เมื่อสามปีที่แล้ว  ระยะนั้นครูอ้อยอ้วนขึ้นรวดเร็วมาก  และดูเหมือนอาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับครูอ้อยก็มีมากขึ้น  ส่วนอาการเดิมที่เคยเ็ป็นก็รุนแรงขึ้น  จนต้องพกยากินกันอย่างข้ามไปไม่ได้

*****

แต่ต่อมาครูอ้อยออกกำลังกายมากขึ้น งด อด ลดอาหารบางชนิดและทำตามหมอสั่งทุกประการ  อาการของครูอ้อยก็ดีขึ้น

*****

จวบจนวันนั้นที่ครูอ้อยไปศึกษาดูงานพร้อมทั้งทัศนศึกษาที่โฮจิมินห์ประเทศเวียดนาม 2-5 พฤษภาคมที่ ผ่านมา  อาการของครูอ้อยก็กำเริบขึ้น

*****

อาการนั้นก็คือ  หัวใจเต้นถี่ยิบ  หายใจไม่ออก  เหงื่อออกท่วมตัว  หายใจไม่ทัน  หายใจไม่ออก  แบบจะขาดใจ

*****

มันเกิดขึ้นจากการที่เข้าไปอยู่ในที่แคบๆเล็กๆมึดๆ  มีความเครียด  ความกลัวเกิดขึ้นด้วย....เข็ดแล้ว  ไม่ต้องการแบบนั้นอีกแล้ว

*****

คราวที่ไปเยี่ยมอุโมงค์กูจี  ของเมืองกูจี  ที่เวียดมินห์ได้ขุดยาวถึง 200 กว่ากิโลเมตร  และลึกลงไป ถึง 3ระดับ ในยามสงคราม

*****

ที่ครูอ้อยกับเพื่อนๆลงไปนั้น  เพราะ ไกด์บอกว่าทางที่ลงไปนี้เป็นทางผ่าน  ไม่มีทางอื่นอีกแล้ว  ด้วยความซื่อเราจึงลงไป  มึด  แคบ  เล็กๆ ระยะสัก 15 เมตร  เพื่อนที่โผล่ขึ้นไปก่อนนั้น  มัวแต่แอ๊กชั่นถ่ายภาพและยืนนิ่งอยู่นานและหลายๆคน  ทำให้ครูอ้อยกับเพื่อนจำนวนหนึ่งหยุดค้างอยู่ในอุโมงค์แคบๆนั้นชั่วระยะหนึ่ง 

*****

ในเวลาเดียวกันกับอาการเกิดขึ้นกับครูอ้อย  หากขาดใจ  หายใจไม่ออกอึดอัด  แล้วใครจะลากครูอ้อยออกจากอุโมงค์  ตัวใหญ่ๆๆหนักๆๆแบบครูอ้อย  คิดแล้ว  ไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรดี.....โกรธ  โมโห เจ็บใจ  หรืออะไรดี

*****

เข็ดแล้วค่ะ  เป็นครั้งแรก  ครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย ล่ะค่ะ

*****

Large_srahinviet15