่นๆ นำงานกิจกรรมบำบัดไม่ใช่ ทั้งๆ ที่ไม่ได้จบกิจกรรมบำบัด

แต่เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง แสดงถึงความต้องการของสังคมที่อยากให้มีงานกิจกรรมบำบัด และทั้งมช.และม.มหิดล ก็ผลิตนักกิจกรรมบำบัดได้ไม่ทันต่อความต้องการของประชากรไทย ทำให้บุคคลอื่นๆ ที่มีหน้าที่ดูแลผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตสังคม การเรียนรู้ และการพัฒนาตลอดทุกช่วงวัย ได้เข้ามาอบรมและเรียนรู้งานกิจกรรมบำบัดแล้วนำไปใช้โดยไม่ทราบว่า "กิจกรรมบำบัดเป็นวิชาชีพตามกฎหมาย"

แม้ว่าผมหรือนักกิจกรรมบำบัดอีกหลายคนจะพยายามประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนถึงงานกิจกรรมบำบัดตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าประชากรไทยจะเข้าใจงานกิจกรรมบำบัดได้ทุกคนและทั้งหมดของบทบาทนักกิจกรรมบำบัด

ปัจจุบัน กิจกรรมบำบัดไทย ทั้งองค์ความรู้ กระบวนการให้บริการ และผลกระทบของงานกิจกรรมบำบัดต่อสังคมไทย ยังล้าหลังกว่า กิจกรรมบำบัดสากล อยู่ถึง 30-60 ปี เมื่อเปรียบเทียบระบบกิจกรรมบำบัดในด้านต่างๆ กับอเมริกา-ออสเตรเลีย

อนาคต กิจกรรมบำบัดไทย พัฒนาองค์ความรู้และกระบวนการให้บริการอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเพิ่มผลกระทบต่อสังคมได้มากขึ้น เพราะ ทุกช่วงวัยและทุกโรคเรื้อรังมีความต้องการเข้ารับบริการกิจกรรมบำบัดไทย และบุคคลที่นำกิจกรรมบำบัดไปใช้โดยไม่รู้แจ้งก็ช่วยผู้ป่วยไม่ได้เนื่องจากความพิการซับซ้อน ซึ่งคาดว่ายังล้าหลังกว่า กิจกรรมบำบัดสากล อยู่ถึง 20-40 ปี

เหตุผลที่ยังล้าหลัง ลองอ่านที่บันทึกที่เกี่ยวข้อง แล้วลองทบทวนว่า เรามี กิจกรรมบำบัดเฉพาะทางในผู้ป่วยมะเร็ง ในผู้ป่วย COPD ในผู้ป่วย Palliative Care ในส่วนงาน Cognitive Rehabilitation ในส่วนงาน Psychosocial & Community Rehabilitation และในส่วนงาน Vocational Rehabilitation ดีแค่ไหนอย่างไร ตอนนี้เราทำกิจกรรมบำบัดทุกบริบทของชีวิตคนไข้หรือไม่ มัวใช้ SI (Sensory Integration - การบูรณาการระบบประสาท] แต่ไม่ได้อบรมเฉพาะทาง SI หรือมัวใช้กิจกรรมง่ายๆ แต่ไม่เชื่อมโยงกับการประกอบอาชีพจริงของคนไข้ นักกิจกรรมบำบัดสร้างโปรแกรมทักษะชีวิตร่วมกับสหวิชาชีพได้ดีแค่ไหนอย่างไร

ยิ่งเขียนก็ยิ่งรู้สึกเหนื่อยล้ากับการพัฒนางานกิจกรรมบำบัดอย่างแท้จริง แต่คิดอย่างหนึ่งว่า "เรามีความรู้ทางกิจกรรมบำบัดแล้ว ควรพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพของมนุษย์และด้วยความอดทนยอมรับความจริงถึงเส้นทางที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนางานกิจกรรมบำบัดไทยที่ต้องใช้เวลาและความตั้งใจของทุกคน"