ให้

 

(ทำเนียบทูตไทยก็ประดับธงพุทธ..มีกระรอกน้อยมาชื่นชมด้วย)

แจกฟรี ปีละหนึ่งครั้ง สุขจริงๆ 

ในช่วงวันวิสาขบูชาหรือที่เรียกว่าเวสัก Vesak ในศรีลังกา วันที่ 5-7 พค. นอกจากการออกจากบ้านด้วยชุดแต่งกายขาว ไปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญและฟังธรรมที่วัดที่ตนนับถือแล้ว ชาวพุทธศรีลังกาจะนิยมสร้าง Dana หรือ Dansala ทำทานบารมีด้วย

การสร้างทานบารมีที่ว่าคือการบริจาคอาหารหรือของทานชนิดต่างๆ แก่ผู้คนทั่วไป อาจโดยการตั้งเต้นท์หน้าบ้าน นำของไปบริจาคที่วัดหรือตั้งเต้นท์ข้างถนนในย่านชุมชนเพื่อให้คนที่ผ่านไปมาได้รับทานนั้น ผมมีเพื่อนบ้านที่อยู่เยื้องกับทำเนียบทูตไทยที่ตั้งเต้นท์บริจาคทาน 1 คืนในทุกปี คือตั้งแต่ประมาณ 1 ทุ่มก็จะตั้งเต้นท์หน้าบ้าน แจกไอสครีมส์โคน ถึง 1 หมื่นอัน เรียกว่าแจกกันตลอดคืนหรือจนกว่าของจะหมด เจ้าของบ้านเป็นนักธุรกิจระดับสูง มีฐานะดีและใฝ่ธรรมะ ในโอกาสวันวิสาขบูชาซึ่งคนศรีลังกาให้ความสำคัญจึงนิยมสร้างทานบารมี ตามฐานะของตน

(เพื่อนบ้านเยื้องๆ ทำเนียบ เป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดัง)

เย็นนั้นที่ผมทราบว่ามีการตั้งเต้นท์หน้าบ้านของเพื่อนบ้านก็เพราะเสียงแตรรถดัง การจราจรติดขัดหน้าบ้าน ซึ่งตามปรกติถนนหน้าทำเนียบจะไม่เคยติดเลย นอกจากนั้นยามประจำทำเนียบบอกผมว่าเพื่อนบ้านเริ่มแจกไอสครีมส์แล้ว ทำให้ผมรู้ว่ามีการทำทานบนถนนนี้เช่นกัน ด้วยความสนใจผมจึงออกไปดูด้วย เห็นบรรดารถทุกชนิดเริ่มมาจอดบริเวณหน้าเต้นท์ที่อยู่ตรงข้าม ผู้คนลงจากรถไปรับไอสครีมส์กันอย่างสนุกสนาน รถบางคันขนคนมาเต็มรถตู้ เป็นครอบครัวใหญ่ที่มากันทั้งพ่อแม่ลูก ปู่ย่าตายาย ลงรถเดินข้ามไปรับไอสครีมส์อย่างตื่นเต้น เป็นบรรยากาศที่ผมไม่นึกว่าจะเห็นที่ศรีลังกา ที่คนบริจาคทานก็ตั้งใจบริจาคอย่างมีความสุขเพราะมาแจกกันทั้งครอบครัวไม่ถือตัวว่าเป็นเศรษฐี ส่วนคนรับทานก็มากันทั้งครอบครัวเช่นกันและมีความสุขที่จะรับเช่นกัน เจ้าของบ้านเมื่อเห็นผมเดินมาดูก็มาทักทายและกล่าวว่าการแจกไอสครีมส์นับเป็นการทำทานที่สะดวก ตนรวมญาติพี่น้องมาช่วยกันแจกปีละครั้ง ได้ทั้งบุญและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันซึ่งก็มีคนศรีลังกาที่มีฐานะดีนิยมบริจาคแบบนี้ ส่วนการบริจาคอาหารนั้น ก็มีหลากหลายทั้งข้าวและถั่ว เท่าที่ทราบในช่วงเทศกาลมีมากถึง 6 พันราย (มี 29 รายที่ถูกเทศบาลปิดเพราะพบว่าสถานที่ทำอาหารที่ไม่สะอาด)

(มาแจกกันพร้อมหน้าพร้อมตา)

คนศรีลังกาจะออกไปเที่ยวข้างนอกในเทศกาลเวสักซึ่งต่างจากวันปีใหม่ในเดือนเมษายนซึ่งผู้คนกลับไปอยู่บ้านอยู่ฉลองกันพร้อมหน้าพร้อมตากันมากกว่าที่จะออกไปเที่ยวข้างนอก โคลัมโบในช่วงวันปีใหม่จึงสงบเงียบต่างจากวันวิสาขบูชาที่ผู้คนกลับออกมาเที่ยวนอกบ้าน เมื่อเห็นเต้นท์ที่บริจากทานที่ใด ก็จะพากันแวะไปรับของทานอย่างสนุกสนาน ที่ผมเห็นปรากฏว่าพากันมาทั้งครอบครัวเต็มรถ ทั้งรถตู้ รถเก๋ง รถกระบะ มอเตอร์ไซด์และรถตุ๊กตุ๊ก ถ้าถนนใดรถติดมากแสดงว่ามีการตั้งเต้นท์บริจาคทานมาก คนจึงหยุดรถเพื่อรับทาน

(แจกกันมาทุกปีจึงรู้วิธีจัดระเบียบแถวเข้าและทางออก)

คนที่มารับของทานนั้นก็มิใช่ว่าจะเป็นคนยากจนทั้งหมดแต่เป็นคนทั่วไปที่พอใจที่จะรับของทานเพื่อฉลองวิสาขะมากกว่าที่จะคิดอย่างอื่น เท่าที่ดูเห็นทุกคนมีความสุขดี เป็นช่วงเวลาที่ผู้คนจะทำตัวสบายๆ ไม่มีใครบ่นหรือว่าใคร จะรถติด คนจะข้ามถนนตรงไหนก็ได้ คนจะเบียดกันอย่างไรก็ต่างคนต่างไม่ถือสา นับเป็นวันที่ทุกคนมีจิตใจดีเป็นพิเศษ ก็เป็นสิ่งที่เป็นเสน่ห์ของศรีลังกาอีกเรื่องหนึ่ง

(จากถนนว่างกลายเป็นถนนที่คึกคักด้วยการบริจาคทาน) 

การออกไปข้างนอกบ้าน นอกจากจะได้มีโอกาสรวมครอบครัว ไปรับทานต่างๆ แล้วก็ยังได้มีโอกาสไปชมโคมไฟและการประดับไฟตามสถานที่ต่างๆ ด้วย ซึ่งจะเป็นสัปดาห์ที่ทุกหน่วยงานพากันตกแต่งที่ทำงาน สวนและที่สาธารณะด้วยไฟหลากสี จัดให้มีการประกวดโคมไฟในรูปแบบต่างๆ หากนึกภาพการประดับไฟในช่วงวันเฉลิมฯ ในบ้านเราก็คงคล้ายกัน ก็นับว่าเป็นช่วงที่คนศรีลังกามีความสุขทั้งกายและใจจริงๆ ครับ สมกับที่บอกว่าแจกฟรี ปีละครั้งคือความสุขนั่นเองครับ

ปีหน้าผมบอกเพื่อนบ้านทีเล่นทีจริงว่าผมอยากจะทำทานแบบนี้บ้าง หน้าทำเนียบทูตไทยนี่ละ แต่จะแจกอะไร ยังไม่รู้ แจกแล้วก็ได้ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยไปด้วย คงเข้าทีครับ