บัตรประชาชนไทย

     ประชาชนมีบัตรประชาชน คนละ 1 ใบ  แต่บัตรบัตรประชาชนที่มีครอบครองกันคนละ 1 ใบ ก็มีอยู่หลายแบบ และยังมีบัตรที่ใช้แสดงตนได้เหมือนกับบัตรประชาชนได้ อีกจำนวนหนึ่ง

     จากข้อมูล เกี่ยวกับบัตรประชาชน (อ้างอิง) ตั้งแต่ พ.ศ.2486  จนถึงฉบับปัจจุบัน  ประชาชนคนไทยมีบัตรประจำตัวประชาชนใช้มาแล้ว 4 รุ่นดังนี้

    บัตรรุ่นแรก    มีลักษณะคล้ายแผ่นพับขนาดเล็ก 4 ตอน   มีทั้งหมด 8 หน้า เริ่มใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ.2486จนถึงสิ้นปีพ.ศ.2505  ออกให้เฉพาะประชาชนในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพและธนบุรี(กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน)
 
    บัตรรุ่นที่สอง   มีลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า   ขนาดพกพาติดตัวได้ สะดวกมี 2 ด้าน  รูปถ่ายผู้ถือบัตรเป็นรูปขาว-ดำ พิมพ์รายการผู้ถือบัตรด้วยเครื่องพิมพ์ดีดธรรมดา  และเคลือบด้วยพลาสติกใส  เริ่มใช้ตั้งแต่ต้นปีพ.ศ.2506  จนถึงสิ้นปี  พ.ศ.2536 รวมทั้งสิ้น 30 ปี 
  
    บัตรรุ่นที่สาม  มีลักษณะคล้ายกับบัตรรุ่นที่สอง  จุดแตกต่างคือรูปถ่ายผู้ถือบัตรเป็นรูปสีธรรมชาติ   พิมพ์รายการผู้ถือบัตรด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่และเคลือบด้วยวัสดุป้องกันการปลอมแปลงชนิดพิเศษ  เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2531 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันขณะนี้ยังให้บริการทั่วประเทศ ยกเว้นเขตท้องที่ซึ่งเปิดให้บริการทำบัตรรุ่นที่สี่  

    บัตรรุ่นที่สี่   มีลักษณะคล้ายบัตรเครดิตมีแถบแม่เหล็กบันทึกข้อมูลเจ้าของบัตร  และผลิตด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งระบบรายการใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาในบัตรรุ่นนี้คือ   การระบุหมู่โลหิต  เพื่อประโยชน์ในเรื่องคลังข้อมูลแหล่งโลหิตของสภากาชาดไทย

    ปัจจุบัน กระทรวงมหาดไทยได้ออกบัตรประจำตัวประชาชนชนิดใหม่ที่เรียกกันว่า บัตรประชาชนอเนกประสงค์ หรือ บัตรสมาร์ทการ์ด ขึ้น มา ทำให้ประชาชนทั่วประเทศต่างทยอยไปทำบัตรใหม่กัน ซึ่งรุ่นใหม่หน้าบัตรจะมีรูปครุฑอยู่ด้านบนซ้าย ที่สามารถเก็บข้อมูล ได้มากขึ้นกว่าเดิมจาก 64 กิโลไบต์ เป็น 80 กิโลไบต์ โดยบัตรสมาร์ทการ์ดจะมีลักษณะแตกต่างจากบัตรทุกรุ่นที่ผ่านมา คือ ตัวบัตรทำด้วยพลาสติกชนิดพิเศษ มีความแข็งแรงทนทาน รายการในบัตรมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษกำกับในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างสากล มีไอซี ชิพ (IC Chip) สำหรับจัดเก็บข้อมูลจากหลายหน่วยงาน พร้อมลายพิมพ์นิ้วมือเจ้าของบัตร เพื่อใช้ในการพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลในการขอรับบริการต่าง ๆ จากหน่วยงานภาค  รัฐและเอกชน และมีสัญลักษณ์สำหรับตรวจสอบป้องกันการปลอมแปลงบัตรที่มีประสิทธิภาพยากแก่ การปลอมแปลง (อ้างอิง)

บัตรชนิดใหม่นี้ มีความพิเศษอยู่ในตัวอย่างไร แต่ถ้าไม่มีหน่วยงานไหน นำความสามารถนี้ไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้บริการประชาชน บัตรชนิดใหม่นี้ นอกจากจะมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายสูงแล้ว ก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เพิ่มเติม ต่างจากบัตรรุ่นเก่าเลย