เมื่อเผยแพร่วิธีการนี้ออกไป มีเกษตรกรนำไปใช้ แล้วได้ผลดีมากในการปราบหนอนผักต่างๆ

ได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการทำเกษตรปลอดสารพิษโดยใช้จุลินทรีย์ชีวภาพอยู่บ่อยพอสมควร เพื่อกระตุ้นเสริมสร้างให้เกิดการตื่นตัวและสนใจในการทำเกษตรกรรมแบบปลอดสารพิษแบบค่อย ลด ละ เลี่ยง เลิกสารพิษ โดยใช้ทางเลือกที่ไม่ต้องมีสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องด้วยปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆออกมาค่อนข้างหลากหลาย มีมากมายหลายอย่างที่ช่วยให้การปลูกพืชไร่ไม้ผลในแนวทางปลอดสารพิษและมุ่งไปสู่กระบวนการเกษตรอินทรีย์ทำได้ง่ายและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงมากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับในอดีตที่มีแหล่งข้อมูลและปัจจัยการผลิตค่อนข้างน้อย วันนี้จึงอยากจะย้อนอดีตวันวาน เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่ติดตามได้ทราบถึงความเป็นมาเป็นไปในการนำจุลินทรีย์มาใช้ในภาคการเกษตร โดยขออนุญาตนำบทความของท่านอาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ ที่ได้ตีพิมพ์ไว้ในวารสาร  เห็ดไทย ๒๕๔๗  ของสมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย ดังนี้ครับ

                   ...การเพาะเห็ดก็เหมือนกับการปลูกพืชทั่วไป ซึ่งเมื่อดำเนินการไปสักระดับหนึ่งก็จะมีศัตรูพืชเข้ามารบกวน มีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชฉีดพ่นมีสารพิษตกค้างในพืช และเกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ต่อมาจึงมีวิทยาการต่างๆ มาทดแทนการใช้สารพิษ โดยยังได้ผลผลผลิตดีเท่าเดิมหรือหากเป็นไปได้ก็ได้เพิ่มมากกว่าเดิม

 

เห็ดก็เช่นกัน มีจุลินทรีย์เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ

๑.     ช่วยการหมักปุ๋ยอินทรีย์

๒.   ปนเปื้อนในอาหารของเห็ด แล้วไปแย่งอาหารและยับยั้งการเจริญของเห็ด

๓.    เป็นปรสิตของเห็ด ดูดกินน้ำเลี้ยงจากเส้นใยและดอกเห็ดจนเห็ดตายไป เช่น ราเขียวไตรโคเดอร์ม่า

๔.    ลดคุณภาพเห็ด เช่น ราเมือกทำให้เห็ดนิ่มและมีกลิ่นเหม็นคาว สีสันสกปรกเป็นต้น

                   จากอดีตจนถึงปัจจุบัน การใช้ประโยชน์จุลินทรีย์ในการเพิ่มผลผลิตเห็ดที่เห็นได้ชัดเจนคือการหมักปุ๋ยหมักเพื่อเพาะเห็ดฝรั่งหรือแชมปิฌอง และการเพาะเห็ดฟาง ที่มีการเลี้ยงเส้นใยของ ราฮิวมิคูล่า และ โทรูล่า ให้ขึ้นเป็นฝ้าขาวๆ เป็นการเพิ่มโปรตีนและอาหารแก่ปุ๋ยหมักแล้วจึงฆ่าด้วยความร้อนจากนั้นใช้เพาะเห็ดต่อไป (เห็ดแชมปิฌองและเห็ดฟาง)

                   การใช้จุลินทรีย์ควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มหนอนผีเสื้อซึ่งสามารถระบาดได้รวดเร็ว มีการใช้แบคทีเรียชื่อ บาซิลลัส ธูรินจิเอนสิส (Bacillus thuringiensis ; Bt. (บีที) อย่างได้ผล และมีความปลอดภัยสูงต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ในกรณีของเห็ดนั้นมีรายงานทั้งในต่างประเทศและประเทศไทยถึงการใช้เชื้อบาซิลลัส ธุรินจิเอนสิส เพื่อควบคุมหนอนศัตรูเห็ดอย่างได้ผล

