ไม้ล้มลุกชนิดนี้ เดี๋ยวนี้เริ่มหายไปจากเขตเมือง

แต่ก่อนเมื่อยังเป็นเด็ก ต้นไม้นี้มีอยู่ให้หักเล่นทั่วไปรอบตัว วันนี้เดินท่อมๆหาไปไกลเป็นกิโล ก็หาไม่มีสักต้น หายไปไหนหมดแล้ว

ดด   

กลิ่นของมันเหม็นเขียว ใบของมันมีขนนุ่มนิ่ม ยอดใบสีน้ำตาลอ่อน แผ่ใบแอ่นรับแดด  ต้นแก่เวลาหักมีความแข็ง บางครั้งแรงเด็กหักไม่ขาด  ก้านต้นมีรูโปร่งๆ มีเส้นใย

มีฤทธิ์ที่น่าสะดุดใจ เวลามีแผลเลือดซึม เด็ดใบมาขยี้ให้ช้ำโปะบนแผล เดี๋ยวๆเลือดที่ซึมหยุดไปเลย

ดอกของมันมีสีขาวหรือขาวแกมม่วงหรือม่วงอ่อนๆ กลีบดอกเป็นฝอย ทรงดอกคล้ายดอกดาวเรือง แต่ขนาดจิ๋วกว่ามากมาย  ดอกดกในช่วงที่มีอากาศแห้งแล้ง

ดอกสาบเสือ

ต้นสูงเลยหัวเด็ก ไม่คยเห็นว่าเกินเมตร เพิ่งรู้ว่าแต่ละส่วนของมันมีสรรพคุณทางยาด้วย ใบมีสารเคมีสำคัญ กรดอะนิสิก ไอโซซากูรานิติน โอโดราติน ยูพาทอล คูมาริน พีนีน เนบโธควิโนน ลิโมนีน ลูพิออล ฟาโวน คาไดอิรแคมเฟอร์ 

สารสำคัญเหล่านี้ไปออกฤทธิ์ที่ผนังเส้นเลือดทำให้เส้นเลือดหดตัว กระตุ้นสารที่ทำให้เลือดแข็งตัวได้เร็วขึ้น ทำให้ห้ามเลือดได้มิน่าจึงใช้เป็นยารักษาแผลสด สมานแผล ถอนพิษได้

ดอกแก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ไข้ได้ ต้นดูดหนอง แก้ปวดท้อง ท้องขึ้น ท้องเฟ้อได้ 

ยอดอ่อนๆของใบสาบเสือ ลวกจิ้มส้มตำหรือน้ำพริกรับประทานแบบผักสวนครัวได้

มันมีความน่าสนใจอีกอย่าง คือ ใบใช้จัดการปลวกได้ ต้น-ใบแช่น้ำเน่าไว้ 2-3 สัปดาห์น้ำจะใสขึ้นๆ ดอกใช้เลี้ยงผึ้งเพื่อผลิตน้ำผึ้งอินทรีย์ได้

สารเคมีที่มีในตัวมัน สามารถไล่เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้งได้

ใบ-ต้น ตากลมให้แห้ง บดเป็นผง 400 กรัมต่อน้ำ 3 ลิตร กวนทิ้งไว้ข้ามคืน กรองเอาน้ำมาฉีดพ่นทุก 7 วัน ไล่แมลงได้ ใช้ใบอย่างเดียวให้เพิ่มน้ำเป็น 8 ลิตร

ใบ 500 กรัมหมักเหล้าขาว 1 ลิตรทิ้งข้ามคืน ไล่หนอนใยผักได้ ป้องกันเชื้อราได้

ใบด 10 กรัมผสมใบแห้ง 30 กรัม บดละเอียดคลุกเมล็ดพันธุ์ถ่ว 100 กรัม ป้องกันแมลง ด้วง เจาะ และป้องกันเชื้อราได้