หม้อข้าวหม้อแกงลิงพืชใกล้สูญพันธุ์ ที่ยังรอการฟื้นฟู อนุรักษ์

หม้อข้าวหม้อแกงลิง พืชกินแมลงที่หลายคนรู้จักดี จากบทเรียนพื้นฐานในวิชาวิทยาศาสตร์ แต่น้อยคนที่จะเห็นต้นจริงๆ ด้วยเป็นพืชที่ขึ้นอยู่ในป่าและตามท้องนาทั่วไป ในยุคที่เศรษฐกิจนำ หม้อข้าวหม้อแกงลิงจึงถูกไถทิ้งเพื่อให้พื้นที่ถูกนำไปใช้เป็นที่ดินเพื่อการเกษตรให้ได้มากที่สุด ส่วนต้นที่อยู่ในป่าก็ถูกนำออกมาขาย และตายไป ด้วยความยากของการอยู่รอดในสภาพแวดล้อมใหม่ จนถูกขึ้นบัญชี CITES เพราะใกล้จะสูญพันธุ์ในเร็วๆนี้

"จุดเริ่มต้นจากวิชาชีพจึงชอบที่จะทดลองเพาะเนื้อเยื่อ เดิมเป็นคนชอบเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยไม้ แต่เมื่อไปเดินสวนจตุจักร ได้เจอกับหม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นครั้งแรก จึงคิดที่จะนำกลับมาทดลองเพาะเนื้อเยื่อดู เพราะคิดว่าเป็นพืชที่หายาก ขนาดตนเกิดมาเกือบ 50 ปีแล้วยังเพิ่งเคยเห็น"

ครูมุก หรือ นางโศจิกานต์  สตาภรณ์ อาจารย์ผู้สอนวิชาชีววิทยา ระดับชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนปิยชาติพัฒนา ในพระราชูปถัมภ์ฯ เล่าถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้สนใจพืชชนิดนี้เป็นพิเศษ 

"ยากกว่าที่คิด"

ข้อค้นพบของครูมุก ต่อการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหม้อข้าวหม้อแกงลิงให้เพาะพันธุ์ได้ และยิ่งยากขึ้นอีกสำหรับการที่จะเลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงลิงให้อยู่รอด นำมาสู่จุดเริ่มต้นของการค้นคว้าบนอินเตอร์เน็ต จึงได้พบว่า Mr.Shawn Maynes ชาวสหรัฐอเมริกา ที่มาอยู่สมุยได้ 18 ปี ผู้มีความสนใจหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นพิเศษ จนถึงกับจะตั้งมูลนิธิเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์สายพันธุ์ในเมืองไทย

เมื่อพบว่าชาวต่างชาติเองก็ให้ความสนใจ ครูมุก จึงได้เริ่มที่จะเพาะพันธุ์และทดลองอย่างต่อเนื่อง อันเป็นแรงบันดาลใจที่นำไปสู่การขอทุนสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน หรือ สสค. เพื่อทำ โครงการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ด้วยการเรียนรู้บูรณาการผ่านพันธุ์พืช  ร่วมกับโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ  โดยเน้นกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช โดยใช้ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นกรณีศึกษา

 

*ด้วยความเป็นครู จึงมองที่โอกาสของนักเรียนเป็นสำคัญ*

แนวคิดสำคัญอีกประการของ ครูมุก ที่หวังจะให้นักเรียนใช้ชิ้นงานที่ได้จากการร่วมกิจกรรมโครงการไปเป็น ผลงานประกอบการ submit เข้ามหาวิทยาลัย

"โรงเรียนปิยชาติฯ เป็นโรงเรียนเล็กอยู่บ้านนอก ยากที่นักเรียนจะใช้วิชาการแข่งขันจนผ่านการสอบในโอเน็ตและเอเน็ตให้เข้ามหาวิทยาลัยได้ หากมีชิ้นงานช่วยเหลือก็จะช่วยให้นักเรียนมีโอกาสมากขึ้น"

ครูมุกกล่าวถึงคุณประโยชน์อีกข้อที่ได้จากงานโครงการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ด้วยการเรียนรู้บูรณาการผ่านพันธุ์พืช 