                   ในปี ๒๕๔๕ สัจจะ  ประสงค์ทรัพย์ กองกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร เขียนบทความการใช้เชื้อแบคทีเรียควบคุมหนอนผีเสื้อศัตรูเห็ด ลงในข่าวสารเพื่อผู้เพาะเห็ดปีที่ ๗ ฉบับที่ ๓ กันยายน-ธันวาคม ๒๕๔๕ หน้า ๒๔-๒๕ เป็นการใช้ บาซิลลัส ธูรินจิเอนสิส ในท้องตลาดฉีดพ่นป้องกันกำจัดหนอน แมลงหวี่ หนอนผีเสื้อของเห็ดถุง

                   ปัญหาประเทศไทยคือเชื้อสำเร็จรูปราคาแพงและเวลาใช้ก็ต้องผสมมาก เช่น ๘๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ทำให้เสียค่าใช้จ่ายมาก เช่นเชื้อบีที กิโลกรัมละ ๑,๐๐๐ บาท เมื่อใช้ ๘๐ กรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร เท่ากับ ค่าใช้จ่ายปิ๊ปละ ๘๐ บาท

                   เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๔ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หน้า ๑๑ ลงบทความในคอลัมน์วิทยาการเด็กเรื่อง มะพร้าวปราบยุง เนื้อหาเป็นการกล่าวถึงนักวิทยาศาสตร์ชาวเปรู นำเชื้อ บีทีไอ (Bt-I) ๒๐๐ เซลล์ ฉีดใส่ในผลมะพร้าวอ่อน เข้าไปในถึงน้ำมะพร้าวภายใน ปล่อยให้เชื้อเจริญเพิ่มจำนวนอยู่ในผลมะพร้าวหมักไปแจกชาวบ้านเอาไปใส่แหล่งน้ำที่มีลุกยุงได้นานถึง ๔๕ วัน สามารถลดการระบาดของโรคมาลาเรียภายในประเทศลงได้มาก

                   จากข้อมูลการใช้มะพร้าวอ่อนเป็นแหล่งเพาะขยายเชื้อบีทีไอ ซึ่งคือ บาซิลลัส ธูรินจิเอนสิส ดังกล่าว เป็นเรื่องน่าสนใจเพราะประเทศไทยมีมะพร้าวอ่อนมากและมีเชื้อบีที ที่ใช้กำจัดหนอนหลายสายพันธุ์ขายในท้องตลาด เพียงแต่มีราคาแพงเกินไป ถ้าดัดแปลงนำเชื้อมาหมักกับน้ำมะพร้าวอ่อนแบบง่ายๆ ให้ได้เชื้อมาก ก็จะปราบหนอนได้ดี ต้นทุนต่ำ

                   ศุภศิษฎ์  เปรมัษเฐียร (๒๕๔๖) ได้เสนอผลงานเป็นปัญหาพิเศาของภาคจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่อง “การศึกษาการขยายเชื้อ Bacillus thuringiensis ด้วยเทคโนโลยีพื้นฐาน”

                   กล่าวโดยย่อมีดังนี้

                   ๑. การใช้เชื้อบีที ๑ ช้อนชาต่อมะพร้าวอ่อน ๑ ผล : เฉาะมะพร้าวเปิดแง้มเป็นฝา เติมเชื้อบีที ๑ ช้อนชา แล้วปิดฝาทิ้งไว้ในร่ม ๑-๒ วัน นำไปผสมน้ำ ๒๐ ลิตร ฉีดพ่นดอกเห็ดและถุงเชื้อที่ถูกหนอนรบกวน เมื่อหนอนได้กลิ่นน้ำหมักจะออกมากินเชื้อ ต่อมาป่วยแล้วตกลงมาตายที่พื้น

