ใจเราสำคัญนัก จะสร้างความยิ่งใหญ่ชัยชนะ หรือขี้แพ้ก็เริ่มต้นที่ใจทั้งสิ้น เกิดที่ไหน ก็ดับที่นั่น

   เวลาใครกล่าวถึงวิธีการตัดขาดกรรมจากกัน ดูจะเป็นเรื่องน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะนับวันแห่งการได้เกิดมาบนโลกนี้ ดูแล้วช่างมีกรรมเก่า กรรมใหม่ มาพัวพันจนนับไม่ถูก ตาข่ายที่ว่าถักเอาไว้แน่นหนา หากรู้จักปม ก็แก้ข่ายได้ง่ายดาย แต่ปมกรรมมันหาจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดไม่ได้ และอีกอย่างหนึ่ง ชีวิตคนเราก็แสนสั้น แค่มุ่งมั่นจะทำอะไรให้สำเร็จสักอย่าง ก็ดูจะใช้เวลาไปครึ่งค่อนชีวิต ยิ่งการที่จะสร้างบุญบารมีใหม่ ดีๆ เอาติดตัวไปภพชาติหน้า ก็เหลือเวลาทำได้ไม่เท่าไหร่

 ทั้งนี้เพราะชีวิตไม่ได้เกิดมาชาตินี้เป็นชาติแรก จึงต้องมีทั้งแรงฉุด แรงเหวี่ยงจากนานากรรม ให้ซัดส่ายได้ทุกวัน เมื่อเรามีโอกาสที่ใจเป็นสัมมาทิฏฐิ จากการได้รู้ ได้ฟังคำสั่งสอน ไม่ว่าจะศาสนาไหนก็ตาม จึงนับเป็นโชคดีมากกว่าคนอื่น ที่ไม่มีโอกาสรู้ และผู้เขียนก็มีความศรัทธาในการให้อภัยทานว่ามีผลต่อจิตใจ และวิถีชีวิต ที่เปลี่ยนไป ให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

  สิ่งสำคัญกว่าอื่นใด ก่อนที่เราจะทำอะไรให้ลุล่วงลงไปได้ ต้องเริ่มต้นที่สร้างมโนภาพในใจให้ได้ชัดเจนและมั่นคงเสียก่อน ความมุ่งมั่นที่จะกระทำการให้อภัยและการรอฟังคำสารภาพนั้น มันเป็นเรื่องของการมีน้ำใจที่สุดประเสริฐ เทียบได้ราวกับเทพบุตรเทพธิดา หากมีตาทิพย์เราคงเห็นคนเหล่านั้นมีออร่าทอประกายสว่างใส ชวนให้ผู้พบเห็นทั้งมนุษย์และเทวดา ต้องหยุดชื่นชมทันที

  ถ้อยคำที่เขาเอ่ยออกไป ช่างมีเนื้อหาและความไพเราะกังวาล จนสะกดใจคนฟังได้ง่ายดาย และท่าทีขอผู้ให้และผู้รับกรรมอภัยครั้งนี้ คงจะงดงามอ่อนโยนต่อกัน จนอยากให้โลกหยุดหมุนชั่วขณะ เพื่อจะให้ภาพนั้นค้างในสายตาไปอีกสักชั่วอึดใจ การให้อภัย การยอมอโหสิกรรมต่อกัน มีฤทธิ์พลังอำนาจสะกดได้ปานนั้น

  เมื่อจะเป็นผู้ขออภัย จงลบภาพหลอนจากบันทึกก่อนหน้านี้ให้หมดสิ้นไป แล้วค่อยๆสร้างมโนภาพอันเป็นฝ่ายเราฝ่ายเดียว ให้เป็นไปอย่างละเมียดละมัย ต่อเนื่องชวนติดตาม สรรพสำเนียงใดๆก็ไม่ดังไปกว่าคำพูดที่จะเราบรรจงกลั่นออกมาจากน้ำใสใจจริง ลุแก่โทษ ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ จงพูดในสิ่งที่เราสำนึกจากดวงใจ ให้ความขุ่นข้องหมองใจที่ได้ก่อกรรมต่อกันมานั้น วอดและตกต่ำสลายไปอย่างไม่มีวันให้กลับเข้ามาสิงสู่ใจบริสุทธิ์เราอีก เราจงกล้า จงกล้า เราทำได้

   และหากเราคือผู้ให้อภัย ให้เชื่อเถอะว่ามันอาจจะยากกว่าการเป็นผู้สารภาพผิดเสียอีก เนื่องจากความถือตัว และใจที่ไม่อภัยนั้นมีกำลังสูงมาก แต่เมื่อตั้งใจว่า เราจะตัดกรรมอันร้อนใจหนักหนานี้ต่อกัน เราจงเป็นผู้เฝ้ารอฟัง ฟังปิยะวาจาที่ระรื่นหู ส่งเมตตาและกำลังใจ ให้เขาจงเป็นผู้ขอสำนึกได้สำเร็จเร็วพลันเถิด เราจะตัดสายกรรมที่มาเชื่อมโยงเราทั้งสองให้หม่นหมอง สิ้นเวรต่อกันเสียทีในบัดนี้ ชีวิตต่อจากนี้ แม้จะต้องผูกพัน หรือแยกจากกัน ก็ขอให้มีแต่สายสัมพันธ์ อันแสนดีเท่านั้น

  วันอภัย จึงเป็นวันที่ดีที่สุดวันหนึ่งของมนุษย์โลก แม้จะมีผู้คนรอบข้างรอเป็นฝ่ายเราฝ่ายเขา ทว่าหากคู่กรณีหันมาอภัยกัน รับรองว่าฝ่ายต่างๆย่อมสลายทันที กองเชียร์ถ้าหากเชียร์ไม่ขึ้น ก็ไม่สนุกแล้ว

  ผู้เขียนต้องขอจบเรื่องราวความโกรธไว้ในบันทึกนี้ ตั้งแต่โกรธจนหายโกรธ สุดท้ายก็จะรู้ว่าแท้จริงแล้ว ใจเราสำคัญนัก จะสร้างความยิ่งใหญ่ชัยชนะ หรือขี้แพ้ก็เริ่มต้นที่ใจทั้งสิ้น เกิดที่ไหน ก็ดับที่นั่นแหละค่ะ

ขอขอบคุณทุกท่าน ที้กรุณาติดตามและให้กำลังผู้เขียนมาตลอด ขอส่งความสุข สงบ สวัสดิภาพ ต่อกันตลอดไปนะคะ