เรื่องนี้ได้ข้อพิสูจน์ถึงผลสำเร็จมาแล้วจากอดีตนักเรียนที่ร่วมโครงการ นายพีรวัธน์ จันทนกูล นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศิษย์เก่าโรงเรียนปิยชาติพัฒนา ในพระราชูปถัมภ์ฯ ที่ใช้ชิ้นงานจัดทำโครงงานเดี่ยว ศึกษาการเจริญเติบโตของพืชในสภาพปลอดเชื้อเมื่อได้รับเสียงเพลงที่มีลักษณะการบรรเลงต่างกัน ซึ่งได้นำโครงการนี้ใช้อ้างอิงจนทำให้สามารถสอบเข้าเรียนได้

ครูมุก ใช้ หม้อข้าวหม้อแกงลิงสอนทักษะชีวิต นักเรียนในแบบปรัชญาด้วยว่า

"หม้อข้าวหม้อแกงลิงขึ้นได้ในที่อดอยาก ไม่ต้องรอให้ใครช่วยเหลือ ขึ้นได้แม้ไม่มีธาตุอาหาร (เป็นพืชที่ไม่ชอบปุ๋ย) แม้ตายไปก็ยังให้ไนโตรเจนกับดิน"

โรงเรียนปิยชาติพัฒนา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี  จ.นครนายก ได้ดำเนินโครงการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ด้วยการเรียนรู้บูรณาการผ่านพันธุ์พืช   โดยเน้นกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช โดยใช้ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นกรณีศึกษา เพราะเป็นพืชที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ 

รูปแบบกิจกรรมโครงการเน้นที่จะพัฒนาการคิดของนักเรียน โดยนักเรียนทุกคนจะต้องคิดชิ้นงานของตนเองที่เกี่ยวกับหม้ือข้าวหม้อแกงลิง แล้วดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ขณะทำงานก็ต้องเขียนเล่าสะท้อนความคิดลงไปบนเว็บ (ได้ทักษะการใช้ web 2.0 กับนักเรียนด้วย) ในชิ้นงานแต่ละชิ้นขก็เป็นลักษณะ Project base learning นักเรียนทุกคนจะต้องทำกิจกรรมหลักประกอบด้วย 1.โครงงาน 2. ออกแบบการนำเสนอเป็นเอกสาร 3. สร้าง VDO 4. นำเสนอโครงงาน

ตัวอย่างโครงการนักเรียน เช่น

  • การใช้ไตรโดเดรอมา (เชื้อรา) ในการเพิ่มอัตราการรอดของกิ่งปักชำหม้อข้าวหม้อแกงลิง
  • การใช้แสงจากหลอด LED สีต่างๆ มาล่อแมลง
  • การใช้น้ำใบมะม่วง/มะขามปรับ ph วัสดุปลูกเพิ่มการงอก
  • การศึกษาโอกาสนำหม้อข้าวหม้อแกงลิงใช้ในสวนมะม่วง โดยศึกษาว่าแมลงชนิดใดบ้างที่เป็นอาหารของหม้อข้าวหม้อแกงลิงแตกต่างกันในแต่ละเดือนหรือไม่ และมีดัชนีบ่งชี้อะไรบ้าง
  • การใช้ web 2.0 นำเสนอโครงงานหม้อข้าวหม้อแกงลิง
  • ฯลฯ

"ทักษะชีวิต" ของครูมุก ได้กำหนดให้ โครงงานของนักเรียนไม่จำเป็นต้องผูกขาดว่าจะเป็นการทดลองในรูปแบบวิทยาศาสตร์เท่านั้น สามารถทำโครงการในรูปแบบ ICT  รูปแบบการวาดภาพออกแบบ รูปแบบการจัดการธุรกิจ เมื่อท้ายโครงการ นักเรียนทุกคนที่ร่วมกิจกรรมก็จะนำโครงงานของตนเองมารวมกับเพื่อนเป็นเรื่องราวยิ่งใหญ่เกี่ยวกับ "หม้อข้าวหม้อแกงลิง" ที่สร้างความภาคภูมิใจให้ผู้ร่วมในทุกระดับ

 

แม้จะแยกกันทำ แต่นักเรียนแต่ละคนก็จะต้องช่วยเหลือกัน ทุกคนจะมองอนาคตก่อนว่าอยากเข้าเรียนอะไร แล้วจะหยิบอะไรจากหม้อข้าวหม้อแกงลิงมาใช้ประโยชน์ได้บ้าง

