
การเกษตร/ปลูกพืช เชิงเดี่ยว คือ นรกของเกษตรกร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
เพราะ
๑. ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปลูกพืชเดียวมากๆๆๆ เมื่อแมลงศัตรู หรือ โรคพืช ลงทำลาย ก็ทำลายได้อย่างรวดเร็วทั้งแปลง ไม่เหลือไว้ให้ดูต่างหน้า หรือ เหลือไว้เก็บขายได้บ้าง
๒. เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ผลผลิตก็มาก
-ขายได้ช้า เน่าเร็ว เน่ามาก
-พ่อค้าคนกลาง กดราคา เพราะ ไม่ขายเดี๋ยวก็เน่า จำใจต้องขาย
-หากจะเก็บ ก็ต้องสร้างที่เก็บใหญ่ๆ ค่าใช้จ่ายสูง
ดูแล้วมีแต่ช่องเสียเปรียบเสียประโยชน์ หาช่องได้เปรียบได้ประโยชน์ไม่มี
แนะนำให้
-ปลูกพืชผสมผสาน ปลูกพืชหลายชนิด แมลงศัตรูชนิดเดียว หรือ โรคพืชชนิดเดียว น้อยมากที่จะกิน ทำลาย พืขได้หลายชนิด
-ปลูกชนิดและไม่มาก แต่ให้มีระยะเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ต่อเนื่องได้ในช่วงที่พืชชนิดนั้นๆมีราคาแพง
-แต่ถึงแพงอย่างไรก็อย่าปลูกให้มากเป็นอันขาด เพราะ คนอื่นเห็นเราปลูกแล้วขายได้ราคาแพง เขาก็จะแห่ปลูกตาม แล้วจำนวนก็จะมาก ราคาก็จะตก
-ต้องคอยตรวจสอบข้อมูลการปลูกของเพื่อนๆเกษตรกรด้วย เห็นอะไรปลูกกันมาก ก็อย่าไปปลูกตามๆกันเป็นอันขาด
หากทำการเกษตรกันเช่นนี้ เกษตรกรจะเป็นผู้กำหนดราคา ไม่ใช่เกษตรกรต้องไปกราบให้พ่อค้าซื้อผลผลิต
ขอให้โชคดีครับ ขอให้รวยๆๆๆๆๆๆครับ
อ้อ อย่าไปเชื่อ นักวิชาการ ข้าราชการ มากนัก
เมื่อเราถูก โรค แมลง ทำลาย นักวิชาการ ข้าราชการ ไม่ได้เดือดร้อนกับเราด้วย
เมื่อเราขายของไม่ได้ ขายได้ราคาถูก นักวิชาการ ข้าราชการ ไม่ได้จนกับเราด้วย แต่ นักวิชาการ ข้าราชการ อาจจะรวยขึ้นเสียด้วยซ้ำไป
สวัสดีครับท่าน เกษตรกรไทยจะแข่งขันในเวที อาเซี่ยนไหวมั้ยครับ
ได้แน่ๆๆครับ แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ว่า
ทำ ผลิตน้อย คุณภาพสูง
ทำ มีการคัดเกรด คัดคุณภาพ ขายตามคุณภาพสินค้า รักษาคุณภาพให้คงที่หรือดีขึ้น ไม่ขายคละเกรด
ทำ ภาครัฐต้องเข้าไปช่วยเรื่องการขาย เกษตรกรต้องรู้จักรวมกลุ่มกันขาย ตั้งสหกรณ์รวมกลุ่มกัน ผลิต ขาย ให้ได้ หากไม่อยากตายแห้ง หรือ แห้งตาย
ทำ ผลิตของนอกฤดูกาล
ทำ การแปรรูปอย่างน้อยหนึ่งขั้น
เลิก ผลิตมาก คุณภาพต่ำ
เลิก ขายเหมาๆๆผ่านพ่อค้าคนกลาง
เลิก ขายวัตถุดิบ ต้องขายเป็นของแปรรูป ยิ่งแปรรูปมากชั้นเท่าไหร่ยิ่งดี
เลิก แห่ทำอะไรตามๆกัน เพราะเห็นคนอื่นทำแล้วขายดี เพราะผลสุดท้าย จำนวนของก็จะมากจนล้น แล้วก็จะตายยยยยยย
เลิก บ้าแห่ตามบริษัทขายยา ขายปุ๋ย นักวิชาการเกษตร ข้าราชการ ที่แนะนำให้ทำครั้งละมากๆๆ ให้ทำพืชเชิงเดี่ยว
โดยเน้น ผลผลิตอินทรีย์ ปลอดสารพิษ
เกษตรกรรายย่อย รายใหญ่ไม่สำคัญ ขอให้มีของในเวลาที่คนอื่นไม่มี และ เป็นของที่มีคุณภาพสูง
แล้วจะมีรายได้มากกว่าเดิม คู่แข่งก็น้อย ครับ
ผมอยากเห็น
เกษตรกรรายเล็ก ผลิตแบบ ทำสินค้าทำมือ ครับ คือ มีเอกลักษณ์เฉพาะที่การาเกษตรขนาดใหญ่ทำไม่ได้
ใครต้องการแบบนี้ต้องไปที่ เกษตรกรรายย่อยเท่านั้น
หัวใจที่เกษตรกรราย่อยจะสู้ในตลาดโลก คือ
๑. ปลอดสารพิษ ๑๐๐%
๒. ปลอดปุ๋ยเคมี ๑๐๐%
๓. ปลอดสารเคมีปราบวัชพืช ๑๐๐%
๔. ปลอดสารเคมีปราบเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ๑๐๐%
๕. ต้องรวมตัวกันขายให้ได้ ไม่งั้นก็จงเป็น ทาส ตลอดไปจนตายยยยย
ทำน้อย ได้มาก สู้เขาได้แน่ๆๆๆๆๆ ครับ