การปลอมแปลงหน้าตา (อัตตลักษณ์)
การปลอมแปลงเอกสารถือเป็นความผิดอาญาที่สำคัญ แต่น่าถามว่าวันนี้ทำไมการปลอมแปลงอัตตลักษณ์แห่งตนทำได้เสรี เช่น การเสริมจมูก ดึงหน้า ผ่าตาสองชั้น เหลาคาง
ผมว่ามันน่าออกกฎหมายมาดูแลเรื่องนี้ได้แล้ว อย่าชุ่ยๆ เพียงแค่บอกว่า มันเป็นเสรีภาพส่วนบุคคล (อ้าว..ถ้าเสรีจริง แล้วทำไม ขอให้หมอฉีดยาตายไม่ได้ล่ะ – Mercy killing)
ใครจะเข้าทำการผ่าตัดเปลี่ยนรูปร่างหน้าตา ต้องขออนุญาต ต่อคกก. ระดับจังหวัด ถ้ามีเหตุอันควร เช่น ปากแหว่ง คางเบี้ยวมาก ตาเหล่มาก ก็อาจอนุญาต แต่ถ้าปกติดี ไม่ผิดเพี้ยนมากนัก แต่ต้องการ “ทำสวย” ก็อาจไม่อนุญาต
สรุปคือ อนุญาต ถ้าทำไปเพื่อให้หายน่าเกลียด แต่ถ้าทำเพื่อให้สวยเกินปกติ ก็ไม่อนุญาต คณะกรรมการตัดสินว่าจะอนุญาตหรือไม่นี้ควรเป็นระบบ ลูกขุน คือ เอาชาวบ้านธรรมดานี่แหละมาเป็นกรรมการตัดสิน โดยมีคณะผู้ทรงคุณวุฒิเป็นพี่เลี้ยง คอยให้ข้อมูลพื้นฐาน
สำหรับคนที่ขอทำสวย แล้วไม่ผ่าน มีกฎว่าจะต้องไปเข้าเรียนศึกษาธรรมะในศาสนาแห่งตน เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้เห็นสภาพอันสวยงามแห่งตน ตามที่ธรรมชาติให้มาแล้ว
...คนถางทาง (๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕)
ฮาๆๆ แล้วการเสริมส่วนอื่นๆ ของร่างกายละครับ รวมทั้งพวกดูดไขมันลดความอ้วนด้วยครับ เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าเป็นธุรกิจใหญ่มากๆ ไปที่ไหนก็เห็นคลีนิคเหล่านี้เปิดใหญ่โตมาก (ชื่อไทยๆ เสียด้วย) พร้อมป้ายประกาศเต็มเมืองครับ
คนจะสวยๆที่ใจใช่ใบหน้า ชลัญสวยทั้นอกใน ไม่ต้องศัลยกรรม อิ อิ อิ
คนอ้วนทำให้ผอม คนผอมทำให้อ้วน หมอพวกนี้บาปหนา ...เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติ "ปลอมแปลงอัตตลักษณ์" ทั้งหมดครับ
แต่ถ้าจะทำกันจริงๆ น่าทำแบบ "รักษ์" โลกนะ เช่น ....ดูดเอาไขมันจากคนอ้วนในโลกพัฒนา ไปทำให้คนผอมในอัฟริิกาพอมีหุ่น มีพลัง ..ต่อไปอาจมีการ "บริจาคไขมัน" กันบ้าง แทนการบริจาคหัวใจ ไต
สำหรับคุณชลัญฯ...คงไม่ไปทำอะไรผิดพรบ. นี้ได้หรอก เพระามีอัตตลักษณ์ล้้นเปี่ยมอยู่แล้ว