                   ๒. ใช้น้ำมะพร้าวแกงจากตลาด ๑ ปิ๊บ (๒๐ ลิตร) ต้มจนเดือดแล้วทิ้งให้เย็น เทใส่กะละมังกว้าง ใส่เชื้อบีที ๑ ช้อนชา เติมอากาศด้วยปั๊มลมแบบที่ใช้ในตู้ปลา วางหัวทรายไว้กลางกะละมัง ให้ฟองอากาศผุดขึ้นตลอดเวลา ๒๔-๔๘ ชั่วโมง เมื่อจะใช้นำไปผสมน้ำ ๔ ปิ๊บ (๘๐ ลิตร) รวมเป็น ๑๐๐ ลิตร นำไปฉีดพ่น

                   ๓. ใช้น้ำเปล่า ๒๐ ลิตร ใส่กะละมังเติมไข่ไก่สด ๕ ฟอง น้ำมันพืช ๕ ช้อนแกง (ใช้ทำให้ฟองแตกเร็วไม่ล้นกะละมัง) สเม็คไทต์ผง ๕ ขีดหรือ ๕๐๐ กรัม (ใช้จับกลิ่นก๊าซไข่เน่า) ใส่เชื้อบีที ๑ ช้อนชา (๕-๑๐ กรัม) เป่าลมแบบตู้ปลา ๒๔-๔๘ ชั่วโมง ก่อนใช้เติมน้ำเปล่า ๔ ปิ๊ป (๘๐ ลิตร) แล้วจึงนำไปฉีดพ่น

                   ๔. ใช้น้ำเปล่า ๒๐ ลิตร ใส่กะละมังเติมนมข้นหวาน ๑ กระป๋อง น้ำตาลทราย ๓ ช้อนแกง เชื้อบีที ๑ ช้อนชา เป่าลมแบบตู้ปลา ๒๔-๔๘ ชั่วโมง ก่อนใช้เติมน้ำเปล่า ๘๐ ลิตร รวมเป็น ๑๐๐ ลิตร แล้วนำไปฉีดพ่น

                   การศึกษาการขยายเชื้อบีที โดยการหมักขยายเชื้อทั้ง ๔ แบบดังกล่าวได้ผลจากการตรวจนับเมื่อ ๒๔ ชั่วโมง อยู่ในระดับไม่น้อยกว่า ๑ x ๑๐ เซลล์ต่อมิลลิเมตร

                   เมื่อเผยแพร่วิธีการนี้ออกไป มีเกษตรกรนำไปใช้ แล้วได้ผลดีมากในการปราบหนอนผักต่างๆ เช่น หนอนเจาะยอด หนอนกินเปลือก หนอนเจาะต้น หนอนเจาะดอกมะลิ รวมทั้งช่วยลดด้วงหมัดผักได้ดี โดยตัวอ่อนที่อยู่ในดินขึ้นมากินเชื้อจากน้ำหมักที่ผิวดิน การใช้ควบคุมหนอนกินเห็ดขอนขาวเป็นรายงานจากคุณทรงเทพ พงษ์กสิเทวินทร์ (๐๙๓-๕๐๑-๖๕๖)

 

                   สำหรับวันนี้ขออนุญาตท่านผู้อ่านไว้เพียงแค่นี้ก่อนนะครับ สำหรับโอกาสต่อไปจะนำภาคต่อที่เป็นเรื่องของการใช้จุลินทรีย์ บาซิลลัส ซับธิลิส มาฉายต่อเป็นลำดับถัดไป ซึ่งเป็นเหมือนจุดกำเนิดของ บีเอสพลายแก้ว อันเป็นที่รู้จักในวงการส้ม มะนาวและผู้เพาะเห็ดโดยทั่วไป

 

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com