เด็กนักเรียนเหล่านี้ต่างได้รับการฝึกฝนจากคุณครูลัดดา ให้แต่งประโยคจากคำใหม่ ที่เรียนมาในแต่ละบทเรียน เขาจึงสามารถแต่งประโยคง่ายๆ ด้วยคำพูดบ้างในบางครั้ง และในบางครั้งก็จะฝึกเขียนประโยคต่างๆ ด้วย

บทที่ 3

            “นุรดีนา  สุกรี  รัชนี  ยาลีและเพื่อน  มานั่งใกล้ๆ ครูนะคะ”  คุณครูเรียกเด็กที่นั่งมาล้อมวง  เล่นหมากเก็บอยู่นอกห้องเรียน  ให้เข้ามาในห้อง  เพราะคุณครูเห็นว่า  เด็กเหล่านี้เล่นหมากเก็บกันนานแล้ว  ควรจะเรียนหนังสือต่อไป  เด็กเหล่านั้นต่างก็เข้ามานั่งล้อมรอบคุณครูลัดดา

            “ผมทราบนะครับว่า  คุณครูคงจะให้พวกเราลองท่องจำ  คำที่มีตัว ห  นำหน้า ง งู  หรือ น หนู”  เด็กชายสมชายพูดขึ้นเบาๆ พอได้ยินกันในกลุ่มที่นั่งอยู่

            คุณครูลัดดายิ้มพลางกวาดสายตาดูหนูน้อยเหล่านั้น  ทุกคนยิ้มและหันไปดูหน้าสมชาย

            “ไม่เป็นไรหรอก  ครูไม่ได้ว่าอะไรสมชายนะ  สมชายเก่งนี่ที่กล้าพูด  กล้าแสดงออก  คนเก่งต้องมีความกล้าหาญ  และคนเก่งจะต้องรู้ว่า  ควรพูดกับใครได้  เช่นกับครู  ซึ่งรักสมชายและหนูๆ ทุกคน  เราพูดได้แต่กับบางคน  เราต้องดูว่าเขาจะรับฟังความคิดเห็นของเราไหม  เราคิดก่อน  แล้วจึงพูดใช่ไหมคะ”

            “ค่ะ”   “ครับ”  เด็กๆ ทุกคนตอบรับเกือบจะพร้อมกัน  สมชายจึงพูดขึ้นว่า

            “เอาล่ะวันนี้  ก่อนที่คุณครูจะให้บทเรียนบทใหม่  ครูจะให้นักเรียนลองเล่นสนุกกับคำเก่าๆ ที่เคยเรียนรู้มาแล้ว  เอาไหม”

            “เอาค่ะ”   “เอาครับ”   เสียงนักเรียนตอบรับขึ้นพร้อมๆ กัน  คุณครูลัดดาจึงพูดว่า

            “เมื่อวานนี้  ครูหยิบใบไม้หงิกงอมาใบหนึ่ง”  คุณครูพูดพร้อมกับยกใบไม้ที่มีลักษณะหงิกงอให้นักเรียนดู  แล้วพูดต่อไปว่า

            “ครูหงายใบไม้ขึ้นมาให้นักเรียนดู  ไหนนักเรียนลองแหงนหน้าดูใบไม้ซิคะ”

            “หนูเข้าใจแล้วค่ะว่า  คุณครูจะให้พวกหนูช่วยกันนำคำที่มี  ตัว ห  นำหน้า  มาแต่งเป็นประโยคใช่ไหมคะ”  เด็กหญิงนุรดีนาถามขึ้น  พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างชูขึ้น  และลดลงมาปรบมือเบาๆ แสดงอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัดเจน  ที่ความคิดเห็นของตนเองถูกต้อง  สามารถรู้เท่าทันความคิดของคุณครู  คุณครูยิ้มและปรบมือให้  เป็นการยอมรับว่า  นุรดีนาพูดถูก  เด็กๆ ต่างช่วยกันแต่งประโยค  สุกรีแต่งประโยคขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า

            “หงอกคุณยายขาว”

            เด็กหญิงรัชนีจึงพูดว่า

            “ถ้าสุกรีพูดว่า  คุณยายมีผมงอกสีขาว  จะดีไหมคะ”  สุกรีจึงตอบว่า  “ใช่  ใช่  ขอบใจที่รัชนีบอกนะครับ”

            “เพราะสุกรีไม่โกรธรัชนี  สุกรีจึงไม่มีอารมณ์หงุดหงิด  ถูกไหมคะคุณครู”  รัชนีถามคุณครู  และหันมาดูหน้าเพื่อนๆ เพื่อขอความเห็น

            “ถูกไหมคะ  รัชนีพูดประโยคนี้ถูกไหม  เราช่วยกันคิดสิคะ”  คุณครูลัดดาถามเด็กๆ ทุกคน

            “ถูกค่ะ  รัชนีเก่งค่ะ”

