จาก
http://www.moe.go.th/main2/article/article1.htm#r.1
ให้คำนิยามการประกันคุณภาพการศึกษาไว้ว่า
“ประกันคุณภาพ คือ การวางแผนและการปฏิบัติของหน่วยผลิตที่มุ่งจะผลิตสิ่งที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของผู้ใช้ผลผลิต ดังนั้น การประกันคุณภาพทางการศึกษาจึงเป็นกระบวนการวางแผน และ กระบวนการจัดการของผู้ที่รับผิดชอบจัดการศึกษาที่จะรับประกันให้สังคมเชื่อมั่นว่าจะพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ให้ครบถ้วนตามมาตรฐานคุณภาพที่ระบุไว้ในหลักสูตร และตรงกับความมุ่งหวังของสังคม”
จากมาตรา ๒๒ ของพระราชบัญญัติการศึกษา http://www.seal2thai.org/kru/kru012e.htm กำหนดไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถ เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
จากกฎหมายว่าด้วยสิทธิเด็ก http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/special_report/18151 กำหนดไว้ว่า 2.การปกป้องคุ้มครองเด็ก กฎหมายได้กำหนดหน้าที่ของผู้ปกครองและบุคคลผู้เกี่ยวข้องให้ต้องปฏิบัติต่อเด็กที่เหมาะสมไว้อย่างชัดเจน และผู้ฝ่าฝืนย่อมมีโทษทั้งทางปกครองและทางอาญา เช่น ผู้ปกครอง กฎหมายกำหนดหน้าที่ต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตน ตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น และต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ
ตามข่าวบอกว่า เด็ก ๆ ถูกให้ออกเพราะคะแนนไม่ถึง จึงถูกให้ออก
จึงมีประเด็นที่ให้ชวนคิดว่า การกำหนดกฎเกณฑ์ให้เด็กต้องออกจากโรงเรียนสอดคล้องกับ ความหมายของการประกันคุณภาพการศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษา และ กฎหมายว่าด้วยสิทธิเด็ก หรือไม่ อย่างไร
ถ้ามีการฟ้องร้องกันจนถึงที่สุด ระหว่างเด็ก พ่อ แม่ กับ กระทรวงศึกษา ใครจะชนะ
จึงเสนอมาเพื่อเอาไว้พิจารณา และติดตามข่าวเด่นประเด็นร้อนที่กำลังเกิดขึ้นครับ
ขอคิดด้วยคนนะอาจารย์
คิดแบบคนบ้านนนอกคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสาร
ถ้าเหตุผลให้เด็กออกเพราะคะแนนไม่ถึงเกณฑ์
คิดกลับด้านกันบ้างว่า แล้วครูละควรออกบ้างไหม
เอ คิดแทนเด็กหรือเปล่าเนี่ย
(เพราะผู้ใหญ่มีวิธีคิดแบบนี้ แล้วผู้ใหญ่ต้องรับผิดชอบอะไรบ้างในกรณีนี้)
กราบนมัสการพระมหาแล
ก็เป็นมุมมองที่ต้องช่วยกันมอง กราบขอบพระคุณที่เข้ามาแจม โดยทั่วไป ครูจะทำงานหนัก แต่ที่ยุ่ง ๆ รวมไปถึงความตกต่ำ ในเรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนั้นมาจากระบบการบริหารการศึกษา ของประเทศ ซึ่งมาจากวิธีคิดทั้งระบบ
การแถลงข่าวของ รัฐมนตรี และ สพฐ. เมื่อวานดูแล้วก็ถือว่าชนะกันทั้งสองฝ่าย เด็กได้ที่เรียน สพฐ. ทำงานต่อไปได้ พ่อแม่ไม่ถึงกับต้องไปพึ่งศาล รบกวนให้ท่านกลับไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
แต่งานนี้ก็ยังไม่จบ เพราะรัฐมนตรีสั่งให้สอบสวน ผอ.โรงเรียน กรณีถูกกล่าวหาว่ารับแป๊ะเจ๊ยะ http://news.voicetv.co.th/thailand/39517.html ก็ดีที่ทำให้สังคมได้เรียนรู้ความจริงว่าเป็นอย่างไร กระเทือนอีก เมื่อระเบียบกระทรวงที่กำหนดให้นักเรียนที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ออก และนำนักเรียนใหม่จากโรงเรียนอื่นๆ เข้าเรียนในชั้น ม.4 จะยุติ ปีต่อไปจะมีวิธีคิดใหม่ ตามที่เลขา สพฐ. พูดในการแถลงข่าวเมื่อวาน
และกระเทือนต่ออีก เมื่อมีข่าวว่า เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รับข้อมูลจากเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้อำนวยการโรงเรียนดัง http://news.voicetv.co.th/thailand/39698.html
ในเรื่องคอรัปชั่นนี้ เป็นเรื่องที่ต้องเป็นห่วง เพราะประเทศไทย นี่ติดอันดับโกงโลก ตามที่ผมแสดงความคิดเห็นไว้บ้างแล้วที่นี่
มั่นใจเพียงใดว่าในวงการศึกษาไม่โกง http://www.gotoknow.org/blogs/posts/470706
จะร่วมกันปราบขี้โกงในหน่วยงานอย่างไรดี http://www.gotoknow.org/blogs/posts/470519
ขี้โกงในประเทศไทยเมื่อไรจะหมด http://www.gotoknow.org/blogs/posts/469022
ฟังข่าวเมื่อสองสามวัยก่อนดูเหมือนว่ากรณีนี้ยังไม่จบ เพราะลูกของพ่อค้าขนมครกข้างโรงเรียนประกาศว่าถ้าลูกไม่ได้เข้าเรียนก็จะเผาตัวเองให้ตายที่หน้าสภา แกอ้างว่าผู้ใหญ่รับปากจะช่วย แล้วก็ไม่ได้ช่วยจริง นี่ตามข่าวที่ฟังมา ก็ติดตามกันต่อไป เรื่องยังไม่จบ
ท่านลองอ่านหลักประกันคุณภาพ พรบ.การศึกษา และกฎหมายสิทธิเด็ก อีกทีนะครับ
ข่าวดีในวันนี้ ที่ต้องดีใจกับเด็ก ๆ ที่จะได้เข้าเรียนภาคพิเศษ ในโรงเรียนเดิม โดยเรียนในช่วงบ่าย ทางออกที่ดีอย่างนี้ ต้องชื่นชม สพฐ. ที่ให้ความสำคัญกับเด็ก และสิทธิเด็กก่อนจะถึงโรงถึงศาล ให้ศาลาต้องเสียเวลามาตรวจทานกฏหมายสิทธิเด็ก และกฏมหมายที่เกี่ยวข้อง