
...
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันของความสุข…
ค่ำที่ผ่านมาเรามีนัดทานข้าวกับเพื่อนๆ กลุ่มเล็กๆ ที่ร้านอาหารในศูนย์การค้าใจกลางเมือง วันนี้ที่จอดรถที่ห้างนั้นก็เต็มอีกตามเคย ที่จอดรถไม่พอคือปัญหาสำคัญของที่นี่โดยเฉพาะในยามเย็นและวันหยุด
เราขับวนกันอยู่นานจนมาถึงชั้นบนสุดของอาคารที่จอดรถ พอดีมีรถคันหนึ่งกำลังเตรียมตัวออก เราก็ชะลอความเร็วลงให้รถคันนั้นขับออกไปจากช่องจอดรถ ถัดจากช่องจอดรถข้างหน้าสองช่อง มีรถคันหนึ่งจอดรออยู่แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะถอยมาจอด เรารออยู่หนึ่งอึดใจ “เขาคงมารอเฉยๆ ไม่ต้องการที่จอดหรอกมั้ง” คนขับรถข้างกายกล่าวแล้วก็ทำการถอยรถเข้าจอดช่องที่ว่างนั้น รถคันนั้นก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะเคลื่อนที่ พอจอดรถเสร็จเราก็เดินผ่านรถคันนั้นเพื่อไปประตูทางเข้าห้าง
ฉันแวะเข้าไปถามหญิงคนที่ขับรถว่ารอที่จอดรถหรือเปล่า เธอเลื่อนกระจกรถลงด้วยสีหน้าปกติและตอบว่า “รออยู่ แต่ไม่เป็นไร” พร้อมยิ้มให้ เท่านั้นคนขับรถข้างกายก็รีบเดินแจ้นไปขับรถออกจากช่อง ฉันกล่าวขอโทษเธอคนนั้นและบอกว่าเราคิดผิด เธอยิ้มและยืนยันว่าเธอไม่เป็นไร และเพราะเธอเองก็ไม่ได้สังเกตว่ามีรถขับออกไปเพราะกำลังอ่านอะไรสักอย่างจาก ipad ขณะที่รอ เพิ่งจะมาเห็นก็ตอนที่รถเราเข้าจอดไปแล้ว
ฉันเดินกลับไปนั่งในรถรอช่องที่จอดใหม่ เธอถอยรถเข้าจอดแล้วเดินเข้าห้างไป ก่อนนั้นเธอยังหันมายิ้มให้เราอีก หลังจากนั้นอีกไม่นาน เราก็ได้ที่จอดรถโดยไม่ไปตัดหน้าใคร
ในระหว่างที่เดินเข้าห้าง ฉันแซวคนใกล้ตัวว่าวันนี้เขามาแปลกที่ยอมให้ผู้หญิงคนนั้น เพราะปกติเขาเป็นคนไม่ยอมใครง่ายๆ เขายิ้มอย่างอายๆ และบอกว่า “คุณก็รู้…ถ้าเป็นคนอื่นเราคงโดนด่าไปแล้ว แต่นี่เธอไม่โกรธ ผมยิ่งรู้สึกผิด”

...
ฉันคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้แล้วพลันนึกถึงเรื่องราวของเด็กชายชาวปาเลสไตน์คนหนึ่ง เด็กชายอายุประมาณ ๑๓ ปี ร้องไห้ฟูมฟายไปหา มูบารัค อาวัด นักกิจกรรมผู้ไม่ใช้ความรุนแรงชาวปาเลสไตน์ ขณะที่มูบารัค กำลังทำงานอยู่ในกาซ่า ที่ที่มีการต่อสู้กันระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์
เด็กคนนนั้นเล่าให้มูบารัคฟังว่าเขามาจากค่ายผู้ลี้ภัยแห่งหนึ่ง วันนั้นเขาขว้างก้อนหินใส่ทหารชาวอิสราเอลคนหนึ่ง เขาขว้างก้อนหินใส่ทหารคนนั้นสามครั้ง และทหารคนนั้นก็ตีเขาสามครั้ง ครั้งที่สามเขาถูกตีหนักมากกว่าครั้งอื่น ครั้งที่สี่เด็กชายก็ปาก้อนหินใส่ทหารคนนั้นอีก ทหารคนนั้นจึงวิ่งไล่จนเขาถูกจับได้ เมื่อถูกจับได้เด็กคนนั้นก็คิดว่าคราวนี้เขาคงจะถูกตีหนักกว่าเดิม
แต่ทหารคนนั้นกลับกอดเด็กชายไว้แน่น!
เด็กคนนั้นร้องไห้ไปหามูบารัคเพราะเขาสับสน ไม่เข้าใจที่ “ทำไมเขากอดผม?”
มูบารัคบอกเด็กชายคนนั้นว่า “เพราะทหารอิสราเอลคนนั้นเป็นมนุษย์ไงล่ะ!”
เกราะในใจที่สร้างไว้อย่างแน่นหนาด้วยความโกรธ ความเกลียด ความระแวง กลับพังลงอย่างง่ายดายและไม่เป็นท่าเพียงเพราะ ความเมตตา ความรัก และความเชื่อใจที่สัมผัสได้…เท่านั้นเอง

...
วันนี้ ณ ที่ชั้นบนสุดของที่จอดรถของห้างสรรพสินค้าหนึ่ง ใครคนหนึ่งรู้สึกผิดและรีบแก้ไขความผิดด้วยเต็มใจให้เพราะความนิ่ง ความไม่โกรธ และรอยยิ้มของอีกฝ่าย
วันนั้น ณ พื้นที่ที่เปราะบางแถบกาซ่า เด็กชายคนหนึ่งร้องไห้ สับสน ไม่เข้าใจ เมื่อมนุษย์ที่เขาคิดว่าเป็นศัตรู “กอด”
วันพรุ่งนี้หากใครบางคนบังเอิญเจอก้อนหินที่ปาลงมาในที่ทำงาน เราคงสามารถ “กอด” คนที่ขว้างก้อนหินได้โดยใช้ “หัวใจโอบกอด” นะคะ
ดังที่นิ้วกลมกล่าวไว้ว่า ความสุขเกิดขึ้นเมื่อ…สัมผัสได้ถึงความรัก…
เรื่องราวของเด็กชายชาวปาเลสไตน์ยกมาจาก “สันติวิถี คือสันติวิธี” จากหนังสือ “ความสุข โดยสังเกต” ของ นิ้วกลม
.....
Love rain Piano version...
http://www.youtube.com/watch?v=csOW5_CEKHE&feature=relmfu
เมตตา รัก และอภัย ละลายตะกอนความโกรธ และเกลียดชัง ได้ค่ะ แม้บางคนยังมีท่าทีแข็งกระด้าง แต่ตะกอนในใจก็เริ่มละลายได้ค่ะ ดนตรีสบายอารมณ์ค่ะ
ขอบคุณค่ะสำหรับบันทึกดีๆที่ให้ข้อคิดนี้ ......ยิ่งนิ่ง.....ยิ่งรู้สึกผิด
เพลงประกอบละครเกาหลีเรื่อง Love Rain ค่ะ เพราะๆ สบายๆ ยามดึกเช่นนี้ค่ะ
ชอบจังค่ะกับคำว่า "ตะกอนในใจ"
ขอบคุณค่ะคุณ Bright Lily,
ฝันดีนะคะ :)
สวัสดีค่ะคุณชลัญธร
เป็น Self Reflection ที่ทำให้ใจเป็นสุขก่อนนอนคืนนี้ค่ะ
ขอบคุณและฝันดีค่ะคุณชลัญ
จิตสำนึกดีๆเช่นนี้ โอบอุ้มความสุขที่ตัวเราและผู้คนรอบข้างนะคะ
ชอบจังค่ะ.. ความรู้สึกเป็นสิ่งมี่มองไม่เห็น- แต่ถ้าเราใช้ใจสัมผัสเราจะรับรู้ได้ทุกอย่าง - ว่าควรเป็นและทำเช่นไร ใจเราตอบได้เองค่ะ.. ขอบคุณนะคะ บันทึกที่ส่งเสริมสำนึกของจิตใจความเป็นมนุษย์ที่นับวันจะหาได้ยากในเมืองใหญ่ๆ คนใกล้ตัวคุณน่ารักมากๆ
ขอบคุณนะคะ คุณปริม ขอบคุณเรื่องราวที่เล่าให้อ่าน :)
และชื่นชมรอยยิ้มของผู้ที่วางใจอีกฝ่ายด้วยค่ะ เธอผู้นั้นงดงามน้ำใจจริง ๆ
(@^______^@)
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ธนิตย์
หลายๆ คนกำลังไม่แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้ "ความเมตตา ความรัก และความเชื่อใจ"ยังมีอยู่ในสังคมเราหรือเปล่า
มีค่ะหากเราร่วมกันสร้างมันค่ะ
ขอบคุณค่ะอาจารย์
คิดถึงค่ะคุณปริม
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์กาญจนา
ขอบคุณมากๆ ค่ะ
ความรัก ความเมตตา เข้าใจ ใส่ใจ จะเกิดได้เมื่อหัวใจเป็นอิสระจากความโกรธ ความเกลียด ความระแวงค่ะ
ฝันดีค่ะ :)
สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่นงนาท
ขอบคุณสำหรับบทสรุปที่กินใจค่ะ
ความสุขเกิดขึ้นได้เมื่อหัวใจได้สัมผัสความรู้สึกดีดี ความรัก ความเมตาที่มีรอบตัวนัคั
สุขสันต์วันหยุดค่ะ
สวัสดีค่ะคุณรัชนี
ชีวิตในเมืองใหญ่ก็อย่างที่เล่าค่ะ สิ่งที่มีน้อย หายาก แห้งแล้งคือน้ำใจค่ะ ทุกคนมีความเป็นอัตตาสูงประเภทของของข้าใครอย่าแตะ เมื่อคิดเช่นนี้การแสดงออกก็เลยเป็นไปดั่งที่เราคาดไว้คือต้องโดนด่าแน่เพราะเราไปละเมิดสิทธิ์เขา เราชินกับสภาพแบบนี้ พอมาเจอรอยยิ้มใจละลายเลยค่ะ
คนใกล้ตัวเป็นคนในพื้นที่ ถูกหล่อหลอมมาแบบว่าไม่ค่อยจะยอมใคร ร้ายมาแรงไปน่ะค่ะ แต่พอมาเจอความอ่อนละมุน เขาลนลานรับแทบไม่ทันค่ะ เลยรู้เคล็ดไม่รับในการรับมือเขาเพิ่มขึ้น นิ่งแล้วจะดีเอง....
ขอบคุณค่ะ
สวัสดียามเช้านะคะคุณหนูรี
มีความสุขมากๆค่ะวันนี้ ;)
สวัสดีค่ะคุณ Wahoo Bluesky,
เราอยู่ในโลกคอนกรีตค่ะ ใจก็เลยดูจะแข็งๆ ตามไม่ค่อยยืดหยุ่นเท่าไหร่ หากไม่พิจารณาให้ดีปล่อยไปวันหนึ่งเราก็คงเป็นเหมือนหุ่นยนต์ที่ไม่มีความรู้สึก ทุกอย่างว่ากันไปตามเนื้อผ้า
แต่ธรรมชาติของใจนั้นไม่กระด้างหรอกค่ะ พอเจอของอ่อนเข้าก็เลยต้องรีบให้ค่ะ
ขอบคุณคุณ Bluesky, ที่มาเติมความอ่อนหวานให้หัวใจในวันนี้ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณยาย
ระลึกถึงคุณยายเช่นกันค่ะ
มีความสุขในวันหยุดนะคะ
ขอบคุณหัวใจอันอ่อนโยนทุกดวงที่แวะเวียนมาให้กำลังใจในบันทึกนี้นะคะ
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันดีดี วันที่มีความรัก ความเมตตา อยู่รอบตัวค่ะ
ผมชอบเรื่องราวเด็กน้อยนี้จัง...ชอบพลังความรักและการโอบกอด....ชอบรูปถ่ายของเด็กที่ถ่ายรูป...ชอบเพลงของบันทึกนี้อยู่แล้วครับ...และยิ่งชอบลีลาการเขียนของคุณปริมที่อ่านแล้ว...ราวกับผมอยู่ในสวนสนุก...ขอบคุณครับ