            “ถูกครับ  ผมก็ว่ารัชนีเก่งครับ”  เด็กๆ หลายคนก็ยอมรับว่ารัชนีแต่งประโยคได้ถูกต้อง

            เด็กนักเรียนเหล่านี้ต่างได้รับการฝึกฝนจากคุณครูลัดดา  ให้แต่งประโยคจากคำใหม่  ที่เรียนมาในแต่ละบทเรียน  เขาจึงสามารถแต่งประโยคง่ายๆ ด้วยคำพูดบ้างในบางครั้ง  และในบางครั้งก็จะฝึกเขียนประโยคต่างๆ ด้วย

            วันนี้คุณครูลัดดาได้ส่งคำประพันธ์บทใหม่  ให้นักเรียนอีกสองบท  เด็กๆ ช่วยกันอ่านและจดใส่สมุดวิชาภาษาไทยของตนเอง

ห  นำหน้า  ม

            ใครเลี้ยงหมูหมา          หมั่นหาตัวหมัด

มันแอบกินกัด                         เลือดสัตว์นานา

            ฉันตื่นแต่เช้า                กินข้าวหมกไก่

อร่อยถึงใจ                               จานใหม่ส่งมา

            อย่านั่งหมองหม่น        เหมือนคนเป็นไข้

หากไม่สบาย                            ให้หมอฉีดยา

            วันขึ้นปีใหม่                หนูไปตลาด

ซื้อหมวกกระดาษ                    วาดรูปปูปลา

            ย่าชอบกินหมาก          จึงฝากซื้อพลู

ย่าบอกนี่หนู                             ซื้อพลูให้ย่า

            หม้อข้าวหม้อแกง        ตะแคงตั้งไว้

พอเวลาใช้                               ให้หยิบยกมา

            โอ้หมอกน้อยน้อย        เจ้าลอยล่องเรื่อย

ลมพัดเฉื่อยเฉื่อย                      หมอกเหนื่อยไหมหนา

            ฉันทอดปลาทู              ลืมดูปลาไหม้

กลิ่นเหม็นจับใจ                      ทอดใหม่ดีกว่า

            ฉันวิ่งจนหอบ              นอนหมอบบนหมอน

เหนื่อยนักพักผ่อน                    หนุนหมอนหลับตา

            กินข้าวหมดจาน          ถูบ้านถูครัว

อาบน้ำแต่งตัว                         หวีผมผัดหน้า...

**********

 

และอีกบทหนึ่งเป็นคำ ห นำหน้า ย

ห  นำหน้า  ย

            น้ำค้างหยาดหยด         เต็มหมดยอดหญ้า

แสงแดดส่องมา                       น้ำฟ้าหมดไป

            เหยี่ยวบินเร็วรี่             ดูซีเห็นไหม

เหยี่ยวบินเร็วไว                       บินไปลับตา

            ฉันหยิบเหยือกนม       มาดมกลิ่นว่า

นมบูดไหมหนา                       อุ๊ยยังน่ากิน

            หยอดน้ำให้หยด          รดลงบนหิน

ให้หยาดไหลริน                      ลงดินเหือดไป

            เหยียบทุกหย่อมหญ้า  มิว่าตรงไหน

ทุกถิ่นทั่วไทย                          สบายใจจริง

            ใช้จ่ายประหยัด           มัธยัสถ์ยิ่ง

ไม่ซื้อทุกสิ่ง                             ที่ใจต้องการ

            เพื่อนหยิกเพื่อนหยอก  โปรดบอกคำหวาน

อย่าพูดระราน                          หยาบกร้านวจี

            ทำงานเหนื่อยนัก         หยุดพักเถิดพี่

หยวกกล้วยต้นนี้                     มีสีสวยจัง

            ฉันหย่อนลูกหยี           ที่ซื้อลงถัง

ระมัดระวัง                              มิพลั้งเผลอไป...

**********

           

เด็กบางคนเดินเข้ามาหาคุณครู  เพื่อถามถึงคำที่ตนอ่านไม่ออก  บางคนถามถึงความหมาย  ของคำที่ตนไม่ทราบ  เช่น  คำว่า  มัธยัสถ์  คุณครูลัดดาหยิบหนังสือพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  ขึ้นมาเปิดให้นักเรียนดู  เด็กหญิงเลไลอ่านด้วยเสียงดังว่า  “มัธยัสถ์  ใช้จ่ายอย่างประหยัด  ปานกลาง  ตั้งอยู่ในท่ามกลาง”

            เด็กๆ ต่างเข้ามาทำความเคารพคุณครูพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณคุณครูพร้อมกัน  แล้วแยกย้ายกันออกไปล้างมือ  ล้างหน้า  ทำธุระส่วนตัว  เตรียมไปเข้าแถว  เพื่อจะได้เรียนหนังสือในภาคบ่ายต่อไป

อ่านเป็นเล่มที่นี่ครับ https://docs.google.com/docume...