"มั่วได้ตามใจ ผิดสูตรไม่เป็นไร ถ้ามัน(หม้อข้าวหม้อแกงลิง) ไม่เถียงก็ให้ทำต่อไป"

แนวคิดการสอนนักเรียนของครูมุก ที่บอกนักเรียน เวลาไม่มั่นใจกับการทดลองในชิ้นงานของตนเอง

แม้จะเป็นโครงการพิเศษแต่ครูมุกก็นำมาใช้กับการสอนในวิชาเคมี ชีววิทยา และชุมนุมนักพฤษศาสตร์รุ่นยาย ในโรงเรียน มีนักเรียนแกนนำร่วมกิจกรรม 18 คน คาดว่าเดือนมิถุนายนนี้จะขยายออกไปเป็น 60 คน รูปแบบการดำเนินงานโครงการนั้น รร.ปิยชาติฯ ได้ขยายไปยังเครือข่าย รร.ราชประชานุเคราะห์ 23 จ.พิษณุโบก โดยในระยะแรกจะเพาะเนื้อเยื่อร่วมกัน ส่วนในระยะที่ 2 เป็นการทดลองนำออกปลูก ขั้นต่อไปจะจัดกิจกรรมนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูและนักเรียนที่ร่วมโครงการทั้งหมด

 คุณูปการจากโครงการ

1. นักเรียนได้รู้จักทักษะชีวิตผ่านหม้อข้าวหม้อแกงลิง

2. นักเรียนได้ฝึกคิด ฝึกนำเสนอ ฝึกนิสัยและวินัย สร้างความรับผิดชอบ

3. โอกาสของหม้อข้าวหม้อแกงลิงไปสู่พืชเศรษฐกิจเพาะขายเป็นไม้ประดับ หรือปลูกเพื่อช่วยดักแมลงในพืชอินทรีย์

4. ลดความน่าเบื่อและยากในการสอนวิชาชีววิทยาหัวข้อเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ฯลฯ

อื่นๆ ตามแต่จะเกิดกับท่านผู้อ่าน

ข้อมูลจาก http://www.neofarmthailand.com/ บอกไว้ว่า พรรณไม้สกุลนี้ในประเทศไทย เท่าที่มีรายงานการค้นพบในธรรมชาติ มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด คือ หม้อแกงลิง, น้ำเต้าฤาษี, น้ำเต้าลม, เขนงนายพราน หรือหม้อข้าวหม้อแกงลิง

และชนิดที่พบมาก มีการกระจายตัวทั่วไป ในประเทศไทย คือ เขนงนายพรานหรือรู้จักกันดีในชื่อ “หม้อข้าวหม้อแกงลิง” พบได้ในที่แฉะ มีน้ำขังทั่ว ๆ ไป เมื่อนำมาปลูกจะขึ้นได้ง่ายในที่ชื้น จึงนิยมนำมาปลูกประดับตามสวนทั่ว ๆ ไป

หม้อข้าวหม้อแกงลิงเป็นพรรณไม้ที่มีลักษณะพิเศษคือ มีกรวยดักแมลง ซึ่งรูปทรงคล้ายหม้อมีฝาปิด กรวยนี้เป็นส่วนหนึ่งของใบที่ห้อยลงมา กรวยนี้เป็นอวัยวะพิเศษที่มีไว้สำหรับจับแมลง อันเป็นคุณสมบัติพิเศษของพืชที่กินแมลงเป็นอาหาร 

ในเมื่อพรรณพืชชนิดนี้มีความสวยงามแปลกตา จึงไม่น่าแปลกใจที่มันถูกนำออกมาจากป่าอยู่เรื่อย ๆ จนบางชนิดเกือบสูญพันธุ์ เพราะปริมาณการเกิดใหม่ทดแทนไม่สมดุลกับปริมาณที่ถูกนำออกไป เพราะเมื่อหม้อข้าวหม้อแกงลิงถูกนำออกจากสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าไปสู่สภาพแวดล้อมใหม่ มันไม่สามารถดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ได้จึงตายไป ฉะนั้นการนำออกจากป่าจึงยังคงมีต